รายงานพิเศษ : ‘ไทยนิยม ยั่งยืน’บรรเทาทุกข์เกษตรกรเขาสวนกวาง ขยายธุรกิจแปรรูปมันเชื่อมเครือข่ายสหกรณ์โคนม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/424798

รายงานพิเศษ : ‘ไทยนิยม ยั่งยืน’บรรเทาทุกข์เกษตรกรเขาสวนกวาง  ขยายธุรกิจแปรรูปมันเชื่อมเครือข่ายสหกรณ์โคนม

รายงานพิเศษ : ‘ไทยนิยม ยั่งยืน’บรรเทาทุกข์เกษตรกรเขาสวนกวาง ขยายธุรกิจแปรรูปมันเชื่อมเครือข่ายสหกรณ์โคนม

วันจันทร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดและราคาตกต่ำ เป็นปัญหาหลักของภาคการเกษตรในบ้านเรา สหกรณ์การเกษตรหลายแห่ง ได้เข้ามามีบทบาทแก้ปัญหานี้ให้สมาชิก และหลายแห่งก็มีผลการดำเนินงานน่าพอใจ หนึ่งในนั้นคือสหกรณ์การเกษตรเขาสวนกวาง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น

พื้นที่อำเภอเขาสวนกวาง เป็นที่ราบสูง เกษตรกรปลูกพืชไร่เป็นหลัก และประสบปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ขาดปัจจัยการผลิตและเงินทุน จึงรวมกลุ่มตั้งสหกรณ์การเกษตรเขาสวนกวาง จำกัด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2521 จวบจนวันนี้ กลายเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ มีสมาชิกถึง 1,700 กว่าคน ปลูกมันสำปะหลังเป็นพืชหลัก โดยสหกรณ์การเกษตรเขาสวนกวาง จำกัด มีบทบาทรวบรวมผลผลิตหัวมันสดให้แก่โรงงานในพื้นที่ ในลักษณะซื้อมาขายไป แต่ประสบปัญหาการขนส่งไม่สะดวกให้บริการสมาชิกได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากตัวสหกรณ์ (ตั้งอยู่ในตำบลคำม่วง) ห่างไกลจากพื้นที่เพาะปลูก อีกทั้ง สหกรณ์มีพื้นที่ลานตากไม่เพียงพอ ไม่สามารถสร้างเพิ่มได้ เกษตรกรจำต้องนำผลผลิตขายให้ผู้รับซื้อเอกชนในพื้นที่ จึงขาดอำนาจต่อรอง ทำให้ขายได้ราคาต่ำ สหกรณ์การเกษตรเขาสวนกวาง จำกัด จึงได้ขอรับเงินอุดหนุนจากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในส่วนที่เป็นงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแก่สถาบันเกษตรกรจัดเก็บพืชผลทางการเกษตร (แก้มลิง) ในการจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นางปริยากร ศิริพากุล ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเขาสวนกวาง จำกัด เล่าถึงงบประมาณจากโครงการนี้ว่า ได้รับการสนับสนุน 5,696,000 บาท นำมาจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บผลผลิตสินค้าเกษตร 3 รายการ ได้แก่ ลานตาก ขนาด 4,000 ตารางเมตร, ฉาง ขนาด 500 ตัน และเครื่องชั่งพร้อมโรงคลุม ขนาด 50 ตัน ในพื้นที่ตำบลนางิ้ว ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูก เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่ง ทำให้สหกรณ์รวบรวมผลผลิตได้มากขึ้น โดยเฉพาะมันสำปะหลังที่ส่วนใหญ่จะนำมาแปรรูปเป็นมันเส้น ส่งขายให้ชุมนุมสหกรณ์โคนมในจังหวัดขอนแก่น ที่ให้ราคาดีกว่าการจำหน่ายเป็นหัวมันสดแบบที่ผ่านมา

“สำหรับการรวบรวมมันสำปะหลัง คิดว่าเป็นธุรกิจหนึ่งของสหกรณ์ที่ดี เพราะว่าถ้าแปรรูปแล้ว เราสามารถกำหนดราคาได้ ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา เราก็รวบรวมได้ประมาณพันกว่าตัน ผลการดำเนินงานปีบัญชีล่าสุด (31 มีนาคม พ.ศ. 2562) มีผลกำไรสุทธิประจำปี 9 ล้าน 6 แสนบาทเศษ ถือว่างบอุดหนุนของรัฐบาล ผ่านกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ทำให้ธุรกิจของสหกรณ์เพิ่มขึ้น สามารถบริการสมาชิกเกือบครบวงจร เมื่อก่อนแค่ซื้อมาขายไป ปัจจุบันก็ทำแปรรูป คู่ค้ายืนยันได้ว่า มันเส้นเรามีคุณภาพ ไม่พอต่อความต้องการ”

นางนิตยา ไสววรรณ เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเขาสวนกวาง จำกัด ได้สะท้อนถึงการดำเนินงานของสหกรณ์ว่า สหกรณ์มีส่วนช่วยเหลือด้านเงินทุน ปัจจัยการผลิต แนะนำส่งเสริมการเพาะปลูกมาโดยตลอด จนเธอมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ต่อมาเมื่อได้ก่อสร้างลานตากผลผลิต พร้อมเครื่องชั่ง และฉาง ด้วยงบประมาณอุดหนุนจากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ยิ่งทำให้สหกรณ์สามารถช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการรับซื้อผลผลิตได้ในปริมาณมากขึ้น และให้ราคาสูงขึ้นเมื่อนำไปแปรรูป เธอและคนอื่นๆ ในชุมชนไม่ต้องขนไปขายไกล ทั้งยังสามารถไว้ใจในระบบบริหารจัดการ มั่นใจในตราชั่งที่ได้มาตรฐาน มีความแม่นยำ ทำให้ขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม

“พอมีสหกรณ์มารองรับ เราขายได้ในราคาที่เป็นธรรม เราก็พอใจ สหกรณ์เขาก็รองรับของเรา เกษตรกรทั่วไปก็มาใช้บริการได้ ไม่ใช่แต่สมาชิกอย่างเดียวค่ะ เขาก็ดีมากๆ อันนี้คือประโยชน์ที่ดีของสหกรณ์”

ด้านนางยุพดี สารทอง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการนี้ว่าในส่วนของสหกรณ์เอง เมื่อได้มีการเพิ่มธุรกิจแปรรูปผลผลิตขึ้นมา ทำให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายกับสหกรณ์โคนม ที่มีความต้องการมันเส้นเพื่อการผลิตอาหารสัตว์ นอกเหนือจากเครือข่ายหรือโรงงานแป้งที่รับซื้อมันสำปะหลังสด ส่วนสมาชิกเอง ก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน และเป็นตลาดที่ให้ความยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา เรื่องของตาชั่ง

“รวมทั้งการที่สหกรณ์ได้เป็นผู้รวบรวมผลผลิตนี้ ยังเป็นการชะลอไม่ให้ผลผลิตออกสู่ตลาดมากเกินไป ชะลอไว้เพื่อที่จะขายให้กับตลาดภายนอก หรือชะลอไว้เพื่อที่จะแปรรูปเป็นมันเส้น เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรเพิ่มมากขึ้น” คุณยุพดี กล่าวทิ้งท้าย ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่ได้จากงบประมาณสนับสนุนของโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ที่มีต่อการแก้ปัญหาหลักของภาคการเกษตร

นับเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการบริหารจัดการงบประมาณที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการยกระดับความเข้มแข็งของเกษตรกรและสหกรณ์ให้เป็นกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มขีดความสามารถของชุมชนอย่างยั่งยืน

Leave a comment