‘แอน จักรพงษ์’สุดปลื้ม ข้ามเพศใกล้ถึงฝั่งฝัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/432958

'แอน จักรพงษ์'สุดปลื้ม ข้ามเพศใกล้ถึงฝั่งฝัน

‘แอน จักรพงษ์’สุดปลื้ม ข้ามเพศใกล้ถึงฝั่งฝัน

วันอังคาร ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 15.32 น.

หลังจากที่ “แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ผู้บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด(มหาชน) มหาเศรษฐีสตรีข้ามเพศ อันดับ 1 ของเอเชีย และประธาน มูลนิธิข้ามเพศบันดาลใจLIFT Foundationได้จุดพลุเปิดตัวโครงการ “ข้ามเพศให้ถึงฝั่งฝัน” ประกาศผลักดันกฎหมายรับรองสิทธิหลังการแปลงเพศ “เปลี่ยนเพศ ต้องเปลี่ยนคำนำหน้า” จนกลายเป็นกระแสร้อนแรงไปทั่วประเทศ และได้ไปยื่นหนังสือเพื่อผลักดันร่างพรบ.รับรองสิทธิหลังการแปลงเพศให้กับประธานรัฐสภาเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล”สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “สังคมไทยคิดอย่างไรกับเพศที่ 3”รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,259 กลุ่มตัวอย่างผลปรากฏว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 56.56 เห็นด้วยกับการเปลี่ยนเพศต้องเปลี่ยนคำหน้า เพิ่มขึ้นจากการสำเร็จจากปี 2558 อย่างชัดเจน

จากการสำรวจเมื่อถามถึงการยอมรับของประชาชนกรณีหากมีเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานในองค์กรเป็นเพศที่ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 90.15 ระบุว่า ยอมรับได้ เพราะวัดกันที่ความสามารถและนิสัยใจคอเป็นหลัก ไม่ควรเอาเรื่องเพศมาเป็นปัจจัยในการตัดสิน ถือว่าคนในสังคมทุกคนเหมือนกัน อีกทั้งมีเพื่อนเป็นเพศที่ 3 ที่คอยสร้างความสนุกสนานและเพิ่มสีสันให้กับชีวิต รองลงมา ร้อยละ 7.78 ระบุว่าไม่สามารถยอมรับได้ เพราะ ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว

ด้านการยอมรับของประชาชนกรณีหากมีสมาชิกหรือคนในครอบครัวเป็นเพศที่ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 86.81 ระบุว่า ยอมรับได้ เพราะ ในเมื่อเป็นไปแล้วก็ต้องทำใจยอมรับ ถึงยังไงก็ถือว่าเป็นคนในครอบครัว ไม่สามารถตัดขาดกันได้ เพียงแต่ขอให้เป็นคนดี สามารถดูแลตัวเองได้ก็พอ ครอบครัวก็มีสมาชิกเป็นเพศที่ 3 อยู่เหมือนกัน รองลงมา ร้อยละ 11.44 ระบุว่า ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะ เป็นการฝืนธรรมชาติ ถือเป็นภาพลักษณ์ของครอบครัว ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว และร้อยละ 1.75 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ

และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ ปี 2558 พบว่า ผู้ที่ยอมรับได้ในปี 2562 มีสัดส่วน เพิ่มขึ้น และไม่สามารถยอมรับได้ มีสัดส่วน ลดลง โดยผลการสำรวจ ปี 2558 พบว่า ร้อยละ 79.92 ยอมรับได้ ร้อยละ 16.80 ไม่สามารถยอมรับได้

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อการอนุญาตให้เพศที่ สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าได้ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.49 ระบุว่า เห็นด้วย ขณะที่ ร้อยละ 36.53 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ บางคนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นเพศไหน อาจเกิดความสับสนวุ่นวายตามมา เช่นการตามหาตัวบุคคล การติดต่อเอกสารหน่วยงานต่าง ๆ ควรใช้คำนำหน้าตามเพศสภาพเดิม และร้อยละ 8.98 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ ซึ่งในจำนวนของผู้ที่ระบุว่าเห็นด้วย นั้น ร้อยละ 56.56 ระบุว่า ควรอนุญาตให้เพศที่ กลุ่มที่แปลงเพศแล้วสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าได้ ขณะที่ ร้อยละ 43.44 ระบุว่า ควรอนุญาตให้เพศที่ 3 ทุกกลุ่มสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าได้

