พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในสมัยรัตนโกสินทร์
วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ทรงพระชฎากลีบหรือพระชฎาห้ายอด (เป็นพระชฎาที่โปรดให้สร้างขึ้นใหม่ ภายหลังเรียกว่า พระชฎามหากฐิน)ประทับพระที่นั่่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช วันที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔
หลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑) ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นในปี พ.ศ.๒๓๒๕ แล้ว ในปี พ.ศ.๒๓๒๖ โปรดให้ข้าราชการผู้รู้ครั้งกรุงเก่า (อยุธยา) มีเจ้าพระยาเพชรพิชัยเป็นประธาน ประชุมปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราชและพระราชาคณะผู้ใหญ่ ทำการสอบสวนร่วมกันตรวจสอบตำราว่าด้วยการราชาภิเษกในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร หรือขุนหลวงวัดประดู่แล้วแต่งเรียบเรียงขึ้นไว้เป็นตำรา
เรียกว่า “ตำราราชาภิเษกครั้งกรุงศรีอยุธยาสำหรับหอหลวง” เป็นตำราเกี่ยวกับการราชาภิเษกที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่พบหลักฐานในประเทศไทย เมื่อได้แบบแผนการราชาภิเษกที่สมบูรณ์แล้ว อีกทั้งพระราชมณเฑียรสถานที่สร้างขึ้นใหม่แล้วเสร็จในปี พ.ศ.๒๓๒๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้สมบูรณ์ตามแบบแผนอันได้เคยมีมาแต่เก่าก่อนอีกครั้งหนึ่ง และแบบแผนการราชาภิเษกดังกล่าวได้รับการยึดถือปฏิบัติเป็นแบบอย่างสืบมาเพื่อความเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ มาจนถึง ณ ปัจจุบัน ดังนี้
“รัชกาลที่ ๑” พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒ ครั้ง “ครั้งแรก” พ.ศ.๒๓๒๕ ได้ประดิษฐานพระบรมราชจักรีวงศ์และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบการพระราชพิธีปราบดาภิเษกโดยสังเขป “ครั้งที่ ๒” พ.ศ.๒๓๒๘ เมื่อพระราชมณเฑียรสถานที่สร้างขึ้นใหม่แล้วเสร็จ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอีกครั้งหนึ่งให้สมบูรณ์ตามแบบแผนอันเคยมีมาแต่เก่าก่อน
“รัชกาลที่ ๒” พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๓๕๒“รัชกาลที่ ๓” พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๓๖๗ “รัชกาลที่ ๔”พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๓๙๔
“รัชกาลที่ ๕” พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒ ครั้ง “ครั้งแรก” เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๑๑ เมื่อทรงขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ ขณะมีพระชนมพรรษาเพียง ๑๕ พรรษา ในระยะเวลา ๕ ปีแรกของรัชกาล สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน “ครั้งที่ ๒” เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๑๖ เมื่อทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๒๐ พรรษา ทรงบรรลุพระราชนิติภาวะแล้ว
“รัชกาลที่ ๖” พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒ ครั้ง “ครั้งแรก” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเฉลิมพระราชมณเฑียร เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๓ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์งานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดให้งดการเสด็จฯเลียบพระนครและการรื่นเริง “ครั้งที่ ๒” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๕๔ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง และให้นานาประเทศที่มีสัมพันธ์ทางพระราชไมตรีมาร่วมในงานพระราชพิธี
“รัชกาลที่ ๗” พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๘
“รัชกาลที่ ๘” พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เสด็จสวรรคตก่อนประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
“รัชกาลที่ ๙” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓
หมายเหตุ : ข้อมูลจากหนังสือ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” และ “ประมวลองค์ความรู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระภูษาเศวตภัสตร์ ทรงสะพักขาวขลิบทอง เสด็จประทับมณฑปพระกระยาสนาน สรงพระมุรธาภิเษกสนาน ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชวันที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ทรงพระชฎากลีบหรือพระชฎาห้ายอด (เป็นพระชฎาที่โปรดให้สร้างขึ้นใหม่ ภายหลังเรียกว่า พระชฎามหากฐิน)ประทับพระที่นั่่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช วันที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ประทับพระที่นั่งภัทรบิฐมนังคศิลารัตนสิงหาสน์ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท (ภาพแรก) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับพระที่นั่งบุษบกมาลา เสด็จออกมหาสมาคม ณ มุขเด็จหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าทูลละอองธุลีพระบาท เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล (ภาพสอง)
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระภูษาเศวตพัสตร์ ทรงสะพักขาวขลิบทอง ทรงจุดเทียนสังเวยเทวดากลางหาว ณ พระมณฑปมุรธาภิเษกสนาน ด้านหลังหอพระสุลาลัยพิมานวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๖๘ (ภาพแรก) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับ ณ ตั่งไม้อุทุมพรหุ้มผ้าขาวในมณฑปพระกระยาสนาน (ภาพสอง)
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ประทับพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงรับน้ำอภิเษกของราชบัณฑิต พราหมณ์ผู้ถือพรตพระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระราชาธิบดี ประธานาธิบดีนานาประเทศและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๖๘
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ทรงพระมหาพิชัยมงกุฎ ประทับพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์บนพระแท่นราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระราชาธิบดี ประธานาธิบดี คณะทูตานุทูต และข้าทูลละอองธุลีพระบาท เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องพระโรง พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๖๘
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับพระที่นั่งภัทรบิฐ ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาหม่อมเจ้ารำไพพรรณี พระวรราชชายา ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๖๘ (ภาพแรก) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์ ทรงเจิมพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี (ภาพสอง)
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทางประตูเทเวศร์รักษา ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพิธีจุดเทียนชัย วันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพรรรณี พระบรมราชินี เสด็จออกมุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๖๘
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคเลียบพระนคร
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับพระที่นั่งราชยานพุดตานทอง เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวน พยุหยาตราทางสถลมารคเลียบพระนคร มาทางถนนพระสุเมรุ วันที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๖๘
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม วันที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๖๘
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับพระที่นั่งราชยานถมตะทอง เสด็จพระราชดำเนินจาก ท่าเทียบเรือหน้าวัดอรุณราชวรารามไปยังพระอุโบสถ วันที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๖๘
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินจากพลับพลาเปลื้องเครื่อง ประทับพระที่นั่งราชยานพุดตานทอง หน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ในขบวนเสด็จพยุหยาตราทางสถลมารคเลียบพระนคร ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช วันที่ ๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๕๕
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประทับพระที่นั่งบุษบก ในเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ณ ท่าวัดอรุณราชวราราม วันที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๖๘
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นจากเรือพลับพลาที่ท่าราชวรดิฐ ภายหลังเสด็จพระราชดำเนินกลับจากวัดอรุณราชวราราม ในการเสด็จโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเลียบพระนคร วันที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๖๘
เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งลำทรง โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเลียบพระนคร ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช วันที่ ๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔ (ภาพแรก) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเลียบพระนคร เสด็จขึ้นท่าฉนวน วัดอรุณราชวราราม (ภาพสอง)