ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/396052
x
หนุนวิสาหกิจชุมชนฯบ้านอุ่มแสง เดินหน้าเกษตรอินทรีย์ต่อเนื่อง
นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเยี่ยมชมการดำเนินการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง(อินทรีย์) ตำบล ดู่ อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง เป็นหนึ่งในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เป็นตัวอย่างด้านการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ต่อเนื่องและมีมาตรฐาน มีนายบุญมี สุระโคตร เป็นประธานกลุ่มฯ ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์มาตั้งแต่ ปี 2547 มีสมาชิกกว่า1,200 ราย ที่รวมตัวกันผลิตข้าวอินทรีย์มาตรฐานสากล ภายใต้แนวทางการมีส่วนร่วมของทุกคนในชุมชน เน้นลดต้นทุนการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของผลผลิต ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาปรับใช้ในกระบวนการผลิตและการแปรรูป
ทั้งนี้ วิสาหกิจชุมชนดังกล่าวดำเนินกิจกรรมด้านการแปรรูปข้าวอินทรีย์ โดยส่งเสริมให้สมาชิกเกษตรกรปลูกข้าวปลอดสารพิษ/ข้าวอินทรีย์ และขอตรวจรับรองในมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล ทั้ง IFAOM, EU, NOPและมาตรฐานการค้าที่เป็นธรรม (Fairtrade) การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ การทำนาข้าวขาวดอกมะลิ105 อินทรีย์ โดยส่งเสริมให้ทำนาหลายวิธี เพื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและส่งเสริมให้สมาชิกปลูกปุ๋ยพืชสด เพื่อปรับสภาพดินให้สมบูรณ์ชึ้น เช่น ถั่วเหลือง ปลูกถั่วพุ่ม ถั่วพล้า ปอเทือง
“ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง มีพื้นที่ปลูกข้าวอินทรีย์ 22,000 ไร่ และมีเป้าหมายขยายพื้นที่ปลูกให้ได้ 30,000 ไร่ ภายในปีหน้า และจะขยายเพิ่มขึ้นอีกในปีต่อไป เมื่อพิจารณาถึงเป้าหมายพื้นที่รวมเกษตรอินทรีย์ทั้งจังหวัด 250,000 ไร่ ภายในปี 2564 และแนวทางดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนที่ขับเคลื่อนด้านเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่องแล้ว เชื่อว่าจ.ศรีสะเกษจะทำได้ตามเป้าหมายอย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มวิสาหกิจฯยังต้องการให้กระทรวงเกษตรฯสนับสนุนด้านการตลาด ซึ่งกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงสาธารณสุขส่งเสริมให้โรงพยาบาล โรงเรียนทุกแห่ง และแหล่งท่องเที่ยวรับซื้อผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรส่งเสริมไทยเป็นแหล่งอาหารปลอดภัย และให้คำปรึกษาด้านเงินทุน ส่งเสริมการผลิตและแปรรูป โดยร่วมกับภาคเอกชน และพัฒนาแหล่งน้ำ ให้เกษตรกรขุดบ่อน้ำใช้ในการเกษตรเพิ่มรายได้ ซึ่งมอบให้กรมชลประทาน และกรมพัฒนาที่ดิน ไปปรับแผนโครงการเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรต่อไป” นายวิวัฒน์ กล่าว