เปิดบ้านวัชรา บูทีค โฮเท็ลแห่งใหม่ใจกลางกรุง มรดกอันงดงามเหนือกาลเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/388850

เปิดบ้านวัชรา บูทีค โฮเท็ลแห่งใหม่ใจกลางกรุง มรดกอันงดงามเหนือกาลเวลา

เปิดบ้านวัชรา บูทีค โฮเท็ลแห่งใหม่ใจกลางกรุง มรดกอันงดงามเหนือกาลเวลา

วันอังคาร ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บ้านวัชรา มรดกอันงดงามเหนือกาลเวลา สืบทอดผ่านรุ่นสู่รุ่น “วัชรา” ย่อมาจากคำเต็ม“วัชราภัย” หมายถึงครอบครัวผู้พักอาศัยบนผืนดินและบ้านหลังนี้ โดยสืบทอดเป็นมรดกอันทรงคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น บ้านวัชรา เปรียบเสมือนอัญมณีที่ล้ำค่าแห่งถนนสีลม 19 ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงใหม่เป็น บ้านวัชรา บูทีค โฮเท็ล ในบรรยากาศอบอุ่น ตกแต่งในสไตล์โคโลเนียลโดยยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

และเมื่อเร็วๆ นี้ เปรมมนัช วัชราภัย ได้เปิดบ้านวัชรา บูทีค โฮเท็ล ให้เหล่าเซเลบริตี้อาทิ อทิตา สุธาดารัตน์, ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, ธาวิน พี เซียวตง, กรองกาญจน์ ชมะนันทน์, ชนัดดา จิราธิวัฒน์, พิมพ์ปรีชา ดีสวัสดิ์ ฯลฯ เข้าเยี่ยมชม

สำหรับที่มาของนามสกุล “วัชราภัย”เป็นนามสกุลที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในขณะนั้นประเทศไทยยังใช้ชื่อว่า “อาณาจักรสยาม และ
หนึ่งในย่านที่อยู่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยความร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่, สวนสาธารณะเขียวขจี และแม่น้ำสายเล็กมากมายคือสีลม ครอบครัว “วัชราภัย” คือหนึ่งในครอบครัวที่ได้พักอาศัยอยู่ในย่านสีลมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เปรมมนัช วัชราภัย 

โดยในปี พ.ศ.2453 พลเรือนรับราชการกระทรวงยุติธรรมนามว่า “แดง วัชราภัย” สร้างบ้านวัชราขึ้นในซอยสีลม 19 เพื่อเป็นมรดกตกทอดให้แก่บุตรหลาน ภายหลังจากที่คุณแดงถึงแก่กรรม บ้านวัชราจึงอยู่ภายใต้การดูแลของคุณ “ปลุกวัชราภัย” บุตรชายคุณแดง ตั้งแต่นั้นมาบ้านวัชราเป็นเหมือนที่พักพิงและศูนย์รวมของเหล่าญาติมิตรจากหลายจังหวัด ในปีพ.ศ. 2453 คุณปลุกและครอบครัวได้ย้ายออก บ้านวัชราจึงตกทอดไปอยู่ภายใต้ความดูแลของ “อัมพร วัชราภัย” ผู้เป็นน้องสาว จากนั้นในปีพ.ศ. 2533 อัมพรได้ย้ายออกอีกครั้ง บ้านวัชราจึงไม่ได้รับการปรับปรุงตกแต่งนานนับหลายปี จนกระทั่ง “เปรมปรีย์ วัชราภัย”หลานชายได้เข้ามาทำการบูรณะใหม่อีกครั้งและเปิดให้เช่าเป็นร้านอาหารไทยซึ่งดำเนินกิจการยาวนานถึง 15 ปี ในปีพ.ศ. 2558 อัมพรได้ถึงแก่กรรมด้วยวัย 96 ปี บ้านวัชราจึงกลายเป็นมรดกตกทอดไปสู่เปรมปรีย์ ซึ่งภายหลังได้มอบหมายให้ “เปรมมนัช วัชราภัย” บุตรชาย เป็นผู้ดูแล ด้วยปณิธานอันแรงกล้าที่จะสืบสานต่อมรดกของบรรพบุรุษเปรมมนัชจึงตัดสินใจบูรณะตกแต่งบ้านวัชราใหม่อีกครั้งให้กลายเป็นโรงแรมที่ผสมผสานความงดงามแบบดั้งเดิมและการตกแต่งแบบสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ถือเป็นสถานที่ที่หวนให้รำลึกถึงเรื่องราวและบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งได้เป็นอย่างดี

เปรมมนัช วัชราภัย กล่าวว่า “ผมตั้งใจบูรณะบ้านหลังนี้ขึ้นมาใหม่เพื่อให้ที่นี่เป็นโรงแรมที่แขกผู้มาพักได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่อบอุ่นเสมือนอยู่บ้านคุณย่า ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นของต้นโพธิ์ใหญ่ที่มีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งหาได้ยากในทำเลที่อยู่ใจกลางของย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ โดยสถาปัตยกรรมของที่นี่จะมีสองสไตล์คือโคโลเนียลและสไตล์คลาสสิกแบบฉบับไทยๆ ในสไตล์ที่ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายย้อนยุคด้วยเฟอร์นิเจอร์แอนทีค และของเก่าสะสมที่ครอบครัวเก็บรักษามาตั้งแต่รุ่นคุณทวด ถ้าได้ลองมาที่นี่จะรู้สึกถึงความสงบที่หาได้ใกล้ๆ ที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร”

ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, อทิตา สุธาดารัตน์, ชนัดดา จิราธิวัฒน์, เปรมมนัช วัชราภัย, ดร.วิมวิริยา ลิ่มกังวาฬมงคล

บ้านวัชราใช้เวลาบูรณะใหม่กว่า 2 ปี ประกอบไปด้วย 3 ตึกใหญ่และบ้านไม้สไตล์โคโลเนียลอีก 2 หลัง แม้ว่าจะผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ หากแต่ความงามของมรดกตกทอดไม่ลดเลือนตาม
กาลเวลา เพื่อสร้างบรรยากาศเสมือนย้อนกลับไปในอดีตกาลให้แก่ผู้มาเยือน นอกจากห้องพักแล้ว ยังมีห้องอาหาร, ห้องอ่านหนังสือ, สวน และลิฟต์ รวมถึงอ่างจากุชชี่กลางแจ้งไว้เพื่ออำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

Leave a comment