ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/404426

กรมชลฯยันเขื่อนทุกแห่งคือคำตอบเรื่องน้ำ เกิดประโยชน์ถาวรแก้แล้งท่วมในพื้นที่ได้ผล
กรมชลฯ ยันเขื่อนทุกแห่ง คือคำตอบเรื่องน้ำ เกิดประโยชน์ถาวร แก้แล้งท่วมในพื้นที่ได้ผล แต่สภาพอากาศแปรปรวนทั้งชุมชนขยายตัว ส่งผลเกิดวิกฤติน้ำรุนแรงขึ้น
27 มี.ค.62 นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีการนำเสนอข่าว เขื่อนไม่ใช่คำตอบ ในการบริหารจัดการน้ำท่วมน้ำแล้ง ปล่อยให้ชาวบ้านภาคอีสานต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซากนั้น ว่ากรมชลฯได้มีการศึกษาเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้กับพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งทุกโครงการที่ได้ดำเนินการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการกำหนดทิศทางการพัฒนาแหล่งน้ำนั้นๆ เสมอ ทั้งโครงการเขื่อนยางนาดี เขื่อนลำสะพุง จ.ชัยภูมิ ประตูระบายน้ำศรีสองรัก จ.เลย ประตูระบายน้ำน้ำก่ำ จ.สกลนคร โดยทุกโครงการมีการจัดประชุมเพื่อหารือร่วมกับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับกรณีเขื่อนราษีไศล เขื่อนหัวนา เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร และเขื่อนธาตุน้อย ที่ได้ถูกกล่าวอ้างว่า ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและระบบนิเวศลุ่มน้ำ ขอชี้แจงว่า ในส่วนของเขื่อนราษีไศล และเขื่อนหัวนานั้น กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการ ในส่วนของเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร และเขื่อนธาตุน้อย-พนมไพร ยังอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาวิเคราะห์หาแนวทางและมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวเป็นเพียงโครงการประเภทประตูระบายน้ำ กั้นขวางแม่น้ำมูลและแม่น้ำชี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ โดยการควบคุมการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งไม่สามารถกักเก็บน้ำในปริมาณมากได้ เป็นเพียงการช่วยบรรเทาปัญหาน้ำแล้งเพียงบางส่วนเท่านั้น
ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้งนี้ กรมชลประทาน ได้มีการวางแผนจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งในแต่ละพื้นที่ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ ซึ่งยืนยันได้ว่าในพื้นที่ชลประทาน จะไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคและบริโภค หรือที่เรียกกันว่าน้ำกินน้ำใช้อย่างแน่นอน ส่วนภาคการเกษตรให้ขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมคณะกรรมการจัดการน้ำชลประทาน(JMC)ของแต่ละโครงการฯ ซึ่งมีผู้แทนจากภาคเกษตรกรมากกว่าครึ่งหนึ่งร่วมเป็นกรรมการ เพื่อตัดสินใจร่วมกันว่าจะจัดสรรน้ำให้กับภาคการเกษตรได้มากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ กรมชลประทาน เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีหน้าที่บริหารจัดการน้ำในประเทศ แก้ไขบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำและบรรเทาปัญหาอุทกภัย ภายใต้การบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกพื้นที่ในประเทศ ได้มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร สนับสนุนการเพิ่มผลผลิต เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านชีวิต โดยการเพิ่มพื้นที่ชลประทานและประสิทธิภาพการกระจายน้ำของระบบชลประทานอย่างทั่วถึง เพราะน้ำเป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิต
“การก่อสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ และประตูระบายน้ำต่างๆ จึงเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำอย่างหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาทางด้านน้ำ โดยมีขั้นตอนก่อนการก่อสร้างแต่ละโครงการฯ หลายขั้นตอน ประกอบไปด้วย การศึกษาสำรวจออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ ระบบนิเวศ เพื่อให้การใช้พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทั้งนี้จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เกิดความผันผวนทางธรรมชาติ และความต้องการใช้น้ำที่มากขึ้นจากการขยายตัวของชุมชนเมือง จึงก่อให้เกิดวิกฤติทางน้ำ ทั้งปัญหาน้ำท่วมและในหลายพื้นที่ยังเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ เขื่อน จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาด้านน้ำอย่างถาวรและเป็นรูปธรรม” รองอธิบดีกรมชลฯ กล่าว