ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/417541
x
แนะเลิกปลูกมันพันธุ์89เสี่ยงโรคใบด่างฯ
นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2558-2561 กรมวิชาการเกษตรเฝ้าระวังโรคใบด่างมันสำปะหลัง สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส Sri Lankan cassava mosaic virus (SLCMV) เพื่อป้องกันไม่ให้โรคดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากตามรายงานจากประเทศเวียดนามโรคนี้ทำให้ผลผลิตเสียหาย 50-100% โดยกรมวิชาการเกษตรได้เข้มงวดการนำเข้ามันสำปะหลัง พร้อมจัดทำมาตรการด้านวิชาการ กฎหมาย และแผนปฏิบัติการฉุกเฉินเตรียมไว้กรณีเกิดการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้ ในฤดูปลูกมันสำปะหลังปี 2562 กรมร่วมกับกรมส่งเสริม
การเกษตรและภาคเอกชนสำรวจเฝ้าระวังโรคใบด่างมันสำปะหลังเข้มข้น ล่าสุดพบต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคใบด่างใน 5 อำเภอ 18 ตำบลในจ.สระแก้ว จึงสั่งห้ามเคลื่อนย้ายท่อน
พันธุ์ที่เป็นโรคข้ามจังหวัด ป้องกันการแพร่ระบาดไปพื้นที่อื่น
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า ที่ผ่านมากรมให้คำแนะนำการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัส SLCMV โดยขอให้เกษตรกรสำรวจแปลงปลูกมันสำปะหลังทุก 2 สัปดาห์ หากพบต้นที่แสดงอาการต้องสงสัยให้ถอนทำลายและต้นข้างเคียงในพื้นที่ 4×4 เมตร (ไม่เกิน 16 ต้น) โดยวิธีฝังกลบในหลุมลึกไม่น้อยกว่า 2-3 เมตร กลบด้วยดินหนาไม่น้อยกว่า 0.5 เมตรและพ่นสารฆ่าแมลงเพื่อกำจัดแมลงหวี่ขาวยาสูบ ด้วยสารเคมีอิมิดาโคลพริด 70% WG อัตรา 12กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% SL อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไทอะมีโทแซม 25% WG อัตรา 12 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ในแปลงที่พบอาการต้องสงสัยและแปลงใกล้เคียง ป้องกันกำจัดแมลงหวี่ขาวยาสูบ ซึ่งเป็นแมลงพาหะนำโรคที่สำคัญ
“จากผลสำรวจต้นมันสำปะหลังที่พบเป็นโรคใบด่าง สาเหตุสำคัญมาจากเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ 89 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่อ่อนแอต่อทุกโรคของมันสำปะหลัง ได้แก่ โรคหัวเน่า พุ่มแจ้ และใบด่าง จึงขอให้เกษตรกรหลีกเลี่ยงไปปลูกพันธุ์อื่น และต้องมาจากแปลงที่ผลิตต้นพันธุ์ปลอดโรค รวมทั้งไม่ใช้ท่อนพันธุ์ที่ลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ เนื่องจากอาจมีโรคใบด่างติดเข้ามาด้วยหากมีโรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัส SLCMV เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศจะทำให้ผลผลิตของเกษตรกรเสียหายทั้งหมด เพราะจัดเป็นโรคระบาดรุนแรงที่สุดของมันสำปะหลัง” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว