รายงานพิเศษ : สพข.5บูรณาการฟื้นฟูดินเค็ม วางระบบสร้างประโยชน์ยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/442300

x

รายงานพิเศษ : สพข.5บูรณาการฟื้นฟูดินเค็ม วางระบบสร้างประโยชน์ยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ทำการเกษตรมาก 1 ใน 3 ของประเทศ มีเนื้อที่เพาะปลูก 60 ล้านไร่ แต่ในจำนวนพื้นที่ดังกล่าวมีปัญหาดินเค็มถึง 17.5 ล้านไร่ คิดเป็น 29% ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด ซึ่งปัญหาดินเค็มส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืช ทำให้ผลผลิตต่ำ โดยพบว่าภาคอีสานมีอัตราการขยายตัวของผลผลิตด้านการเกษตรต่ำสุด จึงส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกร เมื่อเกษตรกรภาคอีสานที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศมีรายได้น้อยจะส่งผลเชื่อมโยงต่อรายได้เฉลี่ยของคนในประเทศ ดังนั้น การแก้ปัญหาดินเค็ม จะช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเค็มในการเพิ่มผลผลิต สร้างรายได้และยกระดับให้พ้นกับดักรายได้ปานกลางได้ในที่สุด

 

นางปราณี สีหบัณฑ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวางระบบการพัฒนาที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 5 กรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า
พื้นที่เกษตรกรรมส่วนใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นดินเค็ม ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ดังนั้นการแก้ปัญหาดินเค็มจะต้องแก้ไขเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ เน้นการปรับปรุง พัฒนา และการปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามศักยภาพของดินได้อย่างเต็มที่ สำนักงานพัฒนาที่ดิน เขต 5 ที่ดูแลรับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ประกอบด้วย จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ สกลนคร อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ จึงได้ทำโครงการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ดินเค็มแบบบูรณาการในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย โดยใช้รูปแบบการดำเนินงานของโครงการป้องกันการแพร่กระจายดินเค็มในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ชี มูล (ทุ่งเมืองเพียโมเดล)มาเป็นต้นแบบขยายผลแก้ปัญหาดินเค็มแบบบูรณาการในพื้นที่ทั้ง 8 จังหวัด เน้นการบริหารจัดการพื้นที่ดินเค็มเชิงรุก เพื่อการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

สำหรับวิธีดำเนินการนั้นมีทั้งการปรับรูปแบบโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบด้วยการจัดรูปแปลงนาลักษณะที่ 1 ให้มีความสม่ำเสมอทั้งแปลง ทำคันนาให้มีขนาดใหญ่ เพื่อกักเก็บน้ำในแปลงนาได้ดีขึ้น อีกทั้งสามารถปลูกไม้เศรษฐกิจทนเค็มบนคันนา เช่น ยูคาลิปตัส กระถินออสเตรเลีย หรือพืชทนเค็ม เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร โดยพืชเหล่านี้จะช่วยดูดซับความเค็มสะสมไว้ที่ต้น เมื่อถึงเวลาที่ตัดต้นไม้ออกไปความเค็มก็จะออกไปด้วย เป็นการลดปริมาณความเค็มในพื้นที่ลงได้ส่วนหนึ่ง พร้อมกันนี้ ยังได้จัดทำระบบชะล้างเกลือร่วมกับทำคันคูเพื่อระบายน้ำ เป็นระบบระบายเกลือแบบคลองเปิด ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เป็นการควบคุมระดับน้ำใต้ดินเค็มทั้งบนผิวดินและใต้ผิวดิน ช่วยลดการแพร่กระจายดินเค็มไปยังพื้นที่อื่น

 

 

นอกจากการปรับโครงสร้างพื้นฐานยังส่งเสริมการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน ช่วยฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ดินเค็มให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ทำการเกษตรได้ผลผลิตที่ดี ต้นทุนลดลง เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 5 ยังได้ทำมาตรการป้องกันการแพร่กระจายดินเค็ม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเกิดดินเค็ม อย่างเช่น พื้นที่เชิงเนินซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ด้วยการร่วมมือกับเกษตรกรและภาคเอกชนในการรณรงค์ปลูกป่าต้นน้ำ ปลูกพืชคลุมดินช่วยดูดซับเกลือไม่ให้แพร่กระจายลงมาสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมได้ในอนาคต

ผลจากการเข้าไปดำเนินการพัฒนาพื้นที่ดินเค็มแบบบูรณาการในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย ของทั้ง 8 จังหวัดภาคอีสานเหนือ ซึ่งเน้นการทำเป็นตัวอย่างโดยคัดเลือกพื้นที่และเกษตรกรสมัครใจเข้าร่วมโครงการมุ่งไปในพื้นที่ที่ประสบปัญหาดินเค็มของแต่ละจังหวัด เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบให้กับเกษตรกรในจังหวัดนั้น โดยพบว่ามีเกษตรกรให้ความสนใจอยากเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น เนื่องจากเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ทั้งด้านคุณสมบัติทางดินที่ดีขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อผลผลิตข้าวซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของพื้นที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนลดลง อีกทั้งเกษตรกรยังมีรายได้เสริมจากการปลูกไม้เศรษฐกิจบนคันนา โดยเฉพาะยูคาลิปตัสทนเค็ม ซึ่งตัดขายได้ประมาณปีที่ 4 ได้ต้นยูคาลิปตัสขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 – 3.0 นิ้ว (ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 16 ตันต่อไร่ รายได้ 1,200 บาทต่อตัน) หรือมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจประมาณ 4,000 บาทต่อไร่ ขณะที่เกษตรกรหลายรายมีการปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผลชนิดต่างๆ ไว้บริโภคในครัวเรือน เหลือก็จำหน่ายสร้างรายได้จุนเจือครอบครัวตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

ยังมีผลประโยชน์ทางอ้อม คือ สภาพแวดล้อมดีขึ้น สภาพภูมิอากาศโดยรวมดีขึ้น มีร่มเงาไม้ ดินดีขึ้น ปัญหาดินเค็มน้อยลง ที่สำคัญคือเกษตรกรมีความตระหนักถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาดินเค็ม สามารถพลิกฟื้นพื้นที่ดินเค็มให้กลับมาปลูกพืชได้ ปัจจุบันมีหลายครอบครัวที่ลูกหลานกลับคืนถิ่นฐานมาช่วยทำการเกษตร ความสุขในครัวเรือนเพิ่มขึ้น มีรายได้และอาชีพที่มั่นคง

Leave a comment