‘กอล์ฟ-สรรัตน์’ ผู้เขียนบทละครโทรทัศน์ ‘นาคี’ สู่ ‘เพลิงนาคา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/414717

‘กอล์ฟ-สรรัตน์’ ผู้เขียนบทละครโทรทัศน์ ‘นาคี’ สู่ ‘เพลิงนาคา’

‘กอล์ฟ-สรรัตน์’ ผู้เขียนบทละครโทรทัศน์ ‘นาคี’ สู่ ‘เพลิงนาคา’

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เรียกว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ละครอย่างถล่มทลายสำหรับละครเรื่อง “นาคี” ที่ได้ 2 พระ-นาง “เคน-ภูภูมิ” และ “แต้ว-ณฐพร” มาแสดงร่วมกัน ซึ่งต้องบอกว่างานนี้ไม่ได้ดังแค่ ทีมนักแสดงเท่านั้นแต่ยังส่งผลถึงทีมงานอีกหลายๆ ฝ่ายรวมถึงคนเขียนบทละครโทรทัศน์อย่าง “กอล์ฟ-สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์” ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากแฟนๆ ละครเรื่องนี้

งานนี้หนุ่มกอล์ฟไม่รอช้าขอส่งผลงานการเขียนบทละครโทรทัศน์ เรื่องใหม่“เพลิงนาคา” ที่จะออกอากาศให้ได้ชมตอนแรกในคืนวันพุธที่ 8 พ.ค.นี้ ทางช่อง 3 มาเอาใจแฟนๆ ละครกันอีกรอบ ซึ่งในเรื่องนี้ยังได้พระเอก-นางเอกแถวหน้า “บอย-ปกรณ์”ประกบคู่  “พรีม-รณิดา” ร่วมด้วย อั้ม-อธิชาติ, หยาดทิพย์ ราชปาล,  โบ๊ท-ธาราและน้องใหม่ ลาล่า-ลาริสา มาร่วมประชันฝีมือกันอีกด้วย และเรียกว่าเป็นผลงานอีกหนึ่งเรื่องที่หนุ่มกอล์ฟ ได้มีโอกาสเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวกับพญานาคอีกครั้ง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรวันนี้มีบทสัมภาษณ์ มาฝากกัน

ความยาก-ง่าย ในการเขียนบทละครเรื่อง เพลิงนาคา

พูดถึงความยาก-ง่าย ในการเขียนบทละครโทรทัศน์ ต้องบอกว่ายุคนี้ไม่มีอะไรง่ายเลยครับ ไม่ว่าจะเขียนเรื่องอะไรก็ตาม เราต้องสื่อสารให้สามารถเข้าไปนั่งในใจผู้ชมให้ได้ อย่างเรื่อง “เพลิงนาคา” เป็นเรื่องที่มีแก่นเรื่องราวเกี่ยวกับการปล่อยวางความแค้น และความขัดแย้งทางความเชื่อ ระหว่างการนับถือพุทธศาสนา และการนับถือพญานาค ซึ่งเป็นลัทธิดั้งเดิมในดินแดนแถบสุวรรณภูมิ เราต้องคิดว่าจะเล่าเรื่องอย่างไรให้ผู้ชมเข้าใจง่าย ได้ทั้งความบันเทิง และแง่มุมทางศาสนาไปพร้อมๆ กัน ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากในยุคปัจจุบัน ที่ละครโทรทัศน์ต้องแข่งขันกับสื่อบันเทิงรูปแบบอื่นๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศครับ เราต้องพัฒนาการเล่าเรื่องอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรม และรสนิยมของผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอครับ

ในฐานะคนเขียนบทละครโทรทัศน์ทั้ง 2 เรื่อง “นาคี-เพลิงนาคา” มีความแตกต่างอย่างไร

ทั้ง 2  เรื่องนี้ แตกต่างกันแน่นอนครับสำหรับเรื่องนาคี จะเป็นเรื่องราวของความรัก ระหว่าง คนกับธิดาพญานาค เกิดขึ้นที่โขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ประมาณปี พ.ศ. 2510 เป็นความรักที่ถูกกีดกันด้วยก็ว่าได้ ส่วนเพลิงนาคา จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับความแค้นระหว่างพญานาค พี่น้อง ที่มีความเชื่อที่แตกต่างกันมิหนำซ้ำยังต้องมาบาดหมางเพราะหลงรักผู้หญิงคนเดียวกันอีก ซึ่งเป็นความแค้นที่ยาวนานมากกว่า 600 ปี และตกทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน  โดยในเรื่องนี้เราก็จะได้เห็นการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกันระหว่างมนุษย์กับพญานาค ที่รับรองว่าดุเดือดแน่นอนครับ

