ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/436976

รมช.เกษตรฯลุยขับเคลื่อนงานปศุสัตว์ เชื่อมโยงการตลาดโคเนื้อ-กระบือ
รมช.เกษตรฯขับเคลื่อนงานปศุสัตว์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เชื่อมโยงการตลาดโคเนื้อ-กระบือ ส่งเสริมการประกอบอาชีพปศุสัตว์
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ที่บ้านไทยรีสอร์ท อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี นายประภัทร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมสัมมนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเชื่อมโยงการตลาดโคเนื้อ – กระบือ ภายใต้โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่นาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ รองอธิบดี ผู้บริหารกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมสัมมนาในครั้งนี้
การประชุมสัมมนาโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเชื่อมโยงการตลาดโคเนื้อ – กระบือ ภายใต้โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพโดยกรมปศุสัตว์กำหนดจัดโครงการประชุมสัมมนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเชื่อมโยงการตลาดโคเนื้อกระบือ ภายใต้โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพปศุสัตว์ระหว่างวันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2562 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาได้ร่วมกันกำหนดแนวทางในกาจัดทำแผน
การผลิตและเชื่อมโยงการตลาดโคเนื้อกระบือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันรองรับผล กระทบที่จะเกิดจาก FTA
ทั้งนี้ รมช.กษ.มอบนโยบาย สรุปได้ ดังนี้ 1.ให้มีกลุ่มผู้เลี้ยงวัวในแต่ละจังหวัดมีเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว 100 รายต่อจังหวัด 2.ให้มีโครงการเลี้ยงแม่เพาะลูก 3.หากวัวในประเทศไม่เพียงพอจึงจะสามารถนำเข้าวัวจากต่างประเทศได้ 4.ตั้งเป้าการส่งออกวัวไปจีนปีละ1ล้านตัว 5.ปรับเปลี่ยนรูปแบบการซื้อขายวัว-กระบือในรูปแบบการชั่งกิโลเพื่อให้ความเป็นธรรมให้เกษตรกร 6.ให้เปิดตลาดกลางในการรับซื้อโค-กระบือ โดยให้มีจำนวนตลาดครอบคลุมทั่วประเทศ และ 7.รมช.มีนโยบายจะไปเจรจากับประเทศจีนเพื่อให้ประเทศไทยสามารถส่งออกโค-กระบือไปประเทศจีนโดยไม่ต้องผ่านประเทศลาว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรที่ประกอบอาชีพด้านปศุสัตว์ตามโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมส่งเสริมให้มีการเลี้ยงโค – กระบือ เนื่องจากเป็นการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำการเกษตรมาประกอบอาชีพในการเลี้ยงสัตว์เนื่องจากประสพปัญหาภัยแล้งและเป็นการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรด้านปศุสัตว์ ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป
