‘ฤาจะถึงกาลอวสานของหอศิลป์แห่งกรุงเทพฯ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/391195

‘ฤาจะถึงกาลอวสานของหอศิลป์แห่งกรุงเทพฯ’

‘ฤาจะถึงกาลอวสานของหอศิลป์แห่งกรุงเทพฯ’

วันเสาร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เมืองหรือสังคมใดที่ผู้คนไม่มีศิลปะ ไม่มีสุนทรียะ ไม่มีขนบวัฒนธรรม แถมผู้บริหารหรือผู้ปกครองของสังคมยังไม่มีใจให้ และไม่เห็นความสำคัญของศิลปะ เมืองหรือสังคมนั้นย่อมน่าสังเวช
น่าเวทนา และน่าชัง

วันนี้กรุงเทพฯ ยังคงมีหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า หอศิลป์แห่งนี้จะมีชีวิตยืนยาวอีกสักแค่ไหน

แนวหน้าวาไรตี้ โดย เฉลิมชัย ยอดมาลัย ผู้ดำเนินรายการพาคุณไปพูดคุยกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปวิตร มหาสารินันทน์ ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ดร. เฉลิมชัย ยอดมาลัย ผู้ดำเนินรายการ และแขกรับเชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปวิตร มหาสารินันทน์ ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หรือ หอศิลป์กรุงเทพฯตั้งอยู่ ณ สี่แยกปทุมวัน เป็นหอศิลปะร่วมสมัย มีห้องแสดงผลงานศิลปะโรงภาพยนตร์ โรงละคร ห้องสมุดห้องประชุม ร้านค้า และร้านอาหาร หอศิลป์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นทำเลทองที่ใครต่อใครก็อยากครอบครอง แต่ขณะเดียวกันก็มีความเป็นห่วงว่า หอศิลป์นี้จะมีอายุยืนยาวได้สักแค่ไหน

ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครย้ำว่า หอศิลป์กรุงเทพฯ สร้างขึ้นด้วยอุดมการณ์และปณิธานว่าจะต้องเป็นหอศิลป์ของประชาชนทุกคน และที่แห่งนี้คือความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ ถ้าหากประชาชนยังให้การสนับสนุนและไปใช้บริการของหอศิลป์เป็นจำนวนมากหอศิลป์นี้จะยังคงอยู่ได้ต่อไป ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องงบประมาณก็ตาม ที่ผ่านมาในช่วง 8 ปี ทางกรุงเทพมหานคร ให้งบฯสนับสนุนปีละประมาณ 40-45 ล้านบาท ส่วนเงินที่นอกเหนือจากนั้น ทางหอศิลป์ก็พยายามบริหารจัดการ และหารายได้ด้วยตัวเองบ้าง เช่น การให้เช่าพื้นที่เพื่อจัดงานศิลปะต่างๆ รวมทั้งให้ร้านค้าเช่าโดยคิดค่าบริการที่ถูกมากเมื่อเทียบกับห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้เคียงกัน เหตุผลที่คิดค่าเช่าถูกเพราะต้องการให้ผู้ที่ต้องการแสดงผลงานศิลปะ ซึ่งเป็นคนตัวเล็กตัวน้อยมีโอกาสใช้พื้นที่ตรงนี้ หากเราคิดราคาแพงก็เท่ากับตัดโอกาสของคนตัวเล็กตัวน้อยไปโดยปริยาย

ที่ผ่านมาหอศิลป์ได้รับการสนับสนุนบ้างบางส่วนจากเอกชนแต่ก็ไม่มากนัก เพราะเอกชนอาจจะมองว่าลงทุนกับหอศิลป์แล้วไม่คุ้มค่าในเชิงการตลาด

ในปีงบประมาณ 2561 ทางกรุงเทพมหานครจ่ายเงินให้แค่เพียงใช้เป็นค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าเท่านั้น แต่หอศิลป์ก็ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง เช่น ค่าจัดนิทรรศการ ค่าจัดกิจกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน ค่ายามรักษาความปลอดภัย ค่าจ้างพนักงาน ซึ่งทางมูลนิธิหอศิลป์ฯ มีสัญญากับทางกรุงเทพฯ โดยกรุงเทพฯ จะต้องเป็นผู้ดูแลในส่วนนี้ด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อได้ได้รับเงินสนับสนุน ก็จึงเกิดผลกระทบกับการบริหารงาน ทุกวันนี้มีปัญหาเกิดขึ้นแต่ทางหอศิลป์ก็ยังพยายามจะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไป โดยไม่ให้กระทบต่อคนใช้บริการ

ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ทางหอศิลป์ขาดงบประมาณในการทำงาน จึงทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว ทำให้จะต้องยุติการแสดงผลงานในบางห้องและบางชั้นไป เช่นงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล 2018จบลง ในห้องแสดงที่ชั้น 7 และชั้น 8ก็จะต้องปิดการแสดงลง เพราะเราไม่มีเงินที่จะทำงาน เงินที่กรุงเทพฯ จ่ายมา ก็มีแต่ค่าน้ำ ค่าไฟ มันก็มีแต่น้ำและไฟ แต่ไม่มีเงินสำหรับทำงานศิลปะ และทำกิจกรรมอื่น ๆ นี่คือปัญหาที่คารังคาซังมาปีกว่าแล้ว

ขอบอกว่าเราไม่ได้เป็นองค์กรที่แสวงหาผลกำไรหรือหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ เช่น ค่าเช่าห้องประชุมซึ่งมีที่นั่ง 222 ที่ เราเก็บค่าเช่าเพียงวันละ 22,000 บาท สำหรับราชการ ส่วนเอกชนนั้นเราเก็บค่าเช่า 4 หมื่นบาท นอกจากนี้ในส่วนของพิพิธภัณฑ์หอศิลป์ เราไม่เก็บค่าเข้าชม เพราะต้องการให้ผู้คนเข้าไปชมมากๆ ขอย้ำว่าเราไม่เน้นการทำธุรกิจ แต่เราพยายามเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าไปใช้บริการ ทั้งในส่วนของศิลปินและผู้ชม

หอศิลป์แห่งนี้เกิดขึ้นมาจากงบฯ ของราชการคือกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่ของเอกชน การทำงานของมูลนิธิฯก็เน้นเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการทางด้านศิลปะอย่างเต็มที่ เราจึงเน้นการทำงานประสานกับกรุงเทพมหานครมาโดยตลอด แต่บัดนี้เมื่อหอศิลป์เปิดให้บริการมาได้ 10 ปี อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้หลายอย่างก็ทรุดโทรมลงไป จำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาให้ดี เพื่อสามารถให้บริการกับผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เราไม่มีเงินพอ มูลนิธิจ่างค่าบำรุงรักษาซ่อมแซมลิฟต์เมื่อปี 2561 ไป 800,000 บาท แต่อันที่จริงมันควรจะต้องเปลี่ยนลิฟต์ได้แล้ว เพราะใช้มานาน ซ่อมไปเรื่อยๆ ก็ไม่คุ้มค่า บางทีแขกสำคัญก็ติดอยู่ในลิฟต์ เราแจ้งเรื่องให้กรุงเทพฯ ทราบแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหา เราพยายามขอความช่วยเหลือจากเอกชนก็ได้ไม่มากนัก เอกชนอาจจะไม่อยากสนับสนุนเรา เพราะเขาเห็นว่าไม่คุ้มกับการลงทุนของเขาในเชิงธุรกิจ ส่วนกรุงเทพฯ ก็อ้างว่าไม่สามารถจ่ายเงินให้กับหอศิลป์ได้ เรื่องก็ค้างคามาโดยตลอด เราพยายามพูดคุยเพื่อให้ปัญหาคลี่คลายลงไป ก็ยังไม่เกิดผลสำเร็จ แม้จะเจรจากันไปหลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีผลที่เป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม หอศิลปวัฒนธรรมฯ คือแหล่งเรียนรู้ของประชาชน เป็นสถานที่ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปใช้บริการได้ และสามารถแสดงออกด้านความคิดในด้านศิลปะได้อย่างเสรี ซึ่งเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีการซึมซับสภาพบรรยากาศความเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ชนิดหนึ่ง

อันที่จริงคนต่างชาติหรือคนที่ทำงานด้านศิลปะจากต่างประเทศก็ชื่นชมรัฐบาลไทยที่ยอมให้หอศิลป์อยู่กลางเมืองเช่นนี้ เขาชื่นชมนโยบายของรัฐบาล ชื่นชมคนไทยที่เห็นความสำคัญของงานศิลปะ ชื่นชมที่ไทยมีพื้นที่แสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตยโดยผ่านงานศิลป์ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้หอศิลป์เปลี่ยนอุดมการณ์ไปก็จะไม่ใช่หอศิลป์ของประชาชน

ขอย้ำว่าหอศิลป์คือพื้นที่ของคนทุกคน หากคนทุกคนเห็นความสำคัญของหอศิลป์ และเข้าไปใช้บริการมากๆ หอศิลป์ก็จะยังคงดำรงอยู่ต่อไป

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ในรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ ทาง TNN2 ช่อง 784เวลา 16.00-16.25 น. หรือ True Vision ช่อง 8 และรับชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube Naewna และผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

 

Leave a comment