จุดเด่นของละคร ทั้ง 2 เรื่อง

จุดเด่นของทั้ง นาคี และ เพลิงนาคาคือ พญานาค ครับ  พญานาคเป็นความเชื่อดั้งเดิม ที่ฝังรากในดินแดนแถบสุวรรณภูมิ การถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับพญานาคต้องอาศัยการศึกษา ตำนานท้องถิ่น และคติชนวิทยาแล้วจึงถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในรูปของเรื่องเล่าในสื่อร่วมสมัย พญานาคไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิตในเทพนิยาย แต่เป็นลัทธิความเชื่อ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนกราบไหว้บูชา อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวพันกับพระพุทธศาสนาอย่างแนบแน่น เรื่องเล่าที่เกี่ยวกับพญานาคจึงมีพลังมากครับ เราต้องใช้วิธีการเล่าเรื่อง ที่เรียกว่า “Myth Making” หรือการสร้างปกรณัมสมัยใหม่จากการผสมผสานตำนานพื้นถิ่น ซึ่งเป็นวิธีเดียวกันกับที่นักเขียนเจ.เค.โรว์ลิ่ง ใช้ในการเล่าเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ซึ่งตำนานเรื่องเล่าของไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าของต่างชาติเลยครับ เราเพียงแค่หยิบยกเอาภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในบ้านเรามายกระดับให้เป็นสากลขึ้นเท่านั้นเอง

ตอนทีมงานละครเรื่อง เพลิงนาคา ติดต่อไปรู้สึกอย่างไร

ตอนที่ได้รับโจทย์ว่าต้องเขียนเรื่องนี้ คือทั้งดีใจ และหนักใจไปพร้อมๆ กันครับ ดีใจที่ได้เขียนบทโทรทัศน์ซึ่งบทประพันธ์ที่ละเมียดละไมของคุณชลนิล เจ้าของนามปากกาของเรื่องนี้ ซึ่งเราเองประทับใจตั้งแต่ครั้งตีพิมพ์ในนิตยสารบางกอก พอทราบว่าได้รับความไว้วางใจจากทาง คุณแป๊ป-ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ผู้ผลิตค่ายมายน์แอทเวิร์คส์ ก็ดีใจมากๆ และตั้งใจว่าจะถ่ายทอดเป็นบทโทรทัศน์ให้ดีที่สุด แต่ก็หนักใจไม่น้อย เมื่อต้องถ่ายทอดบทประพันธ์จากนิยายสำหรับผู้อ่าน ให้กลายเป็นบทโทรทัศน์ ที่ตลอดจนสร้างตัวละครจากนิยาย ให้มีลมหายใจโลดแล่นบนหน้าจอ โทรทัศน์

ฝากผลงานการเขียนบทละครโทรทัศน์ เรื่อง เพลิงนาคา

สำหรับละครเรื่องนี้ เกิดจากความตั้งใจของ คุณแป๊ป-ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ ผู้ผลิตแห่งค่าย มายน์แอทเวิร์คส์ และ ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ ผู้กำกับแถวหน้าของประเทศ พร้อมทั้ง นักแสดงมากฝีมือที่ทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ ทีมคอมพิวเตอร์กราฟิกอันดับ 1 ของไทย รวมถึงทีมงาน ทุกๆ ฝ่าย ที่ตั้งใจให้ละครเรื่องนี้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ และถูกใจผู้ชม อยากขอฝากละครเรื่องนี้ และสิ่งหนึ่งที่พวกเราทุกคนอยากจะพิสูจน์ให้เห็นก็คือ “ละครไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก”

Leave a comment