รายงานพิเศษ : จากทุ่งบางระกำสู่‘บางพลวงโมเดล’ แก้ปัญหาน้ำตามศาสตร์พระราชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/414581

รายงานพิเศษ : จากทุ่งบางระกำสู่‘บางพลวงโมเดล’  แก้ปัญหาน้ำตามศาสตร์พระราชา

รายงานพิเศษ : จากทุ่งบางระกำสู่‘บางพลวงโมเดล’ แก้ปัญหาน้ำตามศาสตร์พระราชา

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ภายหลังกรมชลประทานบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง น้อมนำ“ศาสตร์พระราชา” เรื่องแก้มลิงมาใช้ป้องกันแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา โดยดำเนินโครงการปรับการเพาะปลูกข้าวทุ่งบางระกำ หรือโครงการบางระกำโมเดล ประสบผลสำเร็จต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากขึ้น สามารถเพิ่มพื้นที่ได้ถึง 382,000 ไร่ รองรับน้ำหลากได้ 550 ล้านลบ.ม. พร้อมทั้งขยายโครงการมาดำเนินการในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาใต้ จ.นครสวรรค์ 12 ทุ่ง ประมาณ 1.15 ล้านไร่ รับน้ำหลากได้ถึง 1,533 ล้าน ลบ.ม.

ผลดีจากการดำเนินโครงการดังกล่าว นอกจากใช้เป็นแก้มลิงธรรมชาติรองรับน้ำหลากไม่ให้ท่วมพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญๆแล้ว ยังส่งผลให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนเกิดน้ำท่วมน้ำหลาก ไม่เกิดความเสียหาย ในช่วงที่มีน้ำอยู่ในทุ่งยังทำอาชีพประมงเป็นรายได้เสริม นอกจากนี้ การพักนาทำให้เกิดปุ๋ยอินทรีย์อย่างดี ข้าวที่ปลูกมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลง เพราะใช้ปุ๋ยน้อยลง ลดค่าใช้จ่าย เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ อดีตรองนายกรัฐมนตรีสั่งการให้กรมชลประทานนำ “บางระกำโมเดล”ไปขยายผลดำเนินโครงการในพื้นที่อื่นที่ประสบปัญหาลักษณะใกล้เคียงกัน และมีแหล่งน้ำต้นทุนเพียงพอ ซึ่งกรมชลประทานพิจารณาเบื้องต้นพบว่า มีพื้นที่มีลักษณะที่จะขยายผลได้คือ พื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ และพื้นที่ทุ่งบางพลวง จ.ปราจีนบุรี

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าในส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนลำปาว กรมศึกษาแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมไว้ 2 กรณีคือ เปิดพื้นที่ให้รับน้ำนองเช่นเดียวกับบางระกำโมเดล โดยปล่อยน้ำให้เกษตรกรทำนาและเก็บเกี่ยวให้เสร็จก่อนน้ำหลาก เมื่อถึงเดือนกันยายนจึงปล่อยให้เป็นพื้นที่เก็บน้ำได้ประมาณ 16 ล้านลบ.ม. แต่แนวทางนี้ยังมีเกษตรกรบางส่วนไม่พร้อมดำเนินการ จึงเสนออีกแนวทางหนึ่งคือ การขุดลอก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำออกจากที่ลุ่มต่ำได้ภายใน 2 อาทิตย์ หรือทำพนังกั้นน้ำโอบป้องกันน้ำเข้าท่วมเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมที่นี่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ประกอบกับหลังเพิ่มความจุให้เขื่อนลำปาว ทำให้เก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นอีก 500 ล้าน ลบ.ม. รวมไปถึงการคาดการณ์ที่แม่นยำของกรมอุตุนิยมวิทยา ทำให้วางแผนบริหารจัดการน้ำล่วงหน้าได้

นอกจากนี้ ในอนาคตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว มีแผนปรับปรุงระบบส่งน้ำระยะทางรวมกว่า 600 กิโลเมตร เป็นคลองคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระจายน้ำให้ได้รวดเร็วและทั่วถึงเต็มพื้นที่ชลประทานที่มีอยู่มากกว่า 300,000 ไร่ ซึ่งระบบกระจายน้ำที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้มีต้นทุนน้ำสมบูรณ์พอแม้ในฤดูแล้ง และเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง

ส่วนพื้นที่ทุ่งบางพลวง กลับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพที่จะขยายผลบางระกำโมเดลได้ ล่าสุดกรมชลประทาน โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางพลวง นำโครงการบางระกำโมเดลมาขยายผลดำเนิน โครงการบริหารจัดการน้ำทุ่งบางพลวง เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย หรือ“บางพลวงโมเดล” โดยบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มได้แก่ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มหน่วยงานฝ่ายปกครอง และกลุ่มหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ

