ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/392937
.jpg)
‘ทงเฮ’ ทุ่มสุดตัว เตรียมโชว์ฝีมือการแสดง ในโปรเจกท์ใหญ่ซีรี่ส์ไทย-อเมริกา
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจกท์ที่คอซีรี่ส์ทั่วเอเชียต้องจับตา กับผลงานชิ้นใหม่ของ เลยดูดี สตูดิโอ ที่จับมือกับทางประเทศสหรัฐอเมริกา เนรมิตโปรเจกท์ยักษ์ สร้างซีรี่ส์แนวลึกลับที่มีความเป็นไทยสอดแทรก โดยได้ศิลปินหนุ่มเกาหลีสุดฮอตอย่าง อีทงเฮ (Lee Dong Hae) จากวง ซูเปอร์จูเนียร์ (Super Junior) อิมพอร์ตมาแสดงนำแบบเต็มตัวครั้งแรก และเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หนุ่ม อีทงเฮ ก็ได้บินตรงมาไทย ควงแขนผู้กำกับ เอ๋-ศุภกร เหรียญสุวรรณ แห่ง เลยดูดี สตูดิโอร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับโปรเจกท์ใหญ่นี้ พร้อมเผยความรู้สึกในการเตรียมตัว และความคาดหวังต่อผลงานชิ้นสำคัญนี้
ที่มาของการได้หนุ่ม ทงเฮมาร่วมโปรเจกท์?
ผู้กำกับ : จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ทาง เลยดูดี และ SM TRUE และ SM Entertainment ได้ร่วมกันทำโปรเจกท์มาบ้างแล้ว พอมีโปรเจกท์ที่ เลยดูดี ร่วมมือกับทางอเมริกา เกิดขึ้น จึงมีการพูดคุยกับทาง SM TRUE และ SM Entertainment ว่าจะสามารถหาศิลปินของทางค่ายมาร่วมด้วยได้ไหมตัวคอนเซ็ปต์เราอยากได้ศิลปินหลายๆประเทศอยู่แล้ว ทาง SM จึงเสนอคุณทงเฮมา ก็เลยได้ทำการพูดคุยกัน
.jpg)
เนื้อหาของโปรเจกท์?
ผู้กำกับ : สเกลของโปรเจกท์คือการนำศิลปินเอเชียจากหลายๆ ประเทศ มาร่วมในซีรี่ส์ คอนเซ็ปต์ของซีรี่ส์เป็นแนวลึกลับ ซึ่งความลึกลับจะมีหลากหลายประเภท โดยหนึ่งในนั้นที่ทางอเมริกาสนใจในประเทศไทย คือ ประเทศไทยมีวัตถุดิบหลายอย่างที่ดูลึกลับ ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรมบางอย่าง เช่น การไหว้ผี พญานาค คือเรามีอะไรเยอะแยะมากที่มีความเป็นแฟนตาซี ทางอเมริกาเลยมองว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่จะนำศิลปินจากหลายๆ ประเทศในเอเชียมาร่วมผจญภัยในประเทศไทย เลยเกิดเป็นโปรเจกท์นี้ขึ้นมา เป็นโปรเจกท์ที่ใหม่มากและมีหลายประเทศจะมาทำงานร่วมกัน
เหตุที่เลือกทงเฮ?
ผู้กำกับ : เขาหล่อครับ (หัวเราะ) จากการพูดคุยมา คุณทงเฮมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกประทับใจ ถ้าหากมองเข้าไปในแววตาเขา คุณจะรู้สึกทันทีว่าเขามีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ เวลาเขายิ้ม เขาก็จะเหมือนมีความเศร้าที่ซ่อนอยู่ เวลาที่เขาเศร้าแววตาของเขาก็มีความขี้เล่นในตัวเอง มีความมีเลเยอร์ในตัวเอง นี่คือเหตุผลหลักที่ประทับใจตอนที่ได้พูดคุยกัน เป็นจุดที่แข็งแรงที่สุดของเขาเลยครับ
.jpg)
ความรู้สึกที่ได้แสดงละครเต็มตัวครั้งแรกในไทย?
