ไตรมาสแรกสินค้าเกษตรไทยสดใส ได้เปรียบดุลการค้าอาเซียน5.3หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/417383

x

ไตรมาสแรกสินค้าเกษตรไทยสดใส ได้เปรียบดุลการค้าอาเซียน5.3หมื่นล้าน

วันจันทร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์นำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรไทยกับอาเซียน ช่วงไตรมาสแรก ปี 2562 (ม.ค.-มี.ค. 2562) พบว่า ไทยยังเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าในอาเซียนคิดเป็นมูลค่า 53,244 ล้านบาท โดยสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ น้ำตาล อาหารปรุงแต่งจากเนื้อปลา เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ข้าวเจ้าและข้าวหอมมะลิ ผลไม้ และยางพาราธรรมชาติ สำหรับสินค้าที่ไทยนำเข้า ได้แก่ ปลาและสัตว์น้ำ มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ อาหารปรุงแต่ง วัตถุปรุงแต่งอาหาร ของปรุงแต่งจากผักและผลไม้ เป็นต้น

การค้าสินค้าเกษตร (พิกัดศุลกากร 01-24) และยางพาราธรรมชาติ (พิกัดศุลกากร 4001) ช่วงไตรมาสแรกจากไทยไปยังอาเซียนพบว่า มูลค่าการค้ารวม 107,160 ล้านบาท ลดลง 4.56% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2561 โดยมีมูลค่าการส่งออก 80,202 ล้านบาท ลดลง 3.08% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2561 และมูลค่าการนำเข้า 26,958 ล้านบาท ลดลง 8.69% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2561 อย่างไรก็ดี ในภาพรวมไทยได้เปรียบดุลการค้าอาเซียนเป็นมูลค่า 53,244 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.02% จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2561 สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและยางพาราธรรมชาติของไทยไปยังอาเซียนเป็นรายประเทศ พบว่า ไทยส่งออกไปยังเวียดนามมีมูลค่าเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็นสัดส่วน 22% รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย 17% อินโดนีเซีย 16% กัมพูชา 12% และหากพิจารณาดุลการค้า พบว่า ไทยได้เปรียบดุลการค้าของสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เวียดนามเป็นอันดับหนึ่ง โดยคิดเป็นมูลค่าที่ได้เปรียบดุลการค้าเท่ากับ 13,154 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย 10,146 ล้านบาท อินโดนีเซีย 7,698 ล้านบาท กัมพูชา 5,892 ล้านบาท และฟิลิปปินส์ 5,569 ล้านบาท

นอกจากการติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับอาเซียนแล้ว สศก.ยังติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับตลาดหลักที่เป็นคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรปและจีน โดยพบว่า ไตรมาส 1 ปี 2562 ไทยได้เปรียบดุลการค้า จีน 31,861 ล้านบาท สหรัฐอเมริกา 11,564 ล้านบาท ญี่ปุ่น 35,200 ล้านบาท และสหภาพยุโรป 18,215 ล้านบาท ซึ่งช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 สถานการณ์การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยมีทิศทางดีขึ้นขยายตัวของการส่งออกในตลาดอเมริกา ญี่ปุ่นและยุโรป ซึ่งเป็นผลจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลดลง แต่การส่งออกไปยังตลาดจีนนั้น ยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ซึ่งอาจเป็นผลกระทบจากนโยบายตอบโต้สงครามการค้าของจีนที่พึ่งพาตนเอง บริโภคสินค้าภายในประเทศ และลดนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ไทยควรขยายตลาดสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น กลุ่มผลไม้ ไปยังตลาดอื่นให้มากขึ้น เพื่อทดแทนการพึ่งพาตลาดจีน และลดการแข่งขันกับเวียดนามที่เป็นคู่แข่งของไทยในกลุ่มสินค้าผลไม้ โดยมีข้อได้เปรียบไทยเรื่องการมีพรมแดนติดกับจีน จึงทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งที่ต่ำกว่า และมีระยะเวลาการขนส่งน้อยกว่า

Leave a comment