‘แสงเดือน ชัยเลิศ’ทุ่มเทชีวิตและจิตใจเพื่อ‘ช้าง’ บุคคลในโปรเจกท์พิเศษ FORWARD YOUR WISDOM

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/388608

‘แสงเดือน ชัยเลิศ’ทุ่มเทชีวิตและจิตใจเพื่อ‘ช้าง’ บุคคลในโปรเจกท์พิเศษ FORWARD YOUR WISDOM

‘แสงเดือน ชัยเลิศ’ทุ่มเทชีวิตและจิตใจเพื่อ‘ช้าง’ บุคคลในโปรเจกท์พิเศษ FORWARD YOUR WISDOM

วันจันทร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“ไม่เคยคิดจะเกษียณ ไม่เคยคิดจะหยุดทำ จะช่วยเหลือช้างจนกว่าไม่มีลมหายใจ”

นี่คือคำพูดที่มุ่งมั่นของ แสงเดือนชัยเลิศ ผู้อำนวยการศูนย์บริบาลช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หรือ Elephant Nature Park สถานที่ที่ให้การช่วยเหลือและดูแลทั้งช้างแก่ ช้างป่วย และช้างบาดเจ็บ พร้อมทั้งเดินหน้าในการขยายแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อเป็นโมเดลให้กับธุรกิจปางช้างทั้งหลาย

แสงเดือน ชัยเลิศ คือ 1 ใน 10 บุคคลของโปรเจกท์พิเศษ FORWARD YOUR WISDOM ที่จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 10 ปี บริการเดอะวิสดอมกสิกรไทย โดยนำเสนอเรื่องราวของบุคคลผู้ทุ่มเทและสร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ทั้งแนวคิด ความรู้ และประสบการณ์ของพวกเขาล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและควรค่าแก่การส่งต่อ เพื่อจุดประกายพลังแห่งการร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีต่อไป

 

เมื่อเร็วๆ นี้ เดอะวิสดอมกสิกรไทย ได้จัดกิจกรรม The Symbol of Your Journey : Elephant Nature Park นำลูกค้าเดอะวิสดอมเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวปางช้างเชิงอนุรักษ์ นั่นคือเรียนรู้และชมการใช้ชีวิตแบบธรรมชาติของช้าง ช่วยดูแลให้อาหาร เดินเล่นกับช้าง โดยไม่มีการถูกบังคับให้ต้องแสดงโชว์ ไม่มีการล่ามโซ่ ไม่มีการใช้ตะขอ และไม่อนุญาตให้ขี่ช้างโดยเด็ดขาด

จากภาพติดตาเมื่อครั้งเป็นเด็กที่เห็นช้างโดนบังคับทารุณ โซ่เส้นใหญ่ที่ล่ามขาช้างกับท่อนซุงไว้ ตะขอจากควาญช้างที่สับลงบนหลังเพื่อบังคับให้ช้างทำตามคำสั่งจนเลือดไหล ทำให้ช้างส่งเสียงร้องทรมานพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ แสงเดือน ปฏิญาณกับตัวเองว่า ต่อไปนี้จะขออุทิศชีวิตของเธอเพื่อช่วยเหลือช้างจากการถูกทารุณทุกประเภท ทำให้ปัจจุบันศูนย์บริบาลช้างของเธอมีช้างในความดูแลถึง 86 เชือก รวมถึงสัตว์ต่างๆ ทั้ง หมา แมว หมูป่า ควาย ที่ถูกทอดทิ้งอีกกว่า 2,000 ชีวิต

หลายคนรู้จัก แสงเดือน จากคลิปและข่าว “หญิงไทยร้องเพลงกล่อมช้างจนหลับ” ซึ่งเธอเล่าถึงที่มาของการร้องเพลงให้ช้างฟังว่าเกิดจาก “ฟ้าใส” ช้างดุที่ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ โดยเกิดจากการโดนทรมานและบังคับให้ทำตามคำสั่งเพื่อฝึกฝนในการแสดงโชว์ ฟ้าใสทำร้ายควาญช้างมาแล้วหลายคนจนเจ้าของไม่สามารถดูแลได้ จึงนำมายกให้กับแสงเดือน