อีทงเฮ : ตอนนี้ผมมีความสุขมากๆ เพราะว่าผมเคยฝันมาตลอดว่าอยากมีโอกาสถ่ายทำในประเทศไทย แล้วเหมือนตอนนี้ความฝันของผมเป็นจริง และยิ่งมีความสุขมากยิ่งขึ้น ที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับที่หล่อกว่าตัวผม (หัวเราะ) พี่เอ๋ (ผู้กำกับ) หล่อที่สุดในประเทศไทยเลยครับ ส่วนผมเป็นอันดับ 2 ถ้าอยู่ในประเทศไทยครับ
การเตรียมตัวสำหรับโปรเจกท์นี้?
อีทงเฮ : ตั้งแต่ที่ผมได้บทมาพออ่านดูก็รู้สึกอินไปกับบทมากๆ เพราะบทสนุกมาก ผมชอบมากๆ ครับ ผมจึงตั้งใจฝึกซ้อม ทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศผมก็จะติดบทไปด้วย หรือถ้าสงสัยอะไรผมก็จะส่งอีเมล์ไปถามผู้กำกับ ถ้ามีคำถามก็จะถามเรื่อยๆ เพื่ออัพเดตและเข้าใจบทมากขึ้นครับ เมื่อวานนี้ ผมได้มีโอกาสซ้อมกับพี่เอ๋แล้วด้วย ผมรู้สึกว่าเขาตั้งใจเตรียมงานนี้มากๆ เลยครับ
.jpg)
เสน่ห์ของโปรเจกท์นี้?
อีทงเฮ : ผมชอบบทมากๆ เลยครับ พออ่านดูแล้วก็รู้สึกอินกับบทมากๆ ส่วนสำคัญที่สุดก็คือ ตอนที่ไปมีตติ้งพอได้ยินว่าอันนี้เป็นผลงานที่ได้ถ่ายทำในประเทศไทย ผมไม่มีคำว่าลังเลเลยผมอยากทำมากๆ และตัดสินใจรับงานเลยครับ มันเป็นโอกาสดีมากๆ เพราะทุกคนเคยเจอผมในฐานะทงเฮ ของวง Super Junior มาก่อน พอครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสที่จะให้ทุกคนได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ของผมในฐานะนักแสดง
กดดันไหมที่ต้องร่วมงานกับทางอเมริกาด้วย?
อีทงเฮ : ปกติผมไม่ได้เป็นคนที่เครียดง่ายเลย แต่ในครั้งนี้พออ่านบทและตัดสินใจร่วมงาน ก็รู้สึกกดดันมาก ถึงขั้นทานข้าวก็ไม่ค่อยได้ รู้สึกปวดท้องยังไงก็ไม่รู้ นอนไม่ค่อยหลับ แต่ก็เชื่อว่าผมจะทำออกมาได้ดีเพราะว่าเตรียมตัวมาสักพักนึงแล้ว และก็ตั้งใจมากครับ เมื่อวานที่ไปทานข้าวเย็นกับพี่เอ๋ คือทานข้าวอร่อยมาก พูดคุยกันสนุกมาก แต่จะบอกว่าข้างในคิดอยู่ว่า “นี่เรามาทานข้าวแบบนี้ได้เหรอ?”, “ต้องกลับไปอ่านบทหรือเปล่า?”, “เราอยู่อย่างนี้ได้เหรอ?” ในสมองคือเต็มไป
.jpg)
ด้วยบท “หรือว่าเราต้องกลับไปซ้อมหรือเปล่า?”(ผู้กำกับ : ถึงว่าเมื่อวานดูไม่ค่อยทานข้าว ชวนกินก็นั่งนิ่งๆอ๋อเข้าใจแล้ว) ผมเพิ่งเคยเจอตัวเองแบบนั้นนะครับ เพราะเท่าที่รู้จักตัวเองมา ผมเป็นคนชอบออกกำลังกายแล้วจะทานเยอะมาก แต่เมื่อวานนี้คือไม่ใช่ตัวผมเลยครับ รู้สึกเหมือนทุกคนในห้องอาหารสนุกสนานกันมาก แต่มีผมคนเดียวที่กำลังคิดเรื่องบทอยู่ ผมพยายามที่จะเป็นหนึ่งเดียวกันกับบทไปเลยครับ (ผู้กำกับ : ด้วยการถือตลอดเวลาใช่ไหมครับ (หัวเราะ) ผมอยากขอบคุณพี่เอ๋มาก เมื่อวานตอนซ้อมกัน
