ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/409635
x
กษ.สนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ ต่อยอดโครงการอาหารกลางวันสู่ชุมชน
นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการจัดทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มาตั้งแต่ปี 2523 โดยมีพระราชประสงค์ให้เด็กนักเรียนมีสุขภาพอนามัยบริบูรณ์แข็งแรงบริโภคอาหารที่ได้จากการทำเกษตรเองในโรงเรียน ซึ่งเด็กนักเรียนจะได้เรียนรู้เทคนิคปลูกผัก ผลไม้ การเก็บเกี่ยวแปรรูป และถนอมอาหาร จากการลงมือทำจริงและยังทรงหาแนวทางช่วยพัฒนาชุมชนโดยให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร เป็นแหล่งกระจายพันธุ์ดีสู่ชุมชนห่างไกล และถ่ายทอดความรู้จากเด็กนักเรียนไปยังชุมชนด้วย
ในปี 2562 กรมทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม และโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครรวม 747 โรงเรียน ใน 50 จังหวัด ผลดำเนินงานที่ผ่านมา นอกจากทำให้เด็กนักเรียนมีอาหารบริโภคเพียงพอแล้ว นักเรียนยังได้ความรู้ในการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยตามแนวทางการผลิตสินค้าเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP: Good Agricultural Practice) ซึ่งกรมขยายผลสู่ชุมชนตามพระราชประสงค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพฯ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2560-2569) ที่ขยายผลจากโรงเรียนสู่ชุมชน พัฒนาสถานศึกษาเป็นศูนย์บริการความรู้ โดยนำองค์ความรู้ด้านเกษตรจากโรงเรียนมาผลิตอาหารในครัวเรือน ดำเนินการใน 50 จังหวัด จังหวัดละ 1 แห่ง โดยเลือกผู้ปกครองที่บุตร-หลาน เรียนอยู่ในโรงเรียนและมีฐานะยากจน แต่ต้องมีพื้นที่ทำเกษตร มีการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เพื่อทำเกษตรแบบผสมผสาน ส่งเสริมให้ครอบครัวของนักเรียนทำการเกษตรแบบยั่งยืน ถนอมและแปรรูปอาหาร
ดังนั้น เพื่อให้การขยายผลแนวทางดังกล่าวไปสู่ชุมชนรอบโรงเรียน ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ กรมส่งเสริมการเกษตร และประชาชนทั่วไป จึงร่วมใจกันสร้างอาคารภายในโรงเรียนสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนขึ้นช่วง 4 ปีแรกของโครงการฯ (พ.ศ.2522 – 2525) 5 โรงเรียน ใน 5 ภูมิภาค เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการเรียนการสอนด้านการเกษตร การจัดการผลผลิตการเกษตรของโรงเรียนอย่างเป็นระบบ สำหรับโรงคัดบรรจุผักและผลไม้สดตามหลัก GMP โดยก่อสร้างเป็นอาคาร ขนาด 10 x 15 เมตร และยังเป็นสถานที่ให้คนในชุมชนใช้ประโยชน์ด้านจัดการผลผลิตทางการเกษตรตามแนวการปฏิบัติที่ดี สำหรับโรงคัดบรรจุผักและผลไม้สดในอนาคต
รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมขอพระราชทานชื่ออาคาร เพื่อเป็นเกียรติประวัติและเป็นสิริมงคลแก่กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานชื่ออาคารว่า “เกษตรสิริสุข” มีความหมายว่า “อาคารซึ่งเป็นสถานที่แห่งความสุขและความเป็นมงคลด้านการเกษตร” พร้อมพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย “สธ” ประดับที่ป้ายชื่ออาคารและพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์จะเสด็จเปิดอาคารเกษตรสิริสุขให้ครบทั้ง 5 แห่งด้วย