รักษ์เกษตร : 23 กันยายน 2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/442500

รักษ์เกษตร : 23 กันยายน 2562

รักษ์เกษตร : 23 กันยายน 2562

วันอังคาร ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คำถาม จากปัญหาภาวะความเสื่อมโทรมสิ่งแวดล้อม อยากทราบว่า ระบบเกษตรแบบผสมผสาน มีส่วนช่วยแก้ไขอย่างไรบ้าง และมีประโยชน์อะไรบ้างครับ ขอบคุณครับ

สายฟ้า ทองสนาน

อ.ท่าวังผา จ.น่าน

คำตอบ

ระบบเกษตรผสมผสาน เป็นรูปแบบหนึ่งของระบบเกษตรกรรมที่มีกิจกรรม ตั้งแต่ 2 กิจกรรมขึ้นไปในพื้นที่เดียวกัน และกิจกรรมเหล่านี้ จะมีการเกื้อกูลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จึงเป็นระบบที่นำไปสู่การเกษตรแบบยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาภาวะความเสื่อมโทรมสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งยังก่อให้เกิดผลดีและประโยชน์ในด้านต่างๆ ดังนี้

1.ลดความเสี่ยงจากราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน ในการทำการเกษตรที่มีเพียงกิจกรรมเดียว และมีการผลิตเป็นจำนวนมาก ผลผลิตที่ได้เมื่อออกสู่ตลาดพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นข้าว พืชไร่ ไม้ผล หรือพืชผัก เมื่อมีปริมาณเกินความต้องการของตลาด ย่อมทำให้ราคาของผลผลิตต่ำลง การแปรเปลี่ยนพื้นที่นาหรือไร่บางส่วนมาทำระบบเกษตรผสมผสานจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันแปรของราคาผลผลิตในตลาดลงได้ เนื่องจากเกษตรกรสามารถจะเลือกปลูกชนิดของพืชได้เอง และเลือกกิจกรรมให้สอดคล้องความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี

2.ช่วยก่อให้เกิดพันธุ์พืชใหม่ๆการทำระบบเกษตรผสมผสาน ซึ่งจะมีกิจกรรมหลากหลายในพื้นที่เดียวกัน จะทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุ์พืชใหม่ๆ เกิดขึ้นในพื้นที่ มีความหลากหลายทางพันธุ์พืชใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากชนิดจากเดิมที่มีอยู่ ซึ่งจะช่วยทำให้ระบบนิเวศน์วิทยาในพื้นที่ดีขึ้น

3.ลดความเสี่ยงจากการระบาดของศัตรูพืช ในการปลูกข้าว หรือพืชไร่เพียงอย่างเดียว เกษตรกรจะมีความเสี่ยงจากการเกิดการระบาดของศัตรูพืชขึ้นอย่างมาก เช่น การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โรคใบหงิกอย่างรุนแรง ทำให้พื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่เกิดโรคระบาด ได้รับความเสียหายอย่างมาก เกษตรกรต้องประสบความสูญเสียโดยไม่มีรายได้จากกิจกรรมอื่นมาเจือจุนครอบครัวได้ ระบบเกษตรผสมผสานจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้จากผลิตผลอย่างอื่นอีกทางหนึ่ง

4.ช่วยกระจายการใช้แรงงาน ทำให้เกษตรกรมีงานทำตลอดปี เป็นการลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกภาคการเกษตร แก้ปัญหาคนว่างงาน เพราะระบบเกษตรผสมผสานจะรองรับแรงงานเหล่านี้ได้ ทั้งนี้เพราะระบบเกษตรผสมผสาน มีกิจกรรมหลายกิจกรรม แต่ละกิจกรรมมีการใช้แรงงานแตกต่างกันไป เมื่อรวมกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้
ไว้ด้วยกันในระบบเกษตรผสมผสานจึงมีการใช้แรงงานมากขึ้น และช่วยให้มีการกระจายแรงงานไปตามกิจกรรมต่างๆ ตลอดปี

5.ช่วยก่อให้เกิดการหมุนเวียนของกิจกรรมต่างๆ ในไร่นา เป็นการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรในไร่นา ไม่ให้เสื่อมสลายหรือถูกใช้ไปหมดอย่างรวดเร็ว เพราะระบบเกษตรผสมผสาน จะมีการเกื้อกูลประโยชน์ต่อกัน ระบบเกษตรผสมผสานที่มีการปลูกพืชที่มีความหลากหลายผสมผสานกันและมีการเกื้อกูลซึ่งกันและกันในลักษณะของการปลูกต่างระดับ โดยเลียนแบบลักษณะป่าธรรมชาติ จะทำให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศวิทยาให้เป็นไปอย่างเหมาะสม เกิดการหมุนเวียนของธาตุอาหารในระบบการควบคุมโรคและแมลงเป็นไปตามธรรมชาติ ลดการใช้สารเคมี และช่วยเพิ่มความยั่งยืนในการให้ผลผลิต เป็นต้น

6.ช่วยเพิ่มรายได้และกระจายรายได้ตลอดปี ระบบเกษตรผสมผสานที่มีกิจกรรมหลายกิจกรรมในพื้นที่เดียวกัน จะก่อประโยชน์ในด้านทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นรายได้รายวันรายสัปดาห์ รายเดือน และรายได้ประจำฤดูกาล โดยมีรายได้ประจำวันจากการขายพืชผัก รายได้ประจำสัปดาห์จาการเพาะเห็ดฟางในช่วงฤดูแล้ง รายได้ประจำเดือนจากไม้ผลอายุสั้น เช่น กล้วย ฝรั่ง และรายได้ประจำฤดูกาลจากข้าว ข้าวโพด ถั่วเขียว ถั่วลิสง เป็นต้น

7.ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น การทำการเกษตรผสมผสานช่วยทำให้มีการกระจายการใช้แรงงาน ทำให้มีงานทำตลอดทั้งปี และมีการกระจายรายได้จากกิจกรรมต่างๆ เป็นการลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานออกจากภาคการเกษตรไปสู่ภาคอื่นๆ เช่น ภาคอุตสาหกรรม ภาคการขายบริการต่างๆ

8.ช่วยให้เกษตรกรมีอาหารเพียงพอต่อการบริโภคภายในครัวเรือน ในการดำเนินระบบเกษตรผสมผสานที่มีหลายกิจกรรมช่วยทำให้เกษตรกรสามารถมีอาหารไว้บริโภคในครอบครัวครบทุกหมู่ โดยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตจะได้จากข้าว ข้าวโพด อาหารประเภทโปรตีน จะได้จากไก่ ปลา พืชตระกูลถั่ว อาหารประเภทวิตามิน เส้นใยจากพืชผักผลไม้และเห็ดฟาง ช่วยทำให้เกษตรกรสามารถลดค่าใช้จ่ายค่าในการดำเนินชีวิตและมีการปรับปรุงยกระดับคุณภาพโภชนาการและสุขภาพของเกษตรกรในท้องถิ่นให้ดีขึ้น

Leave a comment