ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/393057

‘ทำเพื่อมวลมนุษยชาติ’แรงบันดาลใจในการทำงาน 4 หมอผู้ได้รับพระราชทานรางวัล‘สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล’
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2561 ในปีนี้ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี สาขาการแพทย์ 2 ท่าน ได้แก่ ศ.นพ.ไบรอัน เจ. ดรูเคอร์ (Professor Brian J. Druker) และ ศ.ดร.แมรี่ แคลร์ คิง (Professor Dr.Mary-Claire King) ผู้ค้นพบยีนที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเต้านม สาขาการสาธารณสุข 2 ท่าน ได้แก่ ศ.นพ.จอห์น ดี. คลีเมนส์ (Professor John D. Clemens) และ ศ.นพ.ยอน อาร์. โฮล์มเกรน (Professor Jan R. Holmgren) ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำรัสแก่ผู้ได้รับรางวัลและผู้มาร่วมงานความตอนหนึ่งว่า “การศึกษาวิจัยดังกล่าว กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ได้ ต้องใช้เวลา ความอุตสาหะ เสียสละอย่างสูงแต่ผลสำเร็จที่ได้รับก็เป็นประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติอย่างไม่อาจประมาณได้ ดั่งเช่นผลงานของ ศ.นพ.ไบรอัน เจ. ดรูเคอร์ ในการพัฒนายาต้นแบบสำหรับรักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้า เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดซีเอ็มแอล ผลงานของ ศ.ดร.แมรี่ แคลร์ คิง ในการค้นพบยีนที่เป็นสาเหตุของการเป็นโรคมะเร็งเต้านม และผลงานของ ศ.นพ.จอห์น ดี. คลีเมนส์ และ ศ.นพ.ยอน อาร์. โฮล์มเกรน ในการพัฒนาวัคซีนชนิดกิน ป้องกันอหิวาตกโรค พร้อมทั้งเสนอแนวทางการให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ข้าพเจ้าจึงขอแสดงความชื่นชมด้วยอย่างยิ่งกับท่านทั้ง 4 ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานอันยิ่งใหญ่ และได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปีนี้”
ทั้งนี้ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2561 ได้เผยความรู้สึกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ พร้อมเผยถึงแรงบันดาลใจในการทำงาน เริ่มจาก ศ.นพ.ไบรอัน เจ. ดรูเคอร์ ผู้ได้รับรางวัลในสาขาการแพทย์ ผลงานการพัฒนายาต้นแบบรักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้า “อิมาทินิบ” สำหรับการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดซีเอ็มแอล กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่เราควรจะต้องมีการตรวจพันธุกรรมเพื่อคัดกรองมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดซีเอ็มแอลไม่ว่าจะเป็นมะเร็งช่วงแรกหรือระยะร้ายแรง การตรวจพันธุกรรมจะสามารถป้องกันและหาแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพได้ ปัจจุบันมีหลายประเทศมีศักยภาพในการตรวจพันธุกรรมนี้มากขึ้น รวมทั้งประเทศไทยที่มีการตั้งสถาบันพันธุกรรม ในอนาคตการตรวจพันธุกรรมจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยรักษาโรคมะเร็ง
“ปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นการรักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งวิธีการรักษาดังกล่าวแม้จะได้ผลดีแต่ก็ยังมีผลข้างเคียงและอาการแทรกซ้อน เนื่องจากการรักษาด้วยเคมีบำบัดไม่เข้าไปทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งเท่านั้น และยังทำให้เซลล์ดีในบริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบไปด้วย แต่ยาอิมาทินิบ เป็นยารักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดซีเอ็มแอลแบบมุ่งเป้า จะมีผลกระทบค่อนข้างน้อย ทำให้คนไข้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ผู้ป่วยที่ไม่ได้ใช้ยาชนิดนี้ปกติจะมีชีวิตได้ไม่เกิน 