คุมน้ำตาล…พิชิตเบาหวานด้วยตนเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/390502

คุมน้ำตาล...พิชิตเบาหวานด้วยตนเอง

คุมน้ำตาล…พิชิตเบาหวานด้วยตนเอง

วันพุธ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โรคเบาหวาน เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของเซลล์ร่างกายที่ไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานได้ เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งโดยปกติบุคคลทั่วไปจะมีระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหารมาแล้ว 6 ชั่วโมง ไม่เกิน 126 มก./ดล. ซึ่งหากสูงกว่านี้คุณมีโอกาสที่จะเป็นโรคเบาหวานได้ ในปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเบาหวานถึง 5 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นคาดว่ามีผู้ที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานถึง 1.8 ล้านคน และมีผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานถึง 8.2 ล้านคน นอกจากนี้คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้ว่าเป็น ทั้งนี้การสังเกตอาการเบื้องต้นของโรคเบาหวาน คือ ปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวัน และกลางคืน กระหายน้ำมากกว่าปกติ น้ำหนักลดลง รู้สึกอ่อนเพลียง่าย มีอาการชาที่ปลายมือและปลายเท้า ถ้ามีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อทำการรักษาต่อไป ผู้ที่เป็นเบาหวาน หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพราะถ้าผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากดูแลตัวเองได้ไม่ดีพอ ก็มักจะเกิดภาวะ แทรกซ้อนตามระบบต่างๆ ของร่างกาย

ในปัจจุบันเบาหวานไม่ใช่โรคของคนแก่อีกต่อไปแล้ว ผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี ก็มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากปล่อยให้น้ำตาลในเลือดสูงอยู่เป็นเวลานานจะส่งผลให้หลอดเลือดตีบตัน เกิดความเสื่อมของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยง 5 อวัยวะสำคัญของร่างกาย คือ สมอง ตา หัวใจ ไต เท้า ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาอีกหลายโรคไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ ไตวายเรื้อรัง โรคอัมพาต เบาหวานขึ้นตาและแผลเรื้อรังที่เท้า ดังนั้น การรักษาเบาหวานจึงมีความจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับเป้าหมายที่เหมาะสม

การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และมีสุขภาพโดยรวมที่แข็งแรงได้ ผศ.ดร.ชนิดาปโชติการ นายกสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โดยผู้เป็นเบาหวานจะต้องทำความเข้าใจกับอาหารคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล ผักที่มีแป้งมากผลไม้ นม เป็นต้น และผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปต่างๆ ที่เราจะรับประทานก่อนนำไปสร้างสูตรอาหารสุขภาพในแบบของตัวเองตามเมนูโปรดในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควรเลือกชนิดอาหารที่จะเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือด และควบคุมปริมาณที่ควรรับประทาน และที่สำคัญผู้เป็นเบาหวานควรตั้งเป้าหมาย

ผู้เป็นเบาหวานจะต้องรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ไม่สูงเกินไปและต่ำเกินไป การควบคุมน้ำหนักจึงเป็นเรื่องหนักใจของคนเป็นเบาหวาน การระมัดระวังเรื่องอาหารจึงยากกว่าปกติ ฉะนั้นควรตั้งเป้าหมายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และอยู่อย่างเป็นสุข โดยเปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นภาพจำอาหารแบบเดิม พฤติกรรมการกินแบบเดิมหรือการดำเนินชีวิตเดิมๆให้เป็นคนใหม่

ให้ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน โดยการเลือกรับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาว เพราะข้าวกล้องมีกากใยอาหารสูงและน้ำตาลน้อย จำกัดปริมาณถั่วเปลือกแข็งซึ่งแม้จะมีไขมันดีมากแต่ก็มีพลังงานสูงรับประทานธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ลูกเดือยถั่วเขียว ถั่วแดง หรือถั่วดำแทนได้ ส่วนผักให้เน้นผักใบหรือผักก้าน พืชหัวอย่าง เผือก มัน เลือกรับประทานแทนข้าวได้ในปริมาณเท่าๆ กับข้าว เพราะมีแป้งสูง ผลไม้รับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม ลดปริมาณผลไม้ที่มีรสหวานมาก เช่น ลิ้นจี่ ลำไย เงาะ หรือมะม่วงสุก อาจแบ่งมื้ออาหารย่อยเป็น 4-5 มื้อเล็กๆ เพื่อกระจายปริมาณคาร์โบไฮเดรตตลอดวัน หากเผลอรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ก็จะต้องลดอาหารคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่นลงหรือลดในมื้อถัดไป หลีกเลี่ยงการรับประทานที่มีไขมันสูงมาก อาหารที่มีโซเดียมหรือเกลือสูง อาหารแปรรูป แล้วหันมารับประทานอาหารสด และปรุงสุกใหม่ๆ

