ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/408011

‘ปธ.มูลนิธิข้าวขวัญ’จ่อขึ้นทะเบียนแพทย์พื้นบ้าน ชี้’พลังประชาคม-อ.ยักษ์’สั่นสะเทือนรบ.
“ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ”จ่อขึ้นทะเบียนแพทย์พื้นบ้าน17เม.ย.นี้ ชี้”พลังประชาคม-อ.ยักษ์”สั่นสะเทือนรัฐบาล ด้านองค์กรสังคม-รพ.-มหาวิทยาลัย-ป.ป.ส.พร้อมระดมสมองกำหนดทิศทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชา และใช้รักษาทางการแพทย์เจริญก้าวไกลมาตรฐานสากล
14 เม.ย.62 นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เปิดเผยว่า หลังจากได้เข้าพบและพูดจาทำความเข้าใจกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตนก็พ้นข้อกล่าวหา รวมทั้งโครงการน้ำมันกัญชายังได้รับการสนับสนุนจาก ป.ป.ส.อีกด้วย ในครั้งนี้ต้องบอกว่าเราได้เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส คือ นอกจาก ป.ป.ส.จะเข้าใจวัตถุประสงค์ของโครงการและไม่มีการจับกุม พร้อมทั้งแนะนำช่องทางในการแจกจ่ายยาแก่ผู้ป่วยแบบถูกกฎหมายโดยให้ดำเนินการในรูปแบบของงานวิจัยแล้ว ยังให้การสนับสนุนโครงการโดยจะนำกัญชาของกลางที่ได้จากการจับกุมมาให้ทางมูลนิธิฯ ใช้ในการผลิตน้ำมันกัญชา ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตยา และทำให้สามารถคัดเลือกกัญชาที่คุณภาพดีได้ซึ่งต่างจากกัญชาที่ซื้อซึ่งไม่สามารถเลือกได้ ขณะเดียวกันเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมาย ตนก็ได้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุขว่าจะไปยื่นขอขึ้นทะเบียนแพทย์พื้นบ้าน ที่กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ในวันที่ 17 เม.ย.นี้
“ผมว่าพลังที่สั่นสะเทือนรัฐบาลมี 2 อย่าง คือ พลังภาคประชาชน ซึ่งเขาเชื่อว่ารัฐบาลอาจรู้เห็นกับการสั่งจับมูลนิธิข้าวขวัญ จึงมีปฏิกิริยาที่รุนแรง ถ้านายกรัฐมนตรีไม่มีคำสั่งลงมาก็อาจเกิดปัญหาบานปลายได้ และพลังของ “อ.ยักษ์” นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเอาตำแหน่งเป็นประกันให้ผม และท่านประกาศว่าจะลาออกหากผมถูกดำเนินคดี ซึ่งหาก อ.ยักษ์ ลาออก คงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลอย่างมาก ท่านนายกฯ จึงต้องรีบสั่งการให้ยุติเรื่องนี้” นายเดชา กล่าว
ต่อจากนี้คนไทยคงได้เห็นผลิตภัณฑ์ยาจากสารสกัดกัญชาถูกพัฒนาไปอย่างกว้างขวาง ไม่เฉพาะแค่การรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ที่สำคัญผู้ป่วยจะสามารถเข้าถึงยาได้ในราคาที่เหมาะสม ปราศจากการผูกขาดจากกลุ่มทุนที่กอบโกยผลกำไรจากความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยที่ยากไร้
ด้าน นายวิฑูรย์ เลี่ยมจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (BioThai) เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 เม.ย.หลังจากที่ นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้านเรียบร้อยแล้ว มูลนิธิข้าวขวัญ , มูลนิธิชีววิถี และเครือข่ายที่สนับสนุนการผลิตผลิตภัณฑ์ยาจากสารสกัดกัญชา จะร่วมกันแถลงถึงแนวทางปฏิบัติของหมอพื้นบ้าน เกี่ยวกับสิทธิในการครอบครองและผลิตผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชา เพื่อให้หมอพื้นบ้านทั่วประเทศที่มีความสนใจในการใช้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาจากสารสกัดกัญชา มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกรอบกฎหมาย
ทั้งนี้ จากคำสั่งของนายกฯ ที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาจากสารสกัดกัญชา ก็นำไปสู่ความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ อย่างรวดเร็ว โดย นายเดชา เปิดเผยว่า หลังจากช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีประชุมหารือเพื่อวางแนวทางในการขับเคลื่อนและพัฒนาการผลิตผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชา ระหว่างตัวแทนมูลนิธิข้าวขวัญ , องค์กรเภสัชกรรม , โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร , คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น , คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต , มูลนิธิชีววิถี (BioThai) , มูลนิธิสุขภาพไทย และ ป.ป.ส.เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชา รวมถึงข้อปฏิบัติต่างๆ ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญของตนเองมาใช้ในการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ จึงเชื่อว่าจากความร่วมมือดังกล่าวจะส่งผลให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาจากสารสกัดกัญชาของไทยเติบโตก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และเกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยอย่างเต็มที่
การประชุมจะแบ่งภารกิจกันดังนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะเป็นเจ้าภาพในการประชุม ในส่วนของมูลนิธิชีววิถีนอกจากจะรับหน้าที่ประสานงานในการจัดประชุมแล้วทางมูลนิธิจะเน้นในเรื่องการดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิของเกษตรกรซึ่งเป็นผู้รวบรวมสายพันธุ์กัญชาของไทย อาทิ เมื่องานวิจัยผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชานำไปสู่การจดสิทธิบัตร เจ้าของสายพันธุ์ก็จะได้รับการคุ้มครองด้วย และเมื่อนำกัญชาสายพันธุ์ใดมาวิจัยแล้วผลการวิจัยต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสาธารณชน ไม่ใช่ผลประโยชน์ของบุคลหรือบริษัทผู้ผลิต
สำหรับมูลนิธิสุขภาพไทยจะดูแลในเรื่องเครื่องข่ายหมอพื้นบ้าน ซึ่งจะมีการประสานงานให้บรรดาหมอพื้นบ้านเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการครอบครอง ผลิต และใช้ผลิตภัณฑ์ยาจากสารสกัดกัญชาอย่างถูกต้องชัดเจน ขณะที่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความสนใจเกี่ยวกับการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชาสายพันธุ์ไทย รวมทั้งความร่วมมือทางวิชาการอื่นๆ ด้านคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษารวบรวมเรื้องการใช้ประโยชน์กัญชาเพื่อการแพทย์ทั้งจากงานวิจัยในต่างประเทศและจากภูมิปัญญาการแพทย์ของไทย ส่วนโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรจะร่วมกับมูลนิธิข้าวขวัญในการวิจัยเกี่ยวกับการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์