รมช.เกษตรฯลั่นให้ยกเลิก ใช้’พาราควอต ไกลโฟรเซต’ให้เร็วที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/432382

รมช.เกษตรฯลั่นให้ยกเลิก ใช้'พาราควอต ไกลโฟรเซต'ให้เร็วที่สุด

รมช.เกษตรฯลั่นให้ยกเลิก ใช้’พาราควอต ไกลโฟรเซต’ให้เร็วที่สุด

วันเสาร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 15.15 น.

“นับถอยหลังอีก4เดือนถึงกาลอวสาน3สารอันตราย จริงหรือ  “รมช.มนัญญา” ออกโรงยกเลิกใช้ พาราควอต ไกลโฟรเซต คลอร์ไพริฟอส เร็วที่สุดปีนี้ลั่นต้องหายไปจากประเทศไทย แต่ฉากหลังยังสวนทาง เผยอนุญาตให้นำเข้าปี62กว่า7.1หมื่นตัน”

เมื่อวันที่10 สิงหาคม น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงแนวทางการเลิกใช้สารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตร กำจัดแมลงศัตรูและวัชพืช 3ชนิดคือ พาราควอต ไกลโฟรเซต คลอร์ไพริฟอส ว่าได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร ทบทวนการใช้สารเคมีอันตรายที่มีความเสี่ยงสูง ทั้ง3ชนิด และปุ๋ย ยา หรือสารเคมีชนิดอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างจะออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ในการอนุญาตนำเข้า ให้ชะลอไว้ก่อนโดยตนมีเป้าหมายว่าจะยกเลิกการใช้สารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิดดังกล่าวให้เร็วที่สุดภายในปี 2562 จะต้องหายไปจากประเทศไทย

“ช่วงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเดินหน้าเร่งรณรงค์ให้เกษตรกรลดละเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร และหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกรและผู้บริโภคต้องมาก่อน และขอให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัดป้องปรามปุ๋ยปลอมด้วยการระบุบาร์โค้ด เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นปุ๋ยจริงหรือไม่ ซึ่งเกษตรกรต้องได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพ และผู้บริโภคมีความปลอดภัยจากสารเคมี ทั้งนี้ ฉลากยาอันตรายที่กำกับบนผลิตภัณฑ์สารเคมีเกษตรจะต้องมีตัวหนังสือที่ชัดเจน อ่านง่าย ไม่ตัวเล็กจนเกินไป โดยเจ้าหน้าที่ของกรมฯ จะต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่เกษตรกรในการเลือกใช้ปุ๋ยเพื่อการเกษตรอย่างปลอดภัยด้วย”น.ส.มนัญญา กล่าว

น.ส.มนัญญา กล่าวว่าพร้อมกันนี้สั่งให้กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการศึกษาวิจัยเมล็ดพันธุ์กัญชาที่จะปลูกให้ได้คุณภาพ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และกระทรวงสาธารณสุขให้การรับรอง พร้อมทั้งจะส่งเสริมให้กลุ่มสหกรณ์เป็นผู้ปลูกและรับซื้อผลผลิตอย่างถูกต้อง โดยผลการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร จะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ ทั้งกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน รวม 3 อย่างให้เป็นหนึ่งเดียว อย่าต่างคนต่างทำ โดยกรมวิชาการเกษตรควรมีข้อมูลว่า ขณะนี้ทางสมาชิกสหกรณ์ต้องการทำอะไร หรือปลูกพืชชนิดไหน แล้วจึงทำการวิเคราะห์วิจัยพันธุ์พืชชนิดนั้นเพื่อตอบสนองกับความต้องการของตลาดได้ตรงจุด สามารถยกระดับราคาสินค้าเกษตร จะแก้ไขปัญหาปากท้องเกษตรกรได้ยั่งยืน

ทั้งนี้ให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบสินค้าเกษตรนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อป้องกันโรคพืชและแมลงที่จะเข้ามาแพร่ระบาดในไทย รวมทั้งให้กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยการวิจัยพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ขอให้คำนึงถึงความต้องการของตลาด พร้อมทั้งใช้กลไกสหกรณ์ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตสินค้าเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด

รายงานข่าวเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้นโยบายการจำกัดการใช้3สารเคมี ในสมัยของนายกฤษฏา บุญราช อดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่เร่งรัดแผนจำกัดการใช้ และให้ลดการนำเข้า 3 สารเคมีอันตรายลงครึ่งหนึ่ง จากเดิมปีละ6-7หมื่นตัน พร้อมกับตรวจสต็อกเอกชนทุก15วัน ประกอบด้วย 1.พาราควอต 2.ไกลโฟเซต และ 3.คลอร์ไพริฟอส รวมทั้งมีเป้าหมายให้เลิกใช้ภายในปี63 แต่ปรากฏว่าสวนทางกับการอนุญาตของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ให้เอกชนยื่นขออนุญาตนำเข้า โดยพบว่าปริมาณนำเข้าสารเคมีวัตถุอันตรายยังเพิ่มขึ้น เช่น พาราควอต ปี 62 อยู่ที่จำนวน 21,709 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 61 ที่มีจำนวน 21,412 ตัน , ไกลโฟเซต ปี 62 จำนวน 48,501 ตัน รวมนำเข้า3สาร 71,142 ตัน และที่ผ่านมาทั้งยังมีนโยบายการยกเว้นภาษีนำเข้า ประมาณ 5,600 ล้านบาทต่อปี ทั้งยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ประมาณ 5,900 ล้านบาทต่อปี แก่บริษัทสารพิษ ซึ่งมีมูลค่าภาษีที่รัฐต้องสูญเสียรวมกันมากกว่า 10,000 ล้านบาท/ปี อ้างว่าเป็นการลดการผลักภาระต้นทุนแก่เกษตรกร และกระทรวงเกษตรฯ ยังของบเกือบร้อยล้านจัดอบรมการใช้สารเคมีดังกล่าวให้แก่เกษตรกรกว่า 1.5 ล้านครอบครัว

Leave a comment