ไต้หวันยอมเปิดตลาดรับมังคุดไทย ลอตแรกกค.กว่า65ตันมูลค่า10ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/414576

x

ไต้หวันยอมเปิดตลาดรับมังคุดไทย l ลอตแรกกค.กว่า65ตันมูลค่า10ล.

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า มังคุดเป็นผลไม้ที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติโดยเฉพาะไต้หวัน ที่ผ่านมาไต้หวันนำเข้ามังคุดจากไทยเป็นอันดับต้นๆ อย่างไรก็ตาม เดือนพฤษภาคม 2546 สำนักงานกักกันและตรวจสอบสุขอนามัยพืชและสัตว์ไต้หวันออกประกาศห้ามนำเข้ามังคุดจากไทยไปจำหน่ายที่ไต้หวัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2546 ด้วยเหตุผลมังคุดเป็นพืชอาศัยของแมลงวันผลไม้ ซึ่งเป็นศัตรูพืชกักกันของไต้หวัน 4 ชนิด ได้แก่ Bactrocera carambolae, B. papayae, B. correcta และ B. zonata

หลังไต้หวันยกเลิกนำเข้ามังคุดจากไทย กรมวิชาการเกษตรเสนอวิธีจัดการความเสี่ยงต่อการป้องกันและ
กำจัดแมลงวันผลไม้ให้ไต้หวันพิจารณาหลายวิธี โดยไต้หวันยอมรับวิธีอบไอน้ำปรับสภาพความชื้นสัมพัทธ์ที่อุณหภูมิ
46 องศาเซลเซียส นาน 58 นาที ก่อนส่งออก

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปี 2560 เจ้าหน้าที่ด้านกักกันพืชของไต้หวันเดินทางมาร่วมทำการทดลองวิจัยด้วยวิธีอบไอน้ำกับเจ้าหน้าที่กักกันพืชของไทย ผลทดลองพบว่าวิธีการดังกล่าวกำจัดระยะไข่ของแมลงวันผลไม้ตายได้หมดสิ้น ไต้หวันจึงจัดส่งร่างเงื่อนไขนำเข้าผลมังคุดสดส่งออกจากไทยไปไต้หวันให้ฝ่ายไทยพิจารณา ซึ่งกรมวิชาการเกษตรมีหนังสือตอบรับร่างเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว  โดยทุกครั้งที่จะส่งออก ไต้หวันจะส่งเจ้าหน้าที่กักกันพืชของไต้หวันมาปฏิบัติงานร่วมตรวจสอบกระบวนการอบไอน้ำกับเจ้าหน้าที่กักกันพืชของไทย เพื่อควบคุมการส่งออกมังคุดให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยจะเริ่มส่งออกมังคุดสดลอตแรกได้ประมาณเดือนกรกฎาคม  คาดว่าปี 2562 ไต้หวันจะนำเข้ามังคุดจากไทยไม่ต่ำกว่า 65 ตัน คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

“เรื่องนี้ถือเป็นข่าวดีที่กรมวิชาการเกษตรเปิดตลาดส่งออกมังคุดไปไต้หวันได้อีกครั้ง หลังไต้หวันยกเลิกนำเข้ามังคุดจากไทยมานานกว่า 15 ปี จึงขอแจ้งให้ผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกมังคุดสดไปไต้หวันส่งข้อมูลโรงงานอบไอน้ำให้กรมจัดส่งให้ไต้หวันพิจารณาล่วงหน้า รวมทั้งผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกมังคุดไปไต้หวัน แต่ไม่มีโรงงานอบไอน้ำ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิจัยการกักกันพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร โทร. 0-2940-6770  ต่อ 141,142” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว

Leave a comment