ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/417779

รายงานพิเศษ : ดึงระบบบัญชีบริหารจัดการผ่าวิกฤติทุจริต เรียกความเชื่อมั่นสหกรณ์ออมทรัพย์ขรก.ตำรวจนครราชสีมา
ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในสหกรณ์ นับเป็นจุดด่างพร้อยของวงการสหกรณ์ไทย ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ แต่ยังลุกลามสร้างความเดือดร้อนให้มวลสมาชิก สั่นคลอนความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์จะช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่กลับมีบางคนหรือบางกลุ่มใช้ช่องทางนี้แสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้องซึ่งขาดจริยธรรมในการดำเนินการเพื่อส่วนรวมส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบสหกรณ์
สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการตำรวจนครราชสีมา จำกัด เป็นหนึ่งในกรณีการทุจริตที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของฝ่ายจัดการสหกรณ์ สร้างความเสียหายให้สหกรณ์เป็นมูลค่าถึง 390 ล้านบาท แต่สหกรณ์แห่งนี้กู้วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น และบริหารจัดการสหกรณ์จนเกิดความโปร่งใส เรียกความเชื่อมั่นศรัทธาคืนสู่มวลสมาชิกมาได้ถึงปัจจุบัน การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็คือกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นส่วนสำคัญที่ได้เข้ามาช่วยเหลือ ให้คำแนะแนวทางการแก้ปัญหาให้สหกรณ์ฟื้นคืนสู่สภาวะปกติได้ ตามหลักการสหกรณ์ที่เป็นมาตรฐานสากล โดยใช้บัญชีบริหารจัดการ
.jpg)
โดยนางสาวดวงพร ลิ้มพันธ์ นักวิชาการตรวจสอบบัญชีชำนาญการ จากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์นครราชสีมา หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการตำรวจนครราชสีมา จำกัด กล่าวถึงการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ว่า สหกรณ์ดังกล่าวเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่มาก มีการปิดบัญชีวันที่ 30 กันยายนของทุกปี ดำเนินการสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีภาคเอกชน จนกระทั่งในปีบัญชี 2553 สหกรณ์เกิดการทุจริตขึ้นจากผู้จัดการสหกรณ์และเจ้าหน้าที่การเงินการบัญชีขณะนั้น ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารทางการเงินและปรับแต่งยอดบัญชี รวมไปถึงปล่อยเงินกู้นอกระบบ ทำให้สหกรณ์ประสบปัญหาขาดทุน ปิดบัญชีไม่ได้งบการเงินคลาดเคลื่อน ส่งผลให้สมาชิกเดือดร้อนเกิดความไม่ไว้วางใจและไม่เชื่อมั่นในสหกรณ์ สหกรณ์จึงทำหนังสือขอความช่วยเหลือมายังกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมมีคำสั่งให้ข้าราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้ามาช่วยเหลือแนะนำการจัดทำบัญชี จัดทำงบการเงินและรายละเอียด เพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลและเก็บข้อมูล เบื้องต้นให้สหกรณ์นำไปฟ้องผู้ทำความผิดได้ รวมทั้งให้สหกรณ์ปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้มีความชัดเจนและโปร่งใสขึ้น
.jpg)
ด้านสหกรณ์ได้มีการปรับแผนการบริหารงานตามคำแนะนำของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งผู้บริหารของสหกรณ์ในชุดปัจจุบัน พ.ต.อ.ชนัตถ์ กวีขาวฉลาด กรรมการ/เหรัญญิกสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการตำรวจนครราชสีมา จำกัด กล่าวถึงปัญหาการทุจริตในขณะนั้นว่า นอกจากการทุจริตที่เกิดจากผู้จัดการสหกรณ์และเจ้าหน้าที่การเงินการบัญชีในอดีตซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบแล้ว อีกปัญหาหนึ่งเกิดจากการคัดสรรคณะกรรมการสหกรณ์แต่เดิมซึ่งเลือกตั้งมาจากสมาชิกที่ไม่มีความรู้เรื่องการเงินการบัญชี ทำให้รู้ไม่เท่าทันส่งผลให้การบริหารจัดการภายในไม่รัดกุม ไม่สามารถตรวจสอบระบบทางการเงินการบัญชีได้ กระทั่งเกิดความเสียหายกับสหกรณ์ หลังเกิดปัญหาสหกรณ์จึงตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับผู้บังคับการที่มีความรู้ความสามารถมาบริหารจัดการสหกรณ์ จนกู้วิกฤติในสหกรณ์ได้ รวมใช้เวลา 7 ปี ในส่วนของฝ่ายจัดการสหกรณ์ ได้ปรับปรุงแก้ระบบการทำงานภายในให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ป้องกันเหตุทุจริตซ้ำรอยเดิม
โดย พ.ต.ท.หญิง อัจฉรา ประชากิจผู้ช่วยผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการตำรวจนครราชสีมา จำกัด กล่าวว่า การทำงานของฝ่ายจัดการสหกรณ์ ได้จัดหาผู้จัดการสหกรณ์ที่มีความรู้ความสามารถมาวางระบบการทำงานให้สมาชิกเชื่อมั่นมีการแบ่งแยกหน้าที่ของฝ่ายการเงินและการบัญชีออกจากกันชัดเจน นำโปรแกรมบัญชีมาใช้แทนการเขียนด้วยมือและตรวจสอบยอดเงินคงเหลือทุกวัน โดยจัดประชุมทุกเดือนเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการเงินการบัญชีให้กับที่ประชุมคณะกรรมการได้รับทราบ อีกทั้งเพิ่มความอำนวยสะดวกให้สมาชิกชำระหนี้ สามารถโอนเงินได้ผ่านระบบธนาคาร ไม่ต้องเดินทางมาที่สหกรณ์ และสมาชิกสามารถตรวจสอบข้อมูลของสหกรณ์และของตนเองผ่านเว็บไซต์ของสหกรณ์
.jpg)
จึงเป็นแบบอย่างของสหกรณ์ที่กอบกู้สถานการณ์ พลิกฟื้นสหกรณ์ให้ดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยปรับระบบการควบคุมภายใน ใช้บัญชีบริหารจัดการธุรกิจ สะท้อนให้เห็นตัวตนของสหกรณ์ได้อย่างชัดเจน ทั้งผลดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน ช่วยป้องกันทุจริตและการสูญหายของสินทรัพย์ และเป็นแหล่งข้อมูลการเงินในการตัดสินใจด้านต่างๆ ของผู้บริหาร สามารถนำมาวางแผนควบคุม วัดผลดำเนินงาน และตัดสินใจขยายธุรกิจและการงานด้านต่างๆ นำมาสู่ความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกและพัฒนาสหกรณ์ให้เติบโต ซึ่งแนวทางลดจุดอ่อนที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในสหกรณ์ที่สำคัญอีกทางหนึ่งคือ ความพยายามสร้างความเข้าใจให้สมาชิกใส่ใจสิทธิประโยชน์ของตนเอง คอยตรวจสอบการดำเนินงานของฝ่ายจัดการของสหกรณ์ ทั้งด้านการเงินการบัญชีและการดำเนินการของสหกรณ์ รับรู้ข้อมูลทางบัญชีสหกรณ์ทั้งภาพรวมและของตนเอง เพื่อลดปัญหาการทุจริตและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้