ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/362059

LIFE&HEALTH : การใช้ยาอย่างปลอดภัยในผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มักเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอและถูกวิธีเพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการรักษาโรค แต่ปัจจุบันยังพบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ใช้ยาตามแพทย์สั่ง ทั้งนี้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ที่ต้องใช้ยาหลายรายการ บางครั้งได้มาจากหลายแหล่ง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหายาซ้ำซ้อนยาตีกัน การปรับเปลี่ยนยาด้วยตนเองหรือการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ ทำให้ไม่สามารถใช้ยาตามแผนการรักษาได้ผู้สูงอายุบางรายมีการนำยาเหลือใช้ของตนไปให้ผู้อื่นใช้โดยขาดความรู้ส่งผลให้เกิดอันตราย นอกจากนี้การมีความเสื่อมของสภาวะร่างกายของผู้สูงอายุอาจส่งผลกับการใช้ยา เช่น ปัญหาด้านสายตาทำให้ไม่สามารถอ่านฉลากยาได้จึงรับประทานยาตามความเคยชิน อาจได้ขนาดยาไม่ถูกต้อง กล้ามเนื้อมีความอ่อนแรงจนไม่สามารถฉีกแผงยา หรือหยิบยาเข้าปาก บางรายมีปัญหาด้านความจำทำให้ใช้ยาผิด เป็นต้น
ข้อมูลจาก ภญ.จันทิมา โยธาพิทักษ์ ผู้ช่วยนายกสภาเภสัชกรรม ฝ่ายวิชาการ ได้แนะแนวทางดูแลผู้สูงวัยใช้ยาอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ดังนี้
l หลังได้รับยาควรตรวจดูยาและอ่านฉลากยาให้เข้าใจทุกครั้ง ถ้ามีข้อสงสัยสอบถามเภสัชกรทันที
l รับประทานยาตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำอย่างเคร่งครัด
l หากผู้ป่วยมีปัญหาในการใช้ยาเช่น กลืนยาลำบาก ต้องแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เพื่อจะได้เลือกชนิดยาที่เหมาะสม เช่น เปลี่ยนเป็นยาน้ำ
l ในระหว่างการใช้ยา หากพบอาการที่ผิดปกติ เช่น ใช้ยาไปแล้วขาบวม ปัสสาวะบ่อย ไอเรื้อรัง เป็นต้น ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพราะอาจเกิดจากยาที่ใช้อยู่
l ใช้ยาเท่าที่จำเป็นไม่ควรซื้อยารับประทานเองเพราะยาบางชนิดมีความเสี่ยงในการใช้ จำเป็นต้องติดตามการใช้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งอาจตีกันกับยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นแนะนำปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนการใช้ยาใหม่ๆ
l เมื่อต้องไปพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาล ต้องนำยาทุกชนิด ซึ่งรวมถึงสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้อยู่ไปแสดงแก่แพทย์หรือเภสัชกร
l หากผู้ป่วยมีปัญหาในการจัดเตรียมยา หรือมีปัญหาในการอ่านฉลากยา ควรให้ญาติหรือผู้ร่วมอาศัยจัดเตรียมยาให้พร้อมต่อการใช้ เช่น การหักครึ่งเม็ด การกดยาเม็ดออกจากฟอยด์ การจัดยาเป็นเวลาเป็นมื้อ เป็นต้น เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้ยาอย่างถูกต้องครบถ้วน
l กรณีผู้ป่วยหลงลืมการใช้ยาอาจใช้สิ่งช่วยจดจำ เช่น เขียนขนาดและวิธีรับประทานตัวใหญ่ติดบนฉลากยาหรือใช้นาฬิกาปลุก ใช้กล่องใส่ยาชนิดที่รับประทานช่องละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันการลืมรับประทานยา หรือรับประทานยาซ้ำซ้อน
l ควรจัดเก็บยาให้ถูกต้องไม่เก็บในที่อับชื้น เช่น ห้องน้ำ หรือในที่ที่ร้อนจัดเช่น ในรถ และไม่เก็บในที่ที่แสงแดดส่องถึงเพราะจะทำให้ตัวยาเสื่อมคุณภาพได้ ที่สำคัญควรเก็บให้ห่างจากมือเด็ก
l หากผู้ป่วยสูงอายุช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ดูแลควรหยิบยามาให้รับประทานเองกับมือ และดูด้วยว่าผู้ป่วยได้รับประทานยาจริงหรือไม่
ทั้งนี้เพราะเภสัชกรเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องยาและสมุนไพรเพราะต้องผ่านการเรียนและฝึกอบรมมาอย่างถูกต้องและพอเพียงถึง 6 ปีในคณะเภสัชศาสตร์ จากสถาบันที่สภาเภสัชกรรมให้การรับรอง รวมทั้งยังต้องมีคุณสมบัติและผ่านการสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมจากสภาเภสัชกรรมอีกด้วย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ยาแก่ประชาชนทั่วไป
บทบาทของเภสัชกรในการดูแลการใช้ยาของผู้ป่วย ที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ อาทิ
1.งานบริบาลเภสัชกรรม ทั้งในด้านการจ่ายยา พร้อมให้คำปรึกษา ดำเนินการติดตามแก้ปัญหาและดูแลความปลอดภัยด้านยาแก่ผู้ป่วยเฉพาะโรค ได้แก่ โรคหัวใจ มะเร็ง ทารกแรกเกิดจิตเวช ไต โรคติดเชื้อ และโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบหืด ถุงลมโป่งพอง ฯลฯ
2.งานผลิตและเตรียมยา ทั้งในด้านการวิจัย ผลิต ควบคุมคุณภาพยาและเวชภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานระดับอุตสาหกรรม การเตรียมยาเคมีบำบัด สารอาหารที่ให้ทางหลอดเลือดดำ ตำรับยาพิเศษสำหรับเด็กหรือโรคที่มีความจำเพาะ และการวิจัย ผลิต ควบคุมคุณภาพยาสมุนไพร
3.งานบริหารเวชภัณฑ์และงานพัฒนาระบบยา ทั้งในด้านการใช้ยาสมเหตุผล การประเมินการใช้ยา การจัดการปัญหาเชื้อดื้อยา การเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา การให้บริการข้อมูลด้านยาแก่ผู้ป่วยและประชาชน การศึกษาวิจัยและสร้างนวัตกรรม และการวางระบบการประกันคุณภาพในองค์กรเพื่อให้การจัดการระบบยาเกิดผลที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผู้ป่วย
4.งานเภสัชกรรมปฐมภูมิที่เภสัชกรต้องรับผิดชอบการกระจายและให้บริการยาและวัคซีนที่ได้คุณภาพ มาตรฐาน พอเพียงและปลอดภัย ไปสู่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวมทั้งงานคัดกรอง ติดตามดูแลและแก้ปัญหาการใช้ยา ลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน
5.งานคุ้มครองผู้บริโภค ตั้งแต่การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านยาและสุขภาพ การสร้างเสริมศักยภาพของชุมชนในการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน การแก้ไขปัญหาจากการบริโภค การคุ้มครองตนเองและชุมชน กำหนดแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคในเชิงนโยบาย ทั้งในด้านระบบ กฎหมาย และการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ
6.งานสมุนไพร เริ่มจากการจัดการวัตถุดิบสมุนไพร จัดหาคัดเลือก
ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาเรื่องการใช้ยาและสมุนไพร สามารถขอรับคำปรึกษาได้จากเภสัชกรโรงพยาบาล หรือ เภสัชกรร้านยาใกล้บ้านได้อย่างมั่นใจ
ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
เลขาธิการสภาเภสัชกรรม