ผู้กำกับสอนละเอียดมาก บอกรายละเอียด อธิบายทุกสิ่งทำให้ผมเข้าใจมากขึ้น ผมรู้สึกว่าพี่เอ๋เป็นผู้กำกับที่ดีมากๆ และคิดว่าเราจะมีโอกาสได้เจอผู้กำกับที่ดีแบบนี้อีกไหมก็ไม่รู้ มันทำให้ผมคิดว่าพี่เอ๋เป็นพระเอกไปเลยดีไหม พี่เอ๋แสดงเองเลยดีกว่า (หัวเราะ)
ทำงานในวงการมาหลากหลายถึงวันนี้อยากให้ผู้คนจดจำทงเฮในแบบไหน?
อีทงเฮ : คำถามนี้ยากมากเลยครับ พอได้คำถามแบบนี้ก็เขินนะครับ แต่ว่าขออนุญาตพูดออกมาจากใจจริงของผมตอนนี้เลย ว่าผมอยากจะเป็นความฝันของคนใดคนหนึ่งครับ ความฝันอันนั้นอาจจะไม่ได้เป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่มากๆ ก็ได้ แค่อยากเป็นศิลปิน นักแสดง หรืออะไรก็ได้ที่เป็นคนที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นความฝันของคนคนหนึ่งได้ครับ เพราะแบบนั้นผมจึงจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ดังนั้นผมจึงจะไม่หยุดในการเรียนรู้ หรือค้นพบตัวเองทั้งในด้านการแสดงหรือด้านดนตรีหรือเพลงครับ
.jpg)
ทิ้งท้ายถึงแฟนๆ
อีทงเฮ : ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ครับที่ได้โอกาสนี้ การได้มาเมืองไทย ได้ถ่ายทำในประเทศไทย และได้มีโอกาสโชว์มุมมองใหม่ๆ ของผม ผมรู้สึกขอบคุณมากๆเลยครับ ผมจะตั้งใจถ่ายทำ แบบที่เตรียมการกันไว้ หวังว่าทุกคนจะติดตามและรักผลงานชิ้นนี้ด้วย
ผู้กำกับ : อยากฝากให้ติดตามผลงานชิ้นนี้กันนะครับ ผลงานนี้มันไม่ใช่แค่ซีรี่ส์ธรรมดา แต่ความตั้งใจของโปรเจกท์นี้เกิดจากการที่เราเอาความฝันของศิลปินแต่ละประเทศมารวมกันในประเทศไทย เรื่องราวที่ถ่ายทอดก็มีความเป็นจิตวิญญาณของไทยปะปนอยู่ในซีรี่ส์เรื่องนี้ โดยที่มีศิลปินจากหลายๆ ประเทศมาเป็นส่วนหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่ได้จากการถ่ายทำทีละคนๆ มา คือเราได้มิตรภาพ แม้ว่าจะเจอทงเฮเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เราสัมผัสได้ว่าเราได้มิตรภาพกับเขาและกับทุกๆ ประเทศที่เข้ามา ดังนั้น ผมเชื่อว่านอกจากจะสนุกกับซีรี่ส์ลึกลับเรื่องนี้แล้ว คุณจะได้ความรู้สึกอบอุ่นของความเป็นเอเชียด้วย
ด้านหนุ่มทงเฮปิดท้ายการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ด้วยคำว่า “รักนะจุ๊บๆ”