รายงานพิเศษ : ไทยนิยมยั่งยืนยกระดับคุณภาพ-มาตรฐานน้ำนมดิบ เพิ่มขีดความสามารถการผลิต‘สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/396707

รายงานพิเศษ : ไทยนิยมยั่งยืนยกระดับคุณภาพ-มาตรฐานน้ำนมดิบ  เพิ่มขีดความสามารถการผลิต‘สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ’

รายงานพิเศษ : ไทยนิยมยั่งยืนยกระดับคุณภาพ-มาตรฐานน้ำนมดิบ เพิ่มขีดความสามารถการผลิต‘สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำนมดิบ และต้องการยกระดับสหกรณ์โคนมให้เข้มแข็งมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงได้มีการจัดสรรงบประมาณ ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เพื่อสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพให้สหกรณ์สามารถพัฒนากิจกรรมของสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนผ่านทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้แก่สหกรณ์เพื่อพัฒนาสหกรณ์ต่อไป

สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด จังหวัดสกลนคร เป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ที่ได้รับงบประมาณดังกล่าว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตน้ำนมให้เพิ่มมากขึ้นและได้มาตรฐาน สหกรณ์ฯจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น อุปกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จึงเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสมาชิกของสหกรณ์ฯ

นางประภัสสร คำผอง ผู้ช่วยผู้จัดการสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด บอกว่า ปัจจุบัน สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด มีสมาชิกเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนม 117 ราย ครอบคลุม 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวาริชภูมิ กุดบาก นิคมน้ำอูน สว่างแดนดิน ส่องดาว พังโคน อากาศอำนวย วานรนิวาส เจริญศิลป์ และพรรณนานิคม โดยธุรกิจหลักของสหกรณ์ คือ การรวบรวมน้ำนมดิบจากสมาชิกเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์นมเพื่อจำหน่าย 2 ชนิด ได้แก่ นมพาสเจอร์ไรส์ และนมยูเอชที

สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด ได้รับงบประมาณสนับสนุนภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร จำนวน 3 รายการ ได้แก่ 1.เครื่องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำนม 2. รถห้องเย็นสำหรับขนส่งผลิตภัณฑ์นม ขนาด 6 ล้อ ขนาด 145 แรงม้า และ 3. ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์พร้อมอุปกรณ์สำหรับโรงงานผลิตนม ขนาด 100 ตารางเมตร รวมงบประมาณทั้งสิ้น 3,450,000 บาท โดยภาครัฐอุดหนุน 3,105,000 บาท และสหกรณ์สมทบอีก 345,000 บาท

หลังจากสหกรณ์ฯ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการดังกล่าว ส่งผลให้สหกรณ์ฯมีอุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพน้ำนมดิบที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน โดยสามารถตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำนมได้จำนวน 120 ตัวอย่างต่อครั้ง และยังสามารถตรวจค่า Somatic Cell Count (SCC) ได้ในเครื่องเดียว ซึ่งก่อนได้รับงบประมาณไม่สามารถตรวจค่า SCC ได้ และสามารถรวบรวมน้ำนมดิบจากสมาชิกและฟาร์มโคนมที่ทำสัญญาซื้อขายได้ถึง 10,950 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าปีละ 188,100 ล้านบาท (ก่อนเข้าโครงการ รวบรวมได้ 9,000 ตันต่อปี มูลค่า 162,900 ล้านบาท) และนำมาผลิตเป็นนมพาสเจอร์ไรส์ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน 20 – 21 ล้านถุงต่อปี จากที่เคยผลิตได้ 19 ล้านถุงต่อปี และผลิตนมยูเอชที พาณิชย์ได้ 16 ล้านกล่องต่อปี จากที่เคยผลิตได้ 14 ล้านกล่องต่อปี ซึ่งนอกจากจะสามารถผลิตนมยูเอชที ที่มีอายุการวางจำหน่ายได้นานแล้ว ยังมีรถห้องเย็นสำหรับส่งนมพาสเจอร์ไรส์ที่ได้มาตรฐานมากขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ จากการได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์จากโครงการฯ ทั้ง 3 รายการ สามารถช่วยแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำนมดิบเพื่อนำมาผลิตนมพาสเจอร์ไรส์สำหรับโรงเรียน รวมทั้งนมยูเอชที ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพและหันมาดื่มนมที่ผลิตจากสหกรณ์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อปริมาณการจำหน่ายในอนาคต ซึ่งนับเป็นการยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ช่วยแก้ไขปัญหานมโรงเรียน รวมทั้งปัญหาน้ำนมล้นตลาดทำให้สมาชิกผู้เลี้ยงโคนมสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง และมีรายได้ที่ยั่งยืน

Leave a comment