เข้ม3จว.ลุ่มน้ำชีงดทำนาปรัง น้ำต้นทุนน้อยหวั่นแล้งจัดกระทบระยะยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/399027

x

เข้ม3จว.ลุ่มน้ำชีงดทำนาปรัง น้ำต้นทุนน้อยหวั่นแล้งจัดกระทบระยะยาว

วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายอนันต์ศักดิ์ แย้มชื่น ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานขอความร่วมมือเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ชลประทานของเขื่อน 4 แห่ง ลุ่มน้ำชีตอนกลาง ตั้งแต่อ.ชนบท จ.ขอนแก่น จนถึงอ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด ครอบคลุมพื้นที่ 156,709 ไร่ งดทำนาปรัง ฤดูแล้งปี 2561/62 เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนมีน้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นประกาศเป็นเขตภัยแล้ง เริ่มตั้งแต่เขื่อนชนบท อ.ชนบท จ.ขอนแก่น พื้นที่รับประโยชน์ 34,736 ไร่ ที่ได้รับน้ำต้นทุนจากอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและแก้มลิงบึงระหารใน จ.ชัยภูมิ ซึ่งปีนี้ไม่มีน้ำต้นทุนพอทำนาปรัง แต่ปลูกพืชใช้น้ำน้อยได้

สำหรับเขื่อนมหาสารคาม อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม และเขื่อนวังยาง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ถัดลงมา มีพื้นที่รับประโยชน์ 21,300 ไร่ และ 21,230 ไร่ ตามลำดับ ทั้ง 2 เขื่อนดังกล่าวรับน้ำต้นจากแม่น้ำพองและเขื่อนอุบลรัตน์ แต่ฤดูแล้งปีนี้เขื่อนอุบลรัตน์มีน้ำใช้การ ณ ปัจจุบัน 122.14 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพียง 6.60% ของปริมาณเก็บกัก มีปริมาณน้ำค่อนข้างน้อยไม่เพียงพอปลูกพืชหน้าแล้งทั้งหมด จึงขอความร่วมมืองดปลูกนาปรังและพืชใช้น้ำน้อย

ส่วนเขื่อนร้อยเอ็ด อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด มีพื้นที่รับประโยชน์ 79,443 ไร่ ปกติมีน้ำต้นทุนจากอ่างเก็บน้ำลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ไหลลงแม่น้ำชีที่ท้ายเขื่อนวังยาง หน้าเขื่อนร้อยเอ็ด ซึ่งปีนี้เขื่อนลำปาวมีน้ำใช้การ ณ ปัจจุบัน 749.40 ล้านลบ.ม. หรือ 39.86% ของปริมาณกักเก็บ มีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะส่งน้ำสนับสนุนเฉพาะการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยได้ไปจนถึงลำน้ำชีตอนล่าง จ.อุบลราชธานีเท่านั้น จึงขอให้เกษตรกรงดนาปรังเช่นกัน

“การบริหาจัดการน้ำทั้ง 4 เขื่อนดังกล่าว ทำในรูปคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) ซึ่งมีมติให้เกษตรกรในเขตชลประทานงดการทำนาปรังทั้งหมด และให้กรมชลประทานทำหน้าที่รักษาระดับน้ำที่หน้าเขื่อนทั้ง 4 แห่งไว้ที่ระดับ 70-80% เพื่อใช้สำหรับการประปา และรักษาระบบนิเวศน์ ซึ่งกิจกรรมใช้น้ำทั้ง 2 กิจกรรมจะมีเพียงพอตลอดทั้งหน้าแล้งอย่างแน่นอน” นายอนันต์ศักดิ์กล่าว

ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง กล่าวต่อว่า กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำตามขั้นตอนและวิธีการที่ยึดประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก ขณะเดียวกันต้องประหยัดน้ำด้วย แนวทางคือ รักษาน้ำไว้ให้เกษตรกรและผู้ใช้น้ำอย่างทั่วถึง เป็นธรรม มั่นคง เผื่อเหตุการณ์ในอนาคต มิเช่นนั้นจะเกิดความเสียหายเดือดร้อน ดังนั้น จึงแจ้งให้จังหวัดออกหนังสือเตือนเกษตรกรที่อยู่ 2 ฝั่งลำน้ำชีงดดึงน้ำในลำน้ำไปทำนาเพราะจะเกิดผลเสียระยะยาวได้

“มีเกษตรกรบางคนดึงน้ำจากลำน้ำชีไปใช้ ซึ่งเป็นความเสี่ยง เนื่องจากปีนี้น้ำน้อย การดึงน้ำในลำน้ำมาใช้ก่อนเทียบได้กับการนำน้ำในอนาคตมาใช้ ก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งด้านการเกษตรและอุปโภค-บริโภค ลำดับแรกที่จะกระทบกระเทือนก่อนคือ เกษตรกรไม่มีน้ำเริ่มทำนาปีหากเกิดกรณีฝนมาล่า และผลกระทบต่อไปถึงน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค เนื่องจากการดึงน้ำมาใช้ช่วงแล้งทำให้ระดับน้ำลดต่ำ ซึ่งแม่น้ำชีมีตลิ่งสูง 7-8 เมตร การสูบน้ำขึ้นมาใช้มีค่าใช้จ่ายสูง จึงอยากขอความร่วมมือให้เกษตรกรฟังประกาศทางราชการและเชื่อมั่นในการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน โดยกรมชลประทานได้สำรองน้ำไว้สำหรับต้นฤดูฝนแล้ว เกษตรกรผู้ปลูกข้าววางใจได้ว่าจะเริ่มฤดูนาปีได้เดือนมิถุนายนแน่นอน และจะส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณบ้านท่าตูม อ.เมือง จ.มหาสารคาม (เขื่อนวังยาง) เพื่อเริ่มนาปีก่อนประมาณกลางเดือนมิถุนายน” นายอนันต์ศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กษตรกรที่ลงมือปลูกนาปรังบริเวณริมน้ำไปชีแล้ว เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำฯ ชีกลางได้ลงพื้นที่แนะนำความรู้เรื่องการปลูกแบบเปียกสลับแห้งแก่เกษตรกร เพื่อไม่ให้ผลผลิตเสียหาย

Leave a comment