ชีวิต On stage ของ‘จ๋า-สุดาพิมพ์’ ผู้หลงใหลเสน่ห์ของมิวสิคัล สู่การตั้งบริษัทเพื่อสร้างสรรค์ละครเวทีแบบฉบับของตนเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/425279

ชีวิต On stage ของ‘จ๋า-สุดาพิมพ์’  ผู้หลงใหลเสน่ห์ของมิวสิคัล  สู่การตั้งบริษัทเพื่อสร้างสรรค์ละครเวทีแบบฉบับของตนเอง

ชีวิต On stage ของ‘จ๋า-สุดาพิมพ์’ ผู้หลงใหลเสน่ห์ของมิวสิคัล สู่การตั้งบริษัทเพื่อสร้างสรรค์ละครเวทีแบบฉบับของตนเอง

วันพุธ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากเด็กสาวที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางเสียงเพลงและการแสดงบัลเลต์ สู่เส้นทางชีวิตบนเวทีทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

จ๋า-สุดาพิมพ์ โพธิภักติ อดีตนิสิตคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นชีวิตบนเวทีอย่างจริงจังเมื่อครั้งที่เธอได้รับการคัดเลือกให้เข้าเป็นนักร้องของ วงซียูแบนด์ (CU Band) ชมรมดนตรีสากลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งแต่ศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 1 ด้วยความชื่นชอบในการร้องเพลงเป็นพื้นฐาน เมื่อผสานกับพรแสวงที่เธอได้เคี่ยวกรำฝึกฝน นับได้ว่าเป็นวัตถุดิบชั้นดีในช่วงวัยแสวงหาที่ทำให้เธอเลือกเดินเส้นทางชีวิตท่ามกลางแสงไฟในเวลาต่อมา

หลังจากถูกชักชวนให้มาดูละครเวทีมิวสิคัลอยู่หลายเรื่อง ในที่สุดเธอได้รับโอกาสแรกที่เปลี่ยนชีวิตของนักร้องประจำมหาวิทยาลัย จากการได้รับคัดเลือกให้เป็นนักร้องEnsemble ให้กับละครเรื่อง ทวิภพเดอะมิวสิคัล ในปี พ.ศ.2548 ละครมิวสิคัลเต็มรูปแบบที่ทำให้เธอได้ฝึกร้อง ฝึกเล่นอย่างอย่างจริง และจากครั้งแรกนั้นเองที่ทำให้เธอหลงใหลในเสน่ห์ของละครมิวสิคัลจนติดใจและพาตัวเองเข้าไปอยู่ในวงการมิวสิคัลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ตั้งแต่ การรีสเตจเรื่องทวิภพ เดอะมิวสิคัลและ ฟ้าจรดทราย เดอะมิวสิคัลก่อนที่เธอจะเดินทางไปศึกษาต่อด้าน Art management เรียนรู้โลกของการบริหารศิลปะที่ Shenandoah University ประเทศสหรัฐอเมริกา

ชีวิตต่างบ้านราว 2 ปีทำให้ จ๋า-สุดาพิมพ์ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์รอบด้านของวงการละครเวที พัฒนาตัวเองทั้งทางด้านการบริหารตามหลักสูตรที่เธอต้องไปฝึกงานตามโรงละครต่างๆ ฝึกจัดการโรงละคร เป็นคนไทยที่ดูแลความเรียบร้อยทั้งหมดของโรงละครที่มีสมาชิกเป็นชาวอเมริกัน ได้ฝึก Public Speakingในการ Pitching งานละครในขณะเดียวกันเธอได้ลงเรียนการร้องเพลงนอกหลักสูตรเพื่อเพิ่มความสามารถในสิ่งที่เธอรักมากยิ่งขึ้น