ให้ปรับพฤติกรรมปรับวิถีชีวิต นอกจากปรับพฤติกรรมการกินแล้ว การออกกำลังกายก็เป็นส่วนสำคัญของชีวิต เช่น ลุกขึ้นมาเริ่มจากเดินเร็ววันละ 30 นาที ให้ได้ 5 วันต่อสัปดาห์ หรือ 150 นาที/สัปดาห์ แล้วค่อยๆ ขยับไปทำกิจกรรมที่จริงจังขึ้น เช่น เต้น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำอาจเพิ่มการออกกำลังกายเข้าไปในชีวิตประจำวันได้ อย่างการเดินต่อเนื่อง หรือกิจกรรมวันหยุดเช่น เดินป่าปั่นจักรยานชมวิว โดยการออกกำลังกายนอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยลดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ให้ตรวจน้ำตาลในเลือดและจดบันทึกรายวันให้เป็นนิสัย ผู้เป็นเบาหวานจะต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดก่อนรับประทานอาหารเช้าให้อยู่ระหว่าง 80 มก./ดล และไม่เกิน 130 มก./ดล. ส่วนระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร 2 ชั่วโมง (เริ่มนับจากอาหารคำแรก) ต้องไม่เกิน 180 มก./ดล.โดยผู้เป็นเบาหวานสามารถตรวจสอบระดับน้ำตาลของตัวเองได้ที่บ้านจากการใช้เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ที่สามารถให้ผลเลือดได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้สัมพันธ์กับผลเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจดบันทึก จะช่วยปรับพฤติกรรมต่างๆ ของผู้เป็นเบาหวานได้ดีขึ้น

ผู้เป็นเบาหวานต้องกินอาหารให้สัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือด โดยเลือกรับประทานให้เหมาะสำหรับตัวเอง เพราะอาหารที่รับประทานเข้าไปจะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ฉะนั้นการ
เรียนรู้และฝึกนับคาร์บให้เป็น จะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ได้ ซึ่งการนับคาร์บ คือ การนับคาร์โบไฮเดรต ที่ประกอบด้วยข้าว แป้ง ธัญพืช ผักผลไม้ ที่มีแป้งมาก และนม โดยการนับคาร์บจะนับเป็นกรัมหรือเป็นหน่วย เพื่อให้ผู้เป็นเบาหวานได้รับปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมในแต่ละวัน สามารถย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคสได้เต็มที่ก่อนที่ร่างกายจะนำไปใช้ ซึ่งการนับคาร์บ เทียบง่ายๆ คือ “1 คาร์บ = คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม” ได้แก่ ข้าว 1 ทัพพี (ไม่พูน) ขนมปัง 1 แผ่นบาง โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยตวงน้ำแอปเปิ้ลกล่องเล็ก แก้วมังกรครึ่งลูกกล้วยหอมขนาดกลางครึ่งผล ควรระวังเรื่องการรับประทานผลไม้อบแห้ง เนื่องจากผลไม้ยิ่งแห้งความเข้มข้นของน้ำตาลยิ่งสูง และสามารถดูปริมาณคาร์บของเครื่องปรุง และอาหารสำเร็จรูปต่างๆ ได้จากฉลากอาหาร โดยทั่วไปในหนึ่งวัน ผู้เป็นเบาหวานผู้หญิง ควรรับประทานอาหารให้ได้ 3-4 คาร์บต่อมื้อ หรือประมาณ 9-12 คาร์บต่อวัน ส่วนผู้ชายให้รับประทานอาหาร 4-5 คาร์บต่อมื้อ หรือประมาณ 12-15 คาร์บต่อวัน หากจำเป็นต้องลดน้ำหนัก นักกำหนดอาหารอาจแนะนำให้ลดคาร์บลง 1 คาร์บต่อมื้อ

การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้เราควบคุมเบาหวาน ป้องกันโรคแทรกซ้อน มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวได้

โดย ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

Leave a comment