ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/381763

แหวกฟ้าหาฝัน : Porto Cathedral
Porto Cathedral inside
นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเดินทางโดยรถไฟสถานที่แรกที่จะได้สัมผัสเมื่อมาถึงเมืองต่างๆ ก็คือ สถานีรถไฟกลางเมืองนั้นๆ Porto เมืองอันดับสองของโปรตุเกสก็เหมือนเมืองใหญ่อื่นๆ ในยุโรปที่มีสถานีรถไฟใหญ่ 2 แห่ง โดยสถานีที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากลิสบอนมาถึงก็คือ Sao Bento ส่วนอีกสถานีเล็กกว่าชื่อ Campanha สถานีรถไฟแห่งนี้เป็นสถานีที่ถูกดำริจะสร้างขึ้นตั้งแต่ 1864 เพื่อเป็นสถานีรถไฟกลางของเมือง ในที่สุดในปี 1887 เทศบาลเมืองก็ได้ตัดสินใจใช้ Benedict Convent เป็นสถานที่ก่อสร้างสถานีรถไฟกลางแห่งใหม่โดยมอบหมายให้ Jose Marques da Silva สถาปนิกชาว Porto เป็นผู้ออกแบบโดยได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศส ในช่วงเริ่มแรกนั้น เทศบาลให้ก่อสร้างส่วนของอุโมงค์เพื่อให้สถานีเป็นทางเชื่อมกับสถานี Campanha ก่อน

แท่นบูชาในโบสถ์
ส่วนของตัวสถานีเริ่มก่อสร้างทีหลังในปี 1900 โดยพระเจ้า Carlos ที่ 1 เป็นผู้วางศิลาฤกษ์ เนื่องจากสถานีรถไฟแห่งนี้จะเป็นหน้าตาของเมือง การออกแบบภายในจึงมีความละเอียดอ่อนและใช้กระเบื้องจากโรงงานที่ดีที่สุดของเมืองคือ Sacavem การก่อสร้างสถานีเป็นไปอย่างเชื่องช้า กว่าจะเปิดตัวได้ก็เข้าสู่ปี 1916 ต่อมาในปี 1988 รัฐบาลกลางต้องการให้สถานีแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจึงตัดสินใจปรับปรุงสถานีครั้งใหญ่ในปี 1992 นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาใช้สถานีแห่งนี้จะพบว่า กระเบื้องตกแต่งที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของชาว Porto ดั้งเดิมนี้มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์และน่าประทับใจสมกับความตั้งใจของรัฐที่จะให้ที่นี่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

บรรยากาศในโบสถ์
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เป็นคาทอลิกหรือชื่นชอบเยี่ยมเยือนศาสนสถาน สถานที่ท่องเที่ยวที่มักต้องมาเยือนเมื่อไปตามเมืองใหญ่ๆ ก็คือ Cathedral หลายคนอาจสงสัยว่า Cathedral ต่างกับ Church อย่างไร Cathedral คือโบสถ์ขนาดใหญ่ซึ่งแต่ละเมืองมักมีแห่งเดียวเพราะเป็นที่ประทับของ Bishop ผู้ดูแลโบสถ์ทั่วทั้งเมือง ส่วน Church นั้น แต่ละเมืองจะมีกี่แห่งก็ได้เพราะเป็นสถานที่ประกอบกิจของชาวคริสต์นิกายคาทอลิก และโปแตสแตนท์ Porto เป็นเมืองหนึ่งที่เคยมีความสำคัญทางศาสนาอย่างมากและมี Bishop อยู่ ที่นี่จึงมี Cathedral ขนาดใหญ่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก

Baptist of Chirst by John the Baptist
Porto Cathedral ที่ตั้งอยู่กลางเมืองนี้อันเป็นอนุสาวรีย์ที่เก่าแก่ที่สุดและมีความสำคัญที่สุดของเมืองแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 และถูกใช้เป็นที่ประทับของบิชอปเรื่อยมา แม้ Porto Cathedral จะมีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งงานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในล้วนเป็นแบบผสมผสาน ทั้งนี้เพราะโบสถ์แห่งนี้ถูกต่อเติมและตกแต่งอยู่หลายศตวรรษในช่วงเวลาต่างๆ กันโดยเริ่มตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา ในปี 1333 โบสถ์ได้เพิ่มส่วนของหอสวดมนต์ Joao Gordo ตามชื่อของอัศวินประจำพระเจ้า Dinis ที่หนึ่งโดยตกแต่งตามสถาปัตยกรรมแบบโกธิก หลังจากนั้นมาโบสถ์ก็ได้รับการตกแต่งตามแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิกเรื่อยมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 15 ที่เข้าสู่ยุคบาโรค Nicolau Nasoni สถาปนิกอิตาเลียนคนแรกของยุคบาโรคได้เป็นผู้ตกแต่งด้านหน้าทั้งสองข้าง รวมทั้งแท่นบูชาในหอสวดมนต์ นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังมีการตกแต่งด้วยหินอ่อนสีแดงเป็นรูปต่างๆ เช่น Baptist of Chirst by John the Baptist, The Life of Virgin Mary

Porto Cathedral ด้านนอก
โบสถ์ที่มีหอสูงสองด้านที่ถูกครอบด้วยหลังคากลมนี้ แม้ด้านหน้าบันจะปราศจากการตกแต่ง แต่ส่วนระเบียงที่ถูกสร้างแบบสถาปัตยกรรมแบบบาโรค และหน้าต่างรูปกุหลาบตามอย่างสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์กลับสามารถสร้างความประทับใจอย่างยิ่งยวดให้กับผู้พบเห็น ส่วนทางเดินจนถึงหน้าแท่นบูชาภายในซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์และปกคลุมด้วยหลังคาโค้งที่ทำจากหินนี้ได้กลายเป็นต้นแบบของงานสถาปัตยกรรมโปรตุเกสในยุคต่อมา นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานสถาปัตยกรรมหลายๆ ยุคจึงควรให้เวลาในการพิจารณาสถาปัตยกรรมส่วนต่างๆ รวมถึงสิ่งละอันพันละน้อยในโบสถ์เพื่อดื่มด่ำกับโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุดและสวยงามที่สุดของเมือง Porto แห่งนี้

ประติมากรรมหน้าโบสถ์

เมือง Porto ถ่ายจาก Porto Cathedral

ตัวอย่างกระเบื้องที่สถานีรถไฟ Porto

กระเบื้องสถานีรถไฟ Porto

Porto Train Station