ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/426811

ส่องเกษตร : คือต้นไม้ ต้นเดียวกัน?
จากประสบการณ์ของผม เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการทำการเกษตร ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำการเกษตรเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ในฟาร์มของเกษตรกรจะประกอบด้วยหลายกิจกรรมรวมกัน ไม่ได้แยกกิจกรรมออกจากกันโดยเด็ดขาด เกษตรกรที่เก่งๆ ระดับผู้นำหลายๆ ราย จึงมีป้ายของแทบทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดแทบจะไม่มีที่จะให้ติด ยังไม่รวมถึงป้ายจากกระทรวงอื่นๆ อีก ซึ่งชี้ให้เห็นว่างานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นงานที่มีความหลากหลาย แต่มีเป้าหมายเดียวกัน
จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้ให้เจริญงอกงามติดดอกออกผลได้ ผู้ปลูกก็ต้องเข้าใจว่าต้นไม้ที่ปลูกนั้นเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมอย่างไร ช่วงเวลาไหนจะให้ผล สภาพดินจะต้องมีแร่ธาตุอาหารแบบไหน ชอบดินร่วน ดินทราย หรือดินเหนียว ปริมาณน้ำจะต้องประมาณไหน ช่วงไหนต้องการน้ำมาก ช่วงไหนต้องการน้ำน้อย ช่วงไหนไม่ต้องการน้ำเลย หากมีโรคแมลงศัตรูพืชจะต้องจัดการดูแลต้นไม้ต้นนี้อย่างไร เมื่อให้ผลผลิตออกมาแล้ว ถ้าปลูกไว้กินเอง จะต้องมีการจัดการอย่างไรให้เก็บไว้ได้นาน หรือถ้าผลผลิตออกมามากจะนำไปจำหน่ายที่ไหนอย่างไร ซึ่งก็ต้องมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทุกกระบวนการของต้นไม้ต้นนี้จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กันไปทั้งหมด ไม่สามารถแยกส่วนออกจากกันได้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เช่นกัน ผ่านการออกแบบระบบการบริหารงานให้เป็นหน่วยงานในระดับกอง/สำนักที่สอดคล้องเกี่ยวเนื่องกันไป เป้าหมายการพัฒนาการเกษตรไม่สามารถเบ็ดเสร็จในหน่วยงานเดียว ดังนั้น การบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีความชัดเจนในตนเอง เป็นความชัดเจนที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ และเป็นความชัดเจนบนสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นระหว่างกัน ภาษาชาวบ้านก็คือ มีกรมดิน กรมพืช กรมสัตว์ กรมปลา กรมน้ำ กรมฝน ซึ่งเป็นกรมทางเทคนิค แล้วมีกรมที่ทำการตลาดมาสนับสนุนให้การทำการเกษตรของเกษตรกรบรรลุเป้าหมาย ร่วมมือร่วมแรงกันพัฒนาเกษตรกร จะมีปัญหาทับซ้อนกันในการดำเนินการร่วมกันไม่มาก หากทุกหน่วยงานเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของตนเอง ไม่ใช่ให้กรมน้ำไปเลี้ยงสัตว์ ให้กรมสัตว์ไปปลูกพืช ก็คงวุ่นวายกันพอสมควร
ผมทราบข่าวมาว่า การแบ่งงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกลายเป็นกระทรวงเกรด A ในใจของนักการเมืองยุคนี้ เป็นกระทรวงที่หลายพรรคแย่งชิงเก้าอี้กันเข้ามา เพื่อจะได้มีโอกาสดูแลเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ ผมจึงรู้สึกยินดีมากที่เกษตรกรเป็นที่รักของนักการเมืองถึงกับต้องชิงกันเข้ามาบริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมกับนโยบายของพรรคตนเองที่หาเสียงไว้ และได้มีจัดแบ่งการบริหารและกำกับดูแลกรมต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นไปตามนโยบายที่พรรคตนเองรับผิดชอบ ผมยังนึกไม่ออกว่าการแยกส่วนของการทำการเกษตรออกจากกัน จะสามารถพัฒนาการเกษตรให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร เหมือนการดูแลต้นไม้ให้ออกดอกติดผล โดยไม่ได้สนใจความสัมพันธ์ของดิน ปุ๋ย น้ำ โรคแมลง และการบริหารจัดการต่างๆ ในที่สุดแล้วแทนที่ต้นไม้จะออกดอกติดผล ต้นไม้ต้นนี้อาจเหี่ยวแห้งและตายไปในที่สุด เหลือเพียงซากพังๆ เป็นอนุสาวรีย์ให้กล่าวถามถึงก็เป็นได้
สมชาย ชาญณรงค์กุล