ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/406993
x
มาตรการแก้ไข่ไก่ราคาตกบรรลุผล เดินหน้าแผนระยะยาวเน้นส่งออก
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังนายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ นำเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยจากภาคใต้และจังหวัดอื่นเข้าพบขอบคุณที่ช่วยผลักดันมาตรการแก้ปัญหาราคาไข่ไก่สำเร็จว่า จากมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ของกระทรวงเกษตรฯที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกรปรับขึ้นอยู่ที่ฟองละ 2.50 บาท ทำให้ภาวะปริมาณไข่ไก่ล้นตลาดเริ่มกลับสู่สมดุลหลังเอกชนผู้นำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่(PS) ทั้ง 16 บริษัท และเจ้าของฟาร์มไก่ไข่ขนาด 2 แสนตัวขึ้นไป ให้ความร่วมมือลดจำนวนไก่พันธุ์และลดแม่ไก่ไข่ยืนกรง พร้อมผลักดันส่งออกไข่ไก่ไปจำหน่ายต่างประเทศตามแผนปฏิบัติการ “PS Support” ของกรมปศุสัตว์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์หรือ Egg Board ที่มุ่งแก้ปัญหาไข่ไก่ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ด้วยการปรับสมดุลการผลิตให้เหมาะกับความต้องการบริโภคในประเทศ ลดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไข่ไก่ของไทยจากปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ขายไข่ไก่ได้ในราคาที่น่าพึงพอใจ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค
“การแก้ปัญหาราคาไข่ไก่เป็นระบบและจริงจังเริ่มตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน อาศัยการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนรายใหญ่และเกษตรกรผู้เลี้ยงร่วมมือตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์กำหนด โดยไม่ใช้งบประมาณของภาครัฐ ซึ่งขณะนี้เริ่มบรรลุผล ราคาไข่ไก่ขยับขึ้นใกล้เคียงต้นทุนการผลิต ช่วยเกษตรกรต่อยอดอาชีพต่อไป จากนี้จะสานต่อมาตรการเพื่อให้ราคาไข่ไก่มีเสถียรภาพ จากกิจกรรมส่งออกไข่ไก่ที่ยังเดินหน้าต่อโดยเฉพาะกรมปศุสัตว์เปิดตลาดสิงคโปร์เพิ่มอีก 49 ล้านฟองต่อเดือน และช่วงเดือนพฤษภาคม ที่โรงเรียนเปิดภาคเรียนราคาไข่น่าจะดีขึ้นเป็นลำดับจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น”นายกฤษฎา กล่าว
ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ปรับตัวขึ้นเป็นผลมาจากมาตรการระยะสั้นล่าสุดที่กรมประสานผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ให้รวบรวมไข่ไก่สดส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศแล้ว 138 ล้านฟอง ควบคู่กับการลดจำนวนแม่ไก่ไข่ยืนกรง 4,000,000 ตัว พร้อมกิจกรรมลดพ่อแม่พันธุ์ PS ให้เหลือ 460,000 ตัว รวมถึงลดปู่ย่าพันธุ์ GP ให้เหลือ 3,800 ตัว ส่วนมาตรการระยะยาว นอกจากปรับลดแม่พันธุ์ไก่ไข่ให้เหมาะสมตามหลักการ “ตลาดนำการผลิต” แล้ว ยังตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ไก่ไข่ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2562 – 2566) เพื่อทบทวนยุทธศาสตร์เดิม และเพิ่มเติมเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันทั้งลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการบริโภค สร้างมูลค่าเพิ่มรวมถึงการบริหารจัดการปริมาณการเลี้ยงที่เหมาะสมตลอดจนจับคู่ระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยกับผู้ซื้อโดยตรง และการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรที่ปฏิบัติตามมาตรการแก้ปัญหา