ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/400774

กรมชลฯวางแผนอนุรักษ์ป่าพรุโต๊ะแดง ป้องกันไฟไหม้หน้าแล้งแก้น้ำเปรี้ยว-ท่วม
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการวางแผนป้องกันไฟไหม้ป่าพรุโต๊ะแดงซึ่งเป็นป่าพรุขนาดใหญ่แห่งเดียวของไทยมีพื้นที่ถึง 125,000 ไร่ ตั้งอยู่ตรงกลางของลุ่มน้ำโก-ลก ทั้งนี้เนื่องจากช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายนของทุกปีโดยเฉพาะรอบขอบพรุติดพื้นที่การเกษตรของประชาชนและเป็นพื้นที่เนินสูง จะเกิดไฟไหม้เป็นประจำ เพราะระดับน้ำลดต่ำลงทำให้ดินรอบขอบพรุแห้ง ประกอบกับสภาพเฉพาะตัวของป่าพรุคือ ตัวชั้นดินพรุเป็นดินอินทรีย์ที่เกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์ที่ติดไฟและเป็นเชื้อเพลิงได้ง่าย ขณะที่การควบคุมสถานการณ์เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากเชื้อเพลิงอยู่ชั้นใต้ดิน อย่างเช่นเมื่อครั้งเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าพรุปี 2541 กินเนื้อที่เสียหายถึง 14,837 ไร่
สำหรับฤดูแล้ง 2562 กรมชลประทานวางแผนควบคุมดูแลและบริหารจัดการน้ำรอบขอบป่าพรุโต๊ะแดง โดยอาศัยอาคารควบคุมทั้ง 10 แห่ง ดังนี้ ปิดประตูระบายน้ำ(ปตร.)สุไหงปาดี 1 และ ปตร.สุไหงปาดี 2 ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันตกของป่าพรุ เพื่อกักน้ำให้อยู่หน้าอาคารชลประทานรอบป่าพรุที่ระดับ +1.50 เมตร รทก.(จากระดับน้ำทะเลปานกลาง) และทางฝั่งตะวันออกกักน้ำหน้าอาคารชลประทานรอบป่าพรุจำนวน 8 แห่งให้อยู่ที่ระดับ +1.20 เมตร รทก. เพื่อให้ขอบพรุชุ่มชื้นตลอดเวลา หากเกิดไฟไหม้สามารถจะสูบน้ำดับไฟได้ทัน ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่วางแผนไว้อย่างไรก็ตามการควบคุมระดับน้ำสามารถทำได้เฉพาะตอนล่างของป่าพรุด้านทิศเหนือ และทิศตะวันออกบางส่วนเท่านั้น ส่วนด้านบนของป่าพรุที่มีระดับพื้นที่สูงกว่ามีความลาดเททำให้เก็บน้ำไม่ได้จึงยังเสี่ยงเกิดไฟไหม้ ซึ่งกรมเร่งแก้ไข ซ่อมแซมอาคารบังคับน้ำกลางคลองปาเสมัส พร้อมปรับปรุงคลองคู่ขนานคลองปาเสมัส ขุดลอกคลองระบายน้ำ และขุดลอกตะกอนดิน
“ระยะยาวกรมชลประทานอยู่ระหว่างเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมน้ำในพื้นที่ตอนบนเพื่อแก้ปัญหาไฟไหม้ป่าพรุและปัญหารอบพื้นที่รอบป่าพรุอย่างยั่งยืน เช่น ปรับปรุงคันคลองผันน้ำปาเสมัส ระยะที่ 2-3 การเสริมคันคลองระบายน้ำสาย14 โคกไผ่ฝั่งซ้าย การปรับปรุงท่อระบายน้ำคลองระบายน้ำสาย 16 เป็นต้น รวม 14 แผนงาน กำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2567” อธิบดีกรมชลประทานกล่าว
นอกจากนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นช่วงปลายฤดูแล้งต่อต้นฤดูฝน ประมาณเดือนมิถุนายนเป็นต้นไปคือ ดินมีสภาพเป็นกรดจัดเมื่อน้ำผ่านดินจึงกลายเป็นน้ำเปรี้ยว ส่วนนี้กรมก่อสร้างระบบคลองคู่ขนานอันเนื่องมาจากพระราชดำริทางตอนบนและตอนล่างของป่าพรุ เพื่อแยกน้ำเปรี้ยวออกจากน้ำที่ใช้เพื่อการชลประทาน โดยคลองทั้ง 2 สายจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2562
อธิบดีกรมชลประทานกล่าวด้วยว่า ปัญหาน้ำท่วมเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว เป็นน้ำที่ไหลบ่าออกมาจากป่าพรุในฤดูฝน โดยจะไหลข้ามคันกั้นน้ำรอบขอบป่าพรุโต๊ะแดงเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎรบริเวณ ต.โฆษิตต.บางขุนทอง และต.พร่อน อ.ตากใบ เป็นบริเวณกว้างประจำทุกปี การจัดการน้ำช่วงนี้ใช้วิธีติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด พร้อมลดระดับน้ำที่เก็บไว้อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศกับสถานการณ์น้ำ ขณะนั้น กระทั่งน้ำหน้าอาคารบังคับน้ำทั้ง 10 แห่งอยู่ที่ระดับระหว่าง +0.20 – +0.40 เมตร รกท. เพื่อให้ป่าพรุเป็นแก้มลิงรองรับน้ำฝนที่ตกมา