ก.เกษตรฯเชิดชูชาวนาไทย กระดูกสันหลังชาติสร้างรากฐานประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/418255

x

ก.เกษตรฯเชิดชูชาวนาไทย n กระดูกสันหลังชาติสร้างรากฐานประเทศ

วันศุกร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังผู้นำชาวนา องค์กรชาวนาที่ได้รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่น ประจำปี 2562 เข้าพบเนื่องวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2562 ว่า  เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2552 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ สืบเนื่องจากวันที่ 5 มิถุนายน 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 เสด็จฯพร้อมพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ไปทอดพระเนตรกิจการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ในโอกาสนั้นทั้งสองพระองค์ทรงหว่านข้าว ณ แปลงนาภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงถือว่าวันดังกล่าว เป็นวันที่เป็นสิริมงคลแก่กิจการด้านข้าวของประเทศ

วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รำลึกถึงความสำคัญของข้าว รวมทั้งเพื่อเชิดชูเกียรติชาวนาที่เสียสละทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจปลูกข้าวให้คนไทยบริโภคอย่างอุดมสมบูรณ์ตลอดมา นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างความภาคภูมิใจให้ลูกหลานชาวนาไทย ซึ่งจะเป็นผู้สืบทอดอาชีพทำนาในอนาคต เพื่อให้วันสำคัญนี้มีความหมายสมเจตนารมณ์ กระทรวงเกษตรฯโดยกรมการข้าวร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวมทั้งชาวนา จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวระดับประเทศ เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2562 ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบ
แปลงใหญ่ ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน ที่กรมการข้าว เขตจตุจักร กทม. เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย และพระราชวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงให้ความสำคัญต่อกิจการด้านข้าวมาตลอด

“รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับชาวนามาตลอด ดูแลชีวิตความเป็นอยู่และมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยสนับสนุนให้ทำเกษตรสมัยใหม่ ใช้นวัตกรรมที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มคุณภาพผลผลิต เช่น โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ หรือนาแปลงใหญ่ โครงการเกษตรอินทรีย์ แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ซึ่งโครงการเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งและเป็นรากฐานให้ชาวนา นอกจากนั้น ช่วงที่ชาวนาเดือดร้อนจาก
ภัยพิบัติ รัฐบาลเร่งหามาตรการช่วยเหลือ เช่น ชดเชยความเสียหาย สนับสนุนปัจจัยการผลิต เพราะตระหนักอยู่เสมอว่า ชาวนาคือคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ ถ้าชาวนาไม่มีความสุข ประเทศโดยภาพรวมคงมีความสุขไปไม่ได้

ปัจจุบันสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป เกษตรกรต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจให้ชัดเจนกับสิ่งใหม่ ในภาคการเกษตรวันนี้ แรงงานลดลงและยังเป็นแรงงานอายุมาก แต่มีเทคโนโลยีหลากหลายให้เลือกใช้แทนแรงงานคน ก็ต้องพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสม ส่วนภาคการตลาดนั้น การค้าขายมีช่องทางให้ติดต่อค้าขายกับผู้ซื้อได้โดยตรง ถ้าเกษตรกรเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์มาก แต่ในการผลิตนั้นสิ่งที่อยากให้ยึดถือเป็นหลักไว้ในใจคือ การผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ถึงวันนี้ ชาวนาช่วยให้ประเทศมีความมั่นคงทางอาหาร ทำให้ประชาชนมีความสุข เพราะมีอาหารบริโภคอย่างอุดมสมบูรณ์ วันนี้ข้าวไทย มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ทั้งหมดล้วนเกิดจากผลงานที่ยอดเยี่ยมของชาวนา ในนามของรัฐบาลขอขอบคุณที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจจนสำเร็จผลที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ” นายกฤษฎา กล่าว

Leave a comment