‘กฤษฎา’ติดเบรกม็อบประมง ยันไม่ออกกฏใดทั้งสิ้นจนกว่ามีครม.ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/423867

'กฤษฎา'ติดเบรกม็อบประมง  ยันไม่ออกกฏใดทั้งสิ้นจนกว่ามีครม.ใหม่

‘กฤษฎา’ติดเบรกม็อบประมง ยันไม่ออกกฏใดทั้งสิ้นจนกว่ามีครม.ใหม่

วันพุธ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 10.54 น.

3 กรกฎาคม 2562 นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งข้อความทางไลน์แจ้งว่า”รัฐมนตรีเกษตรฯปัจจุบันจะไม่มีการออกกฎหรือระเบียบอะไรเรื่องประมงทั้งสิ้นเพราะกำลังจะมี ครม.ใหม่พี่น้องประมงไม่ต้องกังวลครับ”

จากกรณีปัญหาวิกฤติปลาทูไทยที่กำลังจะสูญพันธุ์ จากการจับลูกปลาทูขนาดเล็กไปจำหน่าย จนเกิดกระแสสังคมในโซเซียลมีเดีย ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และกรมประมงนำ พ.ร.ก.การประมง 2558 มาตรา 57 ที่มีข้อกำหนด “ห้ามมิให้ผู้ใดจับสัตว์น้ำหรือนำสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดขึ้นเรือประมง” มาบังคับใช้

ทั้งนี้ที่ผ่านมากรมประมงได้มีการเชิญประชุมรับฟังความคิดเห็นร่วมกับประมงพื้นบ้าน 2 ครั้ง และประมงประมงพาริชย์ 1 ครั้ง และประชุมโดยคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขกฎหมายอันส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพการทำประมง ที่แต่งตั้งโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือร่วมกันระหว่างประมงพื้นบ้านและพาณิชย์ อีกจำนวน 1 ครั้ง ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกัน ซึ่งกลุ่มประมงพื้นบ้าน ได้ยอมรับในขนาดของปลาทูที่ห้ามทำการประมง ที่ขนาดต่ำกว่า 14 เซนติเมตร ขณะที่ทางประมงพาณิชย์ ขอให้มีการศึกษาเพิ่มเติม โดยแจ้งว่าจะไปดำเนินการประชุมหารือร่วมกับสมาคมประมง ทั้ง 22 จังหวัดชายทะเลเพื่อหาข้อยุติก่อน

ด้านนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่าหากมีประกาศใช้มาตรา57 จะเตรียมขอมติกรรมการสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย  ถ้ามีการประกาศกำหนดห้ามนำสัตว์น้ำขนาดเล็กกว่ากำหนดขึ้นเรือประมง  ตามมาตรา 57 ขอให้นัดพี่น้องชาวประมงทั้งประเทศ  โดยเฉพาะ 3 สมุทร (สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร )ที่อยู่ใกล้ ทาง สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย จะจัดให้มีการขออนุญาตชุมนุมสาธารณะ หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยวันเวลาที่จะชุมนุมจะแจ้งให้พี่น้องชาวประมงทราบในแอพพลิเคชั่นไลน์  กลุ่มสมาชิกชาวประมงทั้งประเทศอีกครั้ง คาดว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุม 5 หมื่นคน ชุมนุมยืดเยื้อ  ขอไว้ 1 เดือน

“หากมีการกระทำผิดจะเป็นความผิดร้ายแรงตามมาตรา114(8)  แล้วจะมีความผิดมีโทษปรับตามมาตรา139  ปรับตั้งแต่ 1 แสนถึง30 ล้านบาท กรณีที่เป็นเรือประมงพาณิชย์ และหากมีการนำคดีขึ้นสู่ชั้นศาล จะมีโอกาส ถูกสั่งยึดเรือประมง ตามมาตรา169และจะต้องถูกคำสั่งทางปกครอง ยึดสัตว์น้ำทั้งหมดที่มีอยู่ในเรือประมง มาตรา113(1)และเพิกถอนใบอนุญาตมาตรา113(4) จะทำให้เจ้าของเรือประมงที่มีเรือประมงหลายลำไม่สามารถขอใบอนุญาตประมงพาณิชย์กับเรือลำอื่นๆที่ไม่ได้กระทำความผิดอีกด้วย อยากจะถามว่าพวกเราชาวประมงจะยอมกันหรือไม่”นายมงคล กล่าว

Leave a comment