ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/432803
x
ได้ฤกษ์สร้างที่ทำการสทนช.ถาวร รองรับภารกิจจัดการน้ำของปท.
เมื่อเร็วๆนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารที่ทำการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ณ ถนนติวานนท์ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยมีแขกผู้มีเกียรติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมงานอย่างคับคั่ง
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า อาคารที่ทำการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นอกจากใช้เป็นที่อาคารที่ทำการของสทนช.แล้ว ยังใช้เป็นศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ ศูนย์กลางการบริหารงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นศูนย์วิจัยนวัตกรรมและฝึกอบรมด้านทรัพยากรน้ำ ตลอดจนใช้เป็นศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจกรณีเกิดปัญหาวิกฤติน้ำมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อีกทั้ง ในอาคารยังออกแบบห้องศาสตร์พระราชาเพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 9 ใช้เสริมสร้างการเรียนรู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสู่ภาคประชาชน ตลอดจนสืบสาน ต่อยอดพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 อีกด้วย
เลขาธิการ สทนช. กล่าวต่อว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ก่อตั้งขึ้นปลายปี 2560 โดยใช้สำนักงานชั่วคราวในพื้นที่บางส่วนของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ถนนพิษณุโลก คิดเป็นพื้นที่ไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร ต่อมาเมื่อจำนวนบุคลากรและภารกิจงานขยายขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอ จึงย้ายมาเช่าอาคารจุฑามาศ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 5,000 ตารางเมตร (รวมพื้นที่
จอดรถ) เป็นที่ทำการ สทนช. เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงภารกิจและหน้าที่ของ สทนช. ซึ่งต้องขยายโครงสร้างและภารกิจด้านการบริหารจัดการน้ำตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2562 ที่ขยายภารกิจและบทบาทหน้าที่ของ สทนช. ใหม่ ทำให้จำเป็นต้องสร้างอาคารที่ทำการ สทนช. ถาวร รองรับภารกิจเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการน้ำของประเทศ
นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ยังมีหน่วยงานในส่วนภูมิภาคที่เรียกว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค (สทนช.ภาค) ประจำ 4 ภูมิภาค ครอบคลุม 22 ลุ่มน้ำหลักใหม่ 353 ลุ่มน้ำสาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็น สทนช.ภาค 1 รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ สำนักงานตั้งอยู่ที่จังหวัดลำปาง สทนช.ภาค 2 รับผิดชอบพื้นที่ภาคกลาง สำนักงานตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี สทนช.ภาค 3 รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น และ สทนช.ภาค 4 รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ สำนักงานตั้งอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีที่ทำการชั่วคราว และบุคลากรที่เริ่มดำเนินการตามภารกิจในพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมการลุ่มน้ำ องค์กรผู้ใช้น้ำในพื้นที่และจังหวัดบูรณาการข้อมูลทำแผนปฏิบัติการแก้ปัญหาน้ำของลุ่มน้ำ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำให้เป็นรูปธรรมต่อไป