“ที่เขาดุร้ายนั่นเพราะเขาถูกกระทำมาก่อน เขามองว่ามนุษย์ไม่เป็นมิตร เราต้องปรับพฤติกรรมเขาโดยค่อยๆ เข้าหา ให้อาหาร อยากทำให้เขารู้สึกสบายใจเลยลองร้องเพลงให้เขาฟังเรื่อยๆ ปรากฏว่าเขาดูสงบลง เหมือนเขารับรู้ถึงความรักและความเป็นมิตรที่เราหยิบยื่นให้เขาได้” หลังจากนั้นไม่นานเวลา แสงเดือนอยู่ในศูนย์บริบาลช้าง ก็จะเห็นฟ้าใสเดินตามคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ ไปทุกที่จนกลายเป็นภาพชินตาของนักท่องเที่ยว

 

ปัจจุบัน แสงเดือน ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการแก้ปัญหาช้างป่าและช้างถูกทารุณร่วมกับหลายประเทศทั่วโลก ทั้งอินเดีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย พม่า ลาว เคนยา และแอฟริกา โดยนำโมเดลของ Elephant Nature Park ไปเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติมากมาย นอกจากนั้น แสงเดือนยังได้รับเชิญให้ไปพูดเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและปัญหาของช้างจากองค์กรระดับนานาชาติหลากหลายองค์กร หนึ่งในนั้นคือการได้รับเชิญจาก นางฮิลลารี คลินตัน ให้ไปพูดที่สภาคองเกรสต่อหน้าผู้นำกว่า 30 ประเทศเกี่ยวกับงานอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมที่เธอทำอยู่

แสงเดือน บอกว่า เธอไม่เคยเหน็ดเหนื่อยเลยที่ต้องเดินทางไปพูดหรือร่วมรณรงค์ตามประเทศต่างๆ เพราะคิดว่าได้เผยแพร่แนวคิดในการช่วยเหลือช้างและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก

“ดีใจที่หลายประเทศให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือดูแลช้างมากขึ้น แต่น่าเสียดายที่ในประเทศไทยเราเองยังตื่นตัวกับเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย ทั้งๆ ที่ช้างเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับประเทศเรามานานและเหลือน้อยลงไปทุกที”

สิ่งหนึ่งที่สามารถสนับสนุนคำพูดของแสงเดือนได้ดี คือจำนวนนักท่องเที่ยวและอาสาสมัครจำนวนมากที่เข้ามาดูแลช้างที่ Elephant Nature Park กว่า 99% เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด ซึ่งจะต้องเสียเงินในการเข้ามาเป็นอาสาสมัครดูแลช้างกว่า 10,000 บาท ในระยะเวลา 7 วัน ในขณะที่คนไทยสามารถเข้ามาทำกิจกรรมอาสาสมัครหรือเข้ามาชมช้างที่ Elephant Nature Park แห่งนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 

ฟ้าใส

“เราอยากปลดล็อกความคิดให้คนไทยและปางช้างทั้งหลายเข้าใจว่า การแสดงโชว์ของช้างทั้งวาดรูป เต้นระบำ ไม่ใช่พรสวรรค์ของช้าง พวกเขาต้องถูกบังคับและทารุณกรรมในการฝึกให้สามารถทำอย่างนั้นได้ ช้างควรอยู่อย่างมีความสุข นักท่องเที่ยวได้รับชมความงามตามธรรมชาติของช้างและมีส่วนร่วมในการช่วยกันดูแล แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ทุกวันนี้นอกจากปางช้างจะเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจมาเป็นการท่องเที่ยวเชิงอาสาสมัครมากขึ้น ต่างประเทศก็เดินทางมาศึกษาและทำตามเรามากขึ้น

เราคือพลเมืองของโลกที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หมายรวมถึงสัตว์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ด้วย เราไม่ควรมองช้างเป็นสัตว์ที่ต่ำกว่าเรา จงมอบความรัก ความเมตตา เมื่อใดที่เห็นช้างถูกทำร้าย ถูกทารุณกรรมช่วยพูดแทนพวกเขาด้วย ทุกคนสามารถพูดแทนช้างได้”

ทั้งหมดนี้คือ คุณค่า THE WISDOM ที่ แสงเดือน ต้องการถ่ายทอดและส่งต่อไปยังผู้คนมากมาย โดยหวังเพียงว่าผู้คนจะเข้าใจการดูแลช้างเชิงอนุรักษ์และการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์โดยปราศจากการทารุณกรรมมากขึ้น

Leave a comment