“ทุ่งบางพลวง”เป็นพื้นที่การเกษตรที่อยู่ในเขตชลประทาน ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำปราจีนบุรีต่อเนื่องถึงแม่น้ำบางปะกง เนื้อที่ประมาณ 499,000 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มต่ำครอบคลุม 4 อำเภอ ของจ.ปราจีนบุรี ได้แก่ อ.เมือง อ.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมโหสถ และอ.บ้านสร้าง รวมถึง 3 อำเภอของจ.ฉะเชิงเทรา ได้แก่ อ.บางคล้า อ.ราชสาส์น และอ.พนมสารคาม

ในอดีตพื้นที่ทุ่งบางพลวงจะประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจำ ทำให้ผลผลิตการเกษตรเสียหาย
กรมแก้ปัญหาด้วยการปรับปรุงพื้นที่โครงการ สร้างคันกั้นน้ำริมแม่น้ำปราจีนบุรีต่อเนื่องแม่น้ำบางปะกง และสร้างประตูระบายน้ำบริเวณคลองสายหลักที่เชื่อมต่อแม่น้ำ ช่วยเกษตรกรให้ทำกิจกรรมการเกษตรในทุ่งบางพลวงได้

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาดังกล่าวพบว่าช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปีเป็นช่วงใกล้เก็บเกี่ยวข้าว เมื่อปิดประตูระบายน้ำ ปริมาณน้ำจะไม่ไหลบ่าเข้าทุ่งได้ จึงไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรอื่น รวมไปถึงชุมชนริมแม่น้ำในอ.ศรีมหาโพธิ์ อ.บ้านสร้าง และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญในอ.เมืองปราจีนบุรี ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นเป็นประจำเกือบทุกปี

 

 

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การแก้ปัญหาระยะยาว กรมมีแนวคิดดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำทุ่งบางพลวงเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยจ.ปราจีนบุรี หรือ“บางพลวงโมเดล”ลักษณะที่คล้ายโครงการบางระกำโมเดล เพื่อให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนน้ำหลาก จากนั้นจะใช้เป็นทุ่งรับน้ำหลาก โดยต้องปรับปฏิทินการเพาะปลูกพืช (crop pattern)ใหม่ เป็นเริ่มเตรียมแปลงภายในเดือนเมษายนและเก็บเกี่ยวให้เสร็จกลางเดือนสิงหาคม ก่อนฤดูน้ำหลากจะมา

“ช่วงเดือนเมษายนต่อเนื่องถึงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กรมชลประทานส่งน้ำสนับสนุนการเตรียมแปลงปลูกข้าวให้เกษตรกรพื้นที่นำร่อง เขตอ.ศรีมหาโพธิ 3 ตำบลคือ ต.หาดยาง ต.กระทงยาม ต.บางกุ้ง โดยการ สนับสนุนน้ำประมาณ 6.4 ล้านลบ.ม. ในพื้นที่การเกษตรปลูกข้าวประมาณ 20,000 ไร่ ซึ่งแนวทางนี้ เป็นการแก้ปัญหาให้เกษตรกรและชุมชนไม่เกิดความเสียหายทั้งสองกลุ่ม (win-win) ตลอดจนช่วยลดความขัดแย้ง ลดความเสียหายต่อผลผลิต และช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยจ.ปราจีนบุรีอีกด้วย” อธิบดีกรมชลประทานกล่าว

หากการดำเนินโครงการบางพลวงโมเดลในพื้นที่นำร่องดังกล่าวประสบผลสำเร็จจะขยายผลไปพื้นที่อื่นของทุ่งบางพลวง ซึ่งมีพื้นที่ที่มีศักยภาพดำเนินโครงการได้ 200,000 ไร่ ต้องใช้น้ำสำหรับเตรียมแปลงประมาณ 64 ล้าน ลบ.ม.

ในอนาคตเพื่อให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพยั่งยืน กรมชลประทานมีแผนที่ดำเนิน“โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านวังชัน”เป็นอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี ช่วยผันน้ำเข้าทุ่งบางพลวง เพื่อสนับสนุนการเกษตรและแก้ปัญหาอุทกภัยในจ.ปราจีนบุรี

“บางพลวงโมเดล” จะประสบสำเร็จเหมือน “บางระกำโมเดล” หรือไม่….สิ้นฤดูฝนปีนี้มีคำตอบ

Leave a comment