เปรียบเทียบกับผลการสำรวจ ปี 2558 พบว่าผู้ที่เห็นด้วยในปี 2562 มีสัดส่วน เพิ่มขึ้น อย่างชัดเจน และไม่เห็นด้วย มีสัดส่วน ลดลง อย่างชัดเจนเช่นกัน โดยผลการสำรวจ ปี 2558 พบว่า ร้อยละ 39.44 ที่เห็นด้วย ร้อยละ 53.20 ไม่เห็นด้วย

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการเพิ่มเพศที่ หรือเพศทางเลือกในการกรอกข้อมูลเอกสารราชการทุกชนิด พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 65.69 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะจะได้เป็นการระบุให้ชัดเจน เป็นการเพิ่มช่องเพศให้ตรงกับเพศที่อยากจะเป็น และง่ายต่อการระบุหรือจัดประเภท รองลงมา ร้อยละ 26.92 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ไม่สามารถแยกแยะเพศสภาพที่แท้จริงได้ อาจเกิดปัญหาตามมา และร้อยละ 7.39 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ

เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ ปี 2558 พบว่า ผู้ที่เห็นด้วยในปี 2562 มีสัดส่วน เพิ่มขึ้น และไม่เห็นด้วย มีสัดส่วน ลดลง โดยผลการสำรวจ ปี 2558 พบว่า ร้อยละ 59.36 เห็นด้วย ร้อยละ 35.12 ไม่เห็นด้วย

งานนี้เล่นเอา “แอน จักรพงษ์” ในฐานะผู้นำในการผลักดันกฎหมายดังกล่าวถึงกับปลื้มใจที่ประชาชนเปิดกว้างให้กับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ และมีความฝันในการปลดแอกสตรีข้ามเพศให้มีสิทธิเท่าเทียมหลังการแปลงเพศใกล้จะเป็นจริงขึ้นมาทุกทีและนอกจากจะผลักดันกฎหมายดังกล่าวแล้ว ในส่วนของมูลนิธิข้ามเพศบันดาลใจที่แอน จักรพงษ์เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นนั้น ก็ยังส่งเสริมด้านการศึกษาบุคคลข้ามเพศเพื่อให้พัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จในชีวิตและเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีให้กับสังคม โดยประกาศมอบทุนการศึกษาให้กับบุคคลข้ามเพศ

“ในส่วนของขั้นตอนทางด้านกฎหมายเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เราได้มีการยื่นพรบ.ร่างกฎหมายรับรองสิทธิหลังแปลงเพศต่อประธานสภาเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็จะเตรียมล่ารายชื่อผู้ที่เห็นด้วยจำนวน 1 หมื่นรายชื่อเพื่อมอบให้กับประธานสภาได้พิจารณาต่อไป ซึ่งจากการสำรวจของโพลที่ออกมาแบบนี้ทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจ วันนี้ประเทศไทยจะต้องรองรับสิทธิ์หลังการแปลงเพศได้แล้ว แต่สูติบัตรห้ามเปลี่ยนและข้ามเพศทุกคนคะอย่าแอ๊บเป็นผู้หญิงค่ะ พูดได้ชัดเจนเลย ฉันเป็นคนข้ามเพศ เราไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด วันนี้สิ่งที่เราคุยกันคือการที่ร่างกายจิตใจและเอกสารทางกฎหมายมันเป็นสิ่งที่ต้องจูนเข้าหากันหมด มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่อย่างนั้นมันมีผลกับการใช้ชีวิตและการทำงาน การเดินทางไปต่างประเทศ การแต่งงาน การมีลูก การรับรองบุตร ตลอดจนการทำธุรกรรมทางกฎหมายที่ไม่สามารถทำได้ วันนี้ต้องให้เกียรติ ต้องให้สิทธิความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน”

“ในฐานะที่เป็นบุคคลข้ามเพศ กว่าจะมีวันนี้ได้แอนผ่านอะไรมาหลายอย่างทั้งการดูถูกเหยียดหยาม กว่าจะประสบความสำเร็จได้จนกลายเป็นสตรีข้ามเพศพันล้านอันดับ 1 ของเอเชีย แอนต้องผ่านอะไรมามากมาย สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ประสบความสำเร็จคือการศึกษาการที่เรามีความรู้ แอนอยากให้บุคคลข้ามเพศได้มีความรู้และนำไปใช้ในการพัฒนาตัวเองให้เราอยู่บนสังคมอย่างมีคุณค่า โดยมูลนิธิข้ามเพศบันดาลใจที่แอนก่อตั้งขึ้น ได้มอบทุนการศึกษาให้กับบุคคลข้ามเพศ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.liftfoundation.or.th ของมูลนิธิได้เลยค่ะ”

Leave a comment