3-5 ปี แต่เมื่อได้รับยาอิมาทินิบคนไข้ร้อยละ 95 มีอายุยืนยาวกว่า 5 ปี ซึ่งถือเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่และอนาคตจะขยายไปยังมะเร็งชนิดอื่นๆ การได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง สำหรับแรงบันดาลใจในการทำงานของตัวเองคือการที่อยากจะช่วยผู้ป่วย ให้มีชีวิตยืนยาว ผมทำงานในคลินิกมา 20 ปี เห็นผู้ป่วยที่หายแล้วได้กลับบ้านมีชีวิตตามปกติ มีลูกมีหลาน ทำให้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป นอกจากนี้ในการทำงานต้องทำงานอย่างมีความสุข และมีความอยากรู้อยากเห็น”
ศ.ดร.แมรี่ แคลร์ คิง ผู้ได้รับรางวัลในสาขาการแพทย์ ผู้ค้นพบยีน BRCA1 ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านม กล่าวว่า “สำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยง คือ ผู้ที่มีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม เพราะจากการค้นพบยีน BRCA1 เป็นสิ่งยืนยันได้ว่ามะเร็งเต้านมสามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม ซึ่งการตรวจคัดกรองด้วยวิธีการ ยีน เทสติ้ง เหมือนที่นักแสดงชื่อดังอย่าง แองเจลินา โจลี ทำ ก็เป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกันมะเร็งเต้านม หรือหากพบว่ามียีน BRCA1 ก็จะได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดหรือหาแนวทางการรักษาได้อย่างทันท่วงที การได้รับรางวัลในครั้งนี้รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ซึ่งในการทำงานตนเองมีแรงบันดาลใจ คือ การคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม อยากเห็นคนไข้มะเร็งเต้านมหายจากอาการป่วย อีกส่วนหนึ่งคือความอยากรู้อยากเห็น อยากทำสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับคนไข้ของตัวเองและมวลมนุษยชาติ ในการทำงานต้องทำด้วยความรักและใส่ใจในสิ่งที่เราทำ ซึ่งส่งผลให้มีแรงตื่นมาตอนเช้าที่จะทำงานในทุกวัน”
ศ.นพ.จอห์น ดี. คลีเมนส์ และ ศ.นพ.ยอน อาร์. โฮล์มเกรน ผู้ได้รับรางวัลในสาขาการสาธารณสุข โดยทั้งสองท่านได้ร่วมกันค้นคว้าวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคชนิดกิน ที่มีชื่อว่า “ชานชอล” (Shanchol) เป็นผลสำเร็จ จนองค์การอนามัยโลกให้การยอมรับและแนะนำให้ใช้วัคซีนชนิดนี้แทนวัคซีนชนิดฉีด และช่วยชีวิตผู้คนทั่วโลกจากโรคอหิวาตกโรค ซึ่งทั้งสองท่านเผยว่า อหิวาตกโรคเป็นโรคที่เกิดกับคนยากจนเป็นส่วนใหญ่ และผู้คนเหล่านั้นไม่มีทางเลือกที่จะป้องกันตัวเองจากโรคนี้ได้ จากการศึกษาแนวคิดเรื่องภูมิคุ้มกันอาศัยหมู่ในบังกลาเทศ โดยการให้วัคซีนกับประชากรเพียงร้อยละ 60 ของชุมชน สามารถช่วยป้องกันการระบาดของโรคได้ เราจึงมีความหวังว่าโรคอหิวาตกโรคจะหมดไปจากโลกนี้ภายในปี 2030 สำหรับแรงบันดาลใจในการทำงานทั้งสองท่านบอกว่า การได้ช่วยเหลือมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่ยากไร้หายจากโรคต่างๆ และการได้นำทฤษฎีต่างๆ ที่วิจัยพัฒนานำไปสู่ภาคปฏิบัติอย่างได้ผล ผู้คนทั่วโลกมีสุขภาพที่ดี คือสิ่งที่ทั้งสองท่านภาคภูมิใจ และเป็นกำลังใจให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการทำงานด้วยความสุข ทำให้เป็นเหมือนงานอดิเรกจึงทำให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน
ภายหลังพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2561 ในวันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในงานพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2561 พร้อมคู่สมรส ในการนี้มี คณะองคมนตรี นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ในพระบรมมหาราชวัง