เธอยังคงเดินหน้าสู่การเป็นนักแสดงมิวสิคัลหลังจากกลับมาจากอเมริกา ด้วยการแสดงละครเรื่อง ทวิภพ เดอะมิวสิคัล(รีสเตจรอบที่ 3), สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล, เรยา เดอะมิวสิคัล ระหว่างนั้นเธอได้มีโอกาสจัดคอนเสิร์ตเล็กๆ เป็นของตัวเอง และจากประสบการณ์การจัดคอนเสิร์ตด้วยตัวเองครั้งนั้น ทำให้เธอได้รับโอกาสครั้งใหม่ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญบนเส้นทาง On Stage ด้วยการรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ละครเวทีเรื่องซูสีไทเฮา เดอะมิวสิคัล ในปีพ.ศ.2557ที่จัดแสดง ณ เอ็มเธียร์เตอร์ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงพระกรุณาร่วมแสดงในบทนางนิวฮูลู่ นับได้ว่าเป็นการเริ่มต้นบทบาทใหม่ของ จ๋า-สุดาพิมพ์ ในฐานะของผู้อำนวยการผลิตได้อย่างสง่างามและได้รับความสำเร็จจากละครเรื่องนี้เป็นอย่างสูง

จากประสบการณ์การเป็นนักแสดงมาหลายปี ผ่านการร้อง การเล่นมาหลายเวที ผสานกับความรู้ที่ได้เก็บเกี่ยวบ่มเพาะเมื่อครั้งไปศึกษาต่อที่อเมริกา ประกอบกับได้พิสูจน์ฝีมือในโอกาสครั้งใหม่จากการเป็นโปรดิวเซอร์ ส่งผลให้ จ๋า-สุดาพิมพ์ ตัดสินใจเปิดบริษัททำละครเวทีในแบบที่เธอฝันไว้ในชื่อ Musical Musicals ในปีพ.ศ.2558 และประเดิมสร้างสรรค์ละครเวทีเรื่องแรกในปีพ.ศ.2559 ด้วยเรื่อง ก๊วนคานทอง Love Game เดอะมิวสิคัล ที่นำบทละครโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมมานำเสนอในรูปแบบของละครเวทีมิวสิคัล นำแสดงโดย แคทรียาอิงลิช, ชาย ชาตโยดม และลูกหว้า-พิจิกา

ในวันนี้บริษัท Musical Musicalsได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Be Musical ภายใต้การบริหารและดำเนินการของ จ๋า-สุดาพิมพ์โพธิภักติ โดยตั้งเป้าไว้ว่าใน 1 ปี บริษัทจะผลิตละครทั้งโรงเล็กและโรงใหญ่ ทุกการสร้างสรรค์บทละคร เธอมุ่งมั่นไว้ว่าต้องเป็นละครที่สนุกเข้าถึงง่าย และมอบแง่คิดให้กับคนดู จึงนำมาสู่เอกลักษณ์ของ Be Musical ที่เธอเลือกผลิตงานละครเวทีโรแมนติกคอเมดี้ในแบบที่เธอชอบ ละครอารมณ์ดีที่สอดแทรกแง่คิดให้คนดูได้กลับบ้านไปพร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

“เราคิดว่าชีวิตข้างนอกโรงละครมันเครียดอยู่แล้ว ทำไมดูละครแล้วต้องเครียด ต้องร้องไห้ตาบวมกลับบ้าน ซึ่งละครที่เป็นดราม่าหนักๆ เป็นละครที่ดีนะ มีคนชอบเยอะด้วยแต่ด้วยความชอบของเรา เราชอบโรแมนติกคอเมดี้ที่ไม่ใช่ตลกจนหาสาระไม่เจอ แต่เราชอบแฝงบางอย่างให้คนดูให้เขาสามารถรับกลับไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว”

ในปีนี้ Be Musical กำลังเตรียมตัวกันสร้างรอบยิ้มให้กับผู้ชมด้วยละครเวที2 เรื่อง 2 ไซส์ ได้แก่ Be your size ละครเวทีไซส์เล็ก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบทประพันธ์ เท่าที่หวง ดังดวงใจ ของอัญชรีย์ และ สูตรเสน่หา ละครมิวสิคัลโรงใหญ่ ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีและบทโทรทัศน์ยอดฮิต ที่จะทำให้หัวใจของคนดูพองโตพร้อมไปกลับท่อนร้องกับเพลงน่ารักที่ถ่ายทอดอารมณ์แบบครบรสตามแบบฉบับโรแมนติกคอเมดี้ที่บี มิวสิคัลถนัด

Leave a comment