ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/427969
x
หมอนทอง3จว.ใต้ลู่ทางสดใส คุณภาพโดนใจผู้นำเข้ารายใหญ่ของจีน
คณะนักธุรกิจจีน นำโดย นายเฉิน เว่ยปิน ผู้อำนวยการด้านการตลาด บริษัทกวางโจว ยูฝู จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับซื้อผลไม้จากทั่วโลกไปจำหน่ายในประเทศจีนรายใหญ่อันดับต้นๆ ร่วมกับผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เดินทางเยี่ยมชมและตรวจสอบคุณภาพการปลูกทุเรียนบาตามัส (ทุเรียนหมอนทอง) ภายใต้โครงการทุเรียนคุณภาพ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ดำเนินการร่วมกับภาคราชการและเกษตรกร
หลังศึกษาพื้นที่และพูดคุยกับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนของโครงการ นายเฉิน เว่ยปิน กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา สัดส่วนนำเข้าทุเรียนผลสดจากไทยอยู่ที่ร้อยละ 90-95 อีกร้อยละ 5-10 เป็นผลผลิตจากเวียดนามและมาเลเซีย ซึ่งจากการที่รัฐบาลจีนเข้มงวดคุณภาพ ขณะที่มาเลเซียและเวียดนามกำลังพยายามขอโอกาสจากรัฐบาลจีนส่งออกทุเรียนเพิ่มขึ้น ฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ สร้างมาตรฐานทุเรียนไทยให้เข้มแข็ง
“คนจีนนิยมทานทุเรียนมาก ที่นิยม เป็นทุเรียนเนื้อละเอียด สีเหลืองทองออกเข้ม เต็มพู รสชาติหวาน เมื่อพูดถึงทุเรียนไทย ชาวจีนจะรับรู้ว่า เป็นทุเรียนจากจันทบุรี ดังนั้น การขายทุเรียนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงเป็นเรื่องใหม่ที่จะสร้างการรับรู้ว่า ที่นี่ก็เป็นแหล่งผลิตทุเรียนคุณภาพอีกแห่งของไทย นอกจากนี้ ยังจะมองหาทุเรียนพันธุ์อื่นนอกจาก“หมอนทอง”ที่รสชาติดีมีคุณภาพไปเป็นตัวเลือกใหม่ให้ผู้บริโภคอีกด้วย
นายเฉินกล่าวย้ำว่า มั่นใจในคุณภาพทุเรียนที่ผลิตจากพื้นที่นี้ เพราะในโครงการมีคู่มือผลิตทุเรียนคุณภาพและสมุดตรวจแปลง ซึ่งเป็นเรื่องพิเศษมาก ถ้าทำตามคู่มือผลิตและบันทึกติดตามการผลิตอย่างเข้มงวด ผลทุเรียนที่ได้จะมีคุณภาพดีมาก เป็นจุดเด่นในการสร้างมาตรฐานที่พิเศษ ต่างจากแหล่งอื่นที่บริษัทเคยรับซื้อมา
นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันปิดทองหลังพระฯกล่าวว่า “โครงการทุเรียนคุณภาพปีนี้ ดำเนินการเป็นปีที่สองแล้ว เพื่อแก้ปัญหาให้เกษตรกร
ผู้ปลูกทุเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขาดโอกาส ความรู้ และทุนผลิตและจำหน่ายทุเรียน ปิดทองหลังพระฯจึงบูรณาการทำงานกับหน่วยงานภาคีภาครัฐ เอกชนและประชาชน สนับสนุนองค์ความรู้ในการบำรุงดูแลต้น สนับสนุนระบบน้ำเข้าแปลง และปัจจัยการผลิต ในรูปแบบยืมก่อนจ่ายทีหลัง รวมทั้งคัดเลือก“อาสาทุเรียน” 91 คน จากเกษตรกรในพื้นที่ไปอบรมเชิงปฏิบัติการ ณ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียง ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง ตั้งแต่บำรุงดูแลต้น ป้องกันโรคและศัตรูพืช ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว เพื่อนำความรู้กลับมาแนะนำเกษตรกรรายอื่นต่อไป
“ปีนี้ขยายผลดำเนินการไปยังสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 664 ราย พื้นที่ 1,125 ไร่ ทุเรียนรวม 22,508 ต้น จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบแรกได้กลางเดือนกรกฎาคม คาดการณ์ผลผลิตว่าจะมีประมาณ 2,500 ตัน สร้างรายได้ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ รวมกันไม่น้อยกว่า 160 ล้านบาท” นายการัณย์กล่าว