ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/400525

แนะวิธีสร้างลูกให้เป็นนักเขียนน้อย
กลุ่มบริษัท นานมี จัดโครงการ“ฮอร์ส นักเขียนน้อย : สนุกคิด สนุกเขียน…รายวัน” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีน้องๆ เยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการกว่า1,000 คน เพื่อปลูกฝังนิสัยให้เด็กไทยฝึกการคิดเรียนรู้และรักการเขียนตั้งแต่วัยเด็ก โดยมี ด.ญ.เรไร สุวีรานนท์ เจ้าของเพจชื่อดัง เรไรรายวัน ซึ่งเป็นนักเขียนเด็กที่มีชื่อเสียงด้านการเขียนบันทึกประจำวันร่วมเรียนรู้และให้กำลังใจไปกับเพื่อนๆ
น้องๆ ในโครงการเดินทางไปทัศนศึกษาที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกและเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1แห่งราชวงศ์จักรี วัดโพธิ์ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ได้รวบรวมความรู้แขนงต่างๆไว้มากมาย ทั้งด้านวรรณกรรม ศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม รวมทั้งศาสตร์ในด้านการนวดแผนโบราณและตำรายาต่างๆ และเข้าชมภายในพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ จิตรกรรมฝาผนัง และเจดีย์ 4 รัชกาล โดยมีคณาจารย์จากวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ให้ความรู้อย่างสนุกสนานและยังได้เยี่ยมชม มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ที่เน้นการสร้างประสบการณ์ผ่านการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และกิจกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งเด็กๆ ได้เรียนรู้จากสองมุมของการเรียนที่แตกต่าง ทั้งจากวัดโพธิ์ แหล่งเรียนรู้ของคนโบราณ และมิวเซียมสยามศูนย์รวมความรู้ในรูปแบบทันสมัย
ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทนานมี เล่าว่า โครงการนี้อยากเห็นเด็กไทยเห็นความสำคัญของ “การคิด”และ “การเขียน” พัฒนาเด็กไทยให้เป็นคนเก่งและเป็นคนดีในทุกด้าน และยังร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมทางภาษาให้คงอยู่ อยากให้เด็กไทยเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในภาษาไทยภาษาประจำชาติ การปลูกฝังด้านการเขียนนั้น เริ่มต้นจากการไม่บังคับแต่เป็นการค่อยๆ ฝึกฝนทีละนิดอย่างสม่ำเสมอ โดยให้เด็กเรียนรู้จากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน และรู้จักสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว รวบรวมเป็นข้อมูลเก็บไว้ในใจ หรือเขียนเป็นข้อๆ หรือโน้ตสั้นๆ หรือบางคนวาดเป็นรูป หลังจากนั้นจึงวางกรอบเรื่องราวที่จะเขียน ทำเป็นโครงร่าง นำคำที่คิดว่าเป็นหัวใจสำคัญ มาต่อเติมและขยายความคำเหล่านั้นให้เป็นประโยค แล้วจึงนำมาเชื่อมต่อกันเป็นเรื่องราว ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างทัศนคติที่ดีในการเขียน รู้สึกสนุกและมีความสุขทั้งตัวเด็กเองและตัวพ่อแม่ ทำให้เป็นการสนุกคิดและสนุกเขียนอย่างแท้จริง
ด.ญ.พัทธนันท์ มณีกูลพันธ์ หรือน้องพรีม อายุ 12 ปี จากโรงเรียนราชินีบน เล่าว่าแม้จะเคยไปวัดโพธิ์บ่อยๆ วันนี้ได้รับความรู้ใหม่จากคุณครูเพาะช่าง ทำให้รู้ลึกว่ารูปวาดบนฝาผนังเป็นเรื่องราวของพุทธประวัติ เพราะคนสมัยก่อนอ่านหนังสือไม่ออก แต่ทุกคนสามารถเข้าถึงพระพุทธศาสนาผ่านรูปวาด บริเวณวัดมีของสวยๆ เยอะมาก ทั้งเจดีย์และรูปปั้นหิน หรือภาพแกะสลักหินรอบพระอุโบสถ เป็นเรื่องรามเกียรติ์ที่มีทั้งเรื่องความรักและการรบ เป็นความประทับใจที่หนูจะนำไปเขียนในบันทึกของหนูในวันนี้ค่ะ” ด้าน ด.ช.ติณณ์ แซ่ฟุ้ง หรือน้องเพียว อายุ 9 ขวบ จากโรงเรียนสาธิตบางนา บอกว่า วันนี้สนุกมากมาเที่ยวที่มิวเซียมสยามครั้งแรก ชอบที่แต่ละห้องมีเรื่องเล่าไม่เหมือนกัน อากาศไม่ร้อนทำให้เดินเพลิน ผมชอบห้องไทยชิมที่เป็นเรื่องของอาหารไทย แล้วก็ห้องไทยประเพณีที่บอกถึงวัฒนธรรมในเทศกาลต่าง ๆ ดูแล้วก็ทำให้เข้าใจในความเป็นไทยและสนุกด้วยครับ
การเรียนรู้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กรู้จักตั้งคำถามและหาคำตอบ แล้วนำมาคิดต่อยอดอย่างเป็นระบบนำมาสู่การเขียนที่ถ่ายทอดเรื่องราว กลายเป็นบันทึกของความทรงจำที่สร้างความสุขทั้งของเด็กเองและผู้อ่านด้วย
