หนังสือเด่น : นักอ่านชาวจีนจะไม่ทิ้งหนังสือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/389929

หนังสือเด่น : นักอ่านชาวจีนจะไม่ทิ้งหนังสือ

หนังสือเด่น : นักอ่านชาวจีนจะไม่ทิ้งหนังสือ

วันอาทิตย์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“กลอักษร ล่มฟ้า” งานเขียนของ “หวังเจวี๋ยเหริน” แปลเป็นไทยโดย “เกาเฟย” เป็นเรื่องราวของการก่อสร้างราชวงศ์ถังในประวัติศาสตร์จีน เมื่อหลี่ซื่อหมินได้ยึดอำนาจ ฮ่องเต้แล้วตั้งตัวเป็นฮ่องเต้แทน แต่ในขณะที่การทำงานจะสำเร็จลงไปด้วยดี ได้เกิดเหตุการณ์ที่ต้องชวนให้ระมัดระวังตัวว่าจะมีเรื่องร้ายตามหลังมา เมื่อแม่ทัพใหญ่คนหนึ่งในผู้ร่วมกบฏ ก่อนตายได้ เขียนบอกความเป็นนัยให้ ฮ่องเต้ ระวังตัว โดยเขียนเป็นปริศนาตัวอักษรเอาไว้หนึ่งตัว แต่ปรากฏว่า ตัวอักษรนี้ ยังไม่มีผู้ใดสามารถแก้ไขคำปริศนาที่แฝงอยู่ให้กระจ่างได้ว่า มันมีหมายถึงอะไร และเก็บงำความลับอะไรไว้บ้าง ทำให้ฮ่องเต้ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก และต้องรวดเร็วเพื่อที่จะแก้ไขปริศนาที่อยู่ในตัวอักษรนั้นให้ได้ก่อนที่จะมีเรื่องราวที่ไม่ดีลุกลามมาถึงตัวเอง ทั้งหมดนี้คือ บทนำของนิยายเรื่องนี้ ซึ่งนอกจากจะให้ความรอบรู้ในเรื่องการเขียนตัวอักษรของคนจีนในประวัติศาสตร์แล้ว ยังแฝงความลี้ลับให้คนอ่านต้องติดตาม เพื่อค้นหาปริศนาในตัวอักษรตัวนี้ด้วย

ในเล่มแรก ซึ่งเป็น เล่มที่ 1 ของนิยายเรื่องนี้ เมื่อเปิดเรื่องเพื่อชวนให้คนต้องติดตามอ่านแล้ว จากนั้น ผู้เขียนก็จะค่อยๆ ปล่อยตัวละครออกมาทีละตัวๆ แน่นอนว่า ตัวละครแต่ละตัวนั้น มีที่มาที่ไป เกี่ยวข้อง และมีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับ ราชวงศ์ถังอย่างแน่นอน ซึ่งในประวัติศาสตร์ของจีนในยุคราชวงศ์ถังนี้ แม้บ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรือง เนื่องจาก ฮ่องเต้มีคุณธรรม และใฝ่หาความรู้ ส่งเสริมให้ราษฎรอยู่ดีมีสุข แต่ในส่วนของราชสำนักกลับเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวาย ของการ ช่วงชิงความเป็นใหญ่ ที่เมื่อมีโอกาสก็จะหาทางกบฏ หรือแก่งแย่งกันเพื่อให้ตัวเองก้าวขึ้นไปฐานแห่งอำนาจ ที่วุ่นวายไม่รู้จบโดยราษฎรทั่วไปไม่รู้เลย

ต้องยอมรับว่า กลอักษร ล่มฟ้า ผู้เขียนเข้าใจที่จะนำเรื่อง เพื่อให้เข้าสู่ แก่นของเรื่อง ด้วยการสร้าง ปมปัญหาให้คนอ่านต้อง ค้นหาความกระจ่าง เช่นเดียวกับตัวละครในเรื่อง ทำให้ทั้ง ตัวละคร และคนอ่านกลายเป็นคนในกลุ่มเดียวกัน ที่มีเจตนาเดียวกัน ดังนั้น การติดตามเรื่องราวต่อไป ทั้งคนอ่าน และตัวละครจึงประสานเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้เกิดอารมณ์ร่วมไปด้วยกัน จึงไม่แปลกใจ
เลยว่า ถ้าหนังสือเล่มนี้จะกลายเป็นหนังสือ ที่มีผู้อ่านติดตามอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะมันเหมือนกับตัวเองกำลังอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ ไปด้วย

ในสภาวะที่คนไทยกำลังตื่นตระหนกถึงการลดจำนวนคนอ่านหนังสือลงอย่างมากมายในเวลานี้ ดูเหมือนว่า ในแวดวงหนังสือของชาวจีน ปรากฏการณ์แบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาวิตกกังวลเลย ก็คงจะเป็นเพราะนักเขียนของเขา ไม่เคยหยุดนิ่งพยายามหาความแปลกใหม่ และความน่าสนใจออกมาสู่คนอ่านได้ตลอดเวลานี่เอง

เจาะลึกนครสีทองที่ไม่เหมือนใครบนโลกนี้ ‘ดูไบ’ อดีตเมืองแห้งแล้งกลางทะเลทราย

“Dubai Diary ดูอะไรที่ดูไบ” ผลงานการเขียนของ “ดร.มิ้นท์–อัลฮูดา ชนิดพัฒนา” ดอกเตอร์สาวที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในดูไบเพื่องานวิจัยด้านการตลาดหลายปี คลุกคลีอยู่กับดูไบและได้เห็นมุมที่นักท่องเที่ยวไม่มีวันได้เห็น ของนคร “ดูไบ” อดีตเมืองแห้งแล้งกลางทะเลทราย ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่โด่งดังด้านเศรษฐกิจและความทันสมัย แต่น้อยคนที่จะได้เข้าไปสัมผัสกับเมืองสีทองแห่งนี้จริงๆหนังสือเล่มนี้ จะเจาะลึก “ดูไบ” ในมุมที่ไม่มีใครเคยเห็น ให้ทุกคนได้เห็นว่าดูไบมีอะไรมากกว่าการเป็นเมืองเศรษฐกิจ ที่มีเสน่ห์ของความสุดขั้วแบบที่ไม่อาจจะเจอได้ในเมืองอื่นๆ ของโลก จำนวน 232 หน้า ราคา 299 บาท

 

ฆาตกรรมโหดบนเกาะกลางทะเล ทุกอย่างถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

“TEN เกาะล้างแค้น” เป็นเรื่องราวของ 10 นักเรียนกับ 1 ฆาตกรบนเกาะส่วนตัวที่ไร้ทางหนี ซึ่งเป็นนิยาย แนวฆาตกรรมของ “Gretchen McNeil” แปลไทยโดย “วรรธนา วงษ์ฉัตร” เนื้อเรื่องจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของนักเรียนมัธยมปลาย 10 คนที่ได้รับคำเชิญจากเพื่อนไฮโซร่วมโรงเรียนให้ไปเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์ที่คฤหาสน์หรูที่ตั้งอยู่บนเนินของเกาะส่วนตัวเล็กๆ แห่งหนึ่งนอกชายฝั่งไปไม่ไกล และเมื่อทุกคนไปถึง พายุก็โหมกระหน่ำเข้ามาจนออกจากเกาะไม่ได้ หนุ่ม-สาวทั้งสิบคนจึงต้องอยู่สนุกกันเองในบ้านบนเกาะหลังนั้น แต่ปาร์ตี้สุดสัปดาห์ที่ทุกคนรอคอยก็เริ่มไม่สนุก เมื่อพวกเขาพบเข้ากับดีวีดีประหลาดที่มีข้อความว่า “การแก้แค้นเป็นของฉัน” และการสื่อสารกับโลกภายนอกทั้งหมดถูกตัดขาด ก่อนที่นักเรียนทั้ง 10 คนจะค่อยๆ ทยอยตายไปทีละคน จำหน่ายเล่มละ 345 บาท

เตรียมความพร้อม และพัฒนาทักษะรอบตัว ให้รอบรู้ทุกด้านทุกแง่มุมสำหรับเด็กก่อนเรียน

แบบฝึกหัดสำหรับเตรียมความพร้อมให้เด็กๆ วัย 3 ปีขึ้นไป ชุดนี้ มุ่งเน้นฝึกฝน และพัฒนาทักษะรอบตัวด้านต่างๆ ใน 1 ชุด มี 5 เล่ม ได้แก่ การฝึกคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ทักษะรอบตัว การนับและจำนวน การวัดการเปรียบเทียบ และการรู้จักรูปแบบและการจัดหมวดหมู่ รูปภาพสวยงาม สะอาดสะอ้าน อ่านง่าย รูปเล่มการจัดหน้าเหมาะสมกับวัย 3 ขวบ มีแบบฝึกหัดง่ายๆ เฉพาะด้านในแต่ละเล่ม ทำแล้วเพิ่มความรู้ และสนุกสนานเพลิดเพลิน และเข้าใจง่าย สามารถใช้เป็นแบบฝึกหัดก่อนเรียน ฝึกฝนระหว่างเรียน หรือใช้สำหรับเตรียมสอบได้ แบบฝึกหัดนี้อ้างอิงมาจากหลักสูตรปฐมวัยอเมริกา ราคาเล่มละ 150 บาท

ได้เห็นมุมมองต่อโลกที่แตกต่างของ ‘บุคคลพิเศษ’ ที่มีความเรียบง่าย และมีความสุขในชีวิตในทุกวัน

หนังสือ “ผมปัญญาอ่อน” ของ “หวัง ซู เฟิน” เป็นหนังสือที่ได้มาถ่ายทอดความคิดของบุคคลพิเศษ หรือคนปัญญาอ่อนที่สังคมดูถูกเหยียดหยาม และกลั่นแกล้งตลอดเวลา ถึงแม้อาจจะได้รับการดูแลพิเศษจากพ่อแม่ หรือครูบาอาจารย์แต่ก็มีช่องว่างให้เขาเหล่านี้โดนเหยียบย่ำประจำ ซึ่งก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเห็นภาพ และทำให้ผู้อ่านเข้าถึงจิตใจกลุ่มคนนี้เป็นอย่างดี จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ ตัวเอกของเรื่อง เหมือนเป็นตัวแทนของพวกเขาว่า ว่าถึงแม้โลกจะโหดร้ายต่อพวกเขาเพียงใด แต่ความคิดและหัวใจเขายังคงสดใส มองโลกในแง่ดีและยังคงคิดว่าทุกคนรอบข้างหวังดีกับเขา อาจจะเป็นเพราะว่ากระบวนการทางความคิดของพวกเขาไม่ซับซ้อน จึงทำให้พวกเขาไม่มีความคิดด้านอื่นมารบกวน ซึ่งก็เป็นผลดีต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขา แต่หากมาลองคิดกลับกันหากเราหันมาใช้ชีวิตแบบบุคคลพิเศษเหล่านี้บ้าง เราคงมีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น และคงมีชีวิตเรียบง่ายและมีความสุขทุกวัน ราคา 200 บาท

Leave a comment