ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/412436

60 ปี ผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา มิติใหม่แห่งการมองเห็น
แผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วย คณะแพทย์
เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาให้กับผู้ป่วยคนไทยได้สำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการให้บริการปลูกถ่ายกระจกตาและการใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคกระจกตา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดงานเสวนา “60 ปี ผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา มิติใหม่แห่งการมองเห็น” เพื่อให้ผู้ป่วยและประชาชนทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจและทราบแนวทางการรักษาเกี่ยวกับโรคกระจกตาพิการ และการผ่าตัดด้วยวิธีที่ดีที่สุดตรงตามมาตรฐานสากลด้วยเทคโนโลยีใหม่ โดยมี แผน วรรณเมธี
เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดงาน ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 13 โซน B อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
รศ.พญ.วิลาวัณย์ พวงศรีเจริญหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการให้บริการปลูกถ่ายกระจกตาและการใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคกระจกตาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ศูนย์ฯ ได้ให้บริการรักษาผู้ป่วยโรคกระจกตาอย่างครบวงจร โดยได้ผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตารวมไปถึงการเพาะสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตาได้เป็นแห่งแรกของประเทศ และนำไปให้กับผู้ป่วยโรคผิวดวงตาปลูกถ่าย หรือผู้ป่วยพร่องสเต็มเซลล์ ตามลำดับ
.jpg)
นับตั้งแต่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สามารถผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาให้กับผู้ป่วยสำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2502 ตลอดเวลา 60 ปี ที่ผ่านมา เทคโนโลยีการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ จนปัจจุบันสามารถเลือกเปลี่ยนกระจกตาเฉพาะชั้นที่มีปัญหาโดยยังเก็บชั้นที่ดีเอาไว้ได้ วิธีนี้มีข้อดีก็คือ สามารถเปลี่ยนเอาชั้นกระจกตาเฉพาะส่วนที่เป็นโรคออก เช่นเปลี่ยนเฉพาะกระจกตาชั้นใน ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลงมาก การมองเห็นของผู้ป่วยจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยให้การใช้กระจกตาที่ได้รับบริจาคมาเกิดประโยชน์มากขึ้น เพราะกระจกตา1 ดวง สามารถนำไปแยกเป็นชั้นต่างๆ และนำไปผ่าตัดให้กับผู้ป่วยได้มากกว่า 1 คน ทำให้กระจกตาบริจาคที่ขาดแคลนอยู่นั้นมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าภาคภูมิใจคือ เรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสเต็มเซลล์ ซึ่งศูนย์ฯ สามารถเพาะ สเต็มเซลล์ได้เป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยทำได้ทั้งวิธีการนำสเต็มเซลล์ในดวงตาอีกข้างที่ยังดีอยู่ของผู้ป่วยเองออกมาเพาะ หรือเพาะสเต็มเซลล์จากดวงตาที่ได้รับบริจาคมา จนถึงการนำเอาเซลล์บุผิวในช่องปากของผู้ป่วยเองมาเพาะและปลูกถ่ายรักษาโรคให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวกระจกตาจากภาวะขาดสเต็มเซลล์ได้อีกด้วย ซึ่งทั้ง 3 วิธีดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัดนำโดย ผศ.ดร.นพ.นิพัญจน์ อิศรเสนาณ อยุธยา หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
.jpg)
นอกจากนี้ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการให้บริการปลูกถ่ายกระจกตาและการใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคกระจกตา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ยังได้วางแผนที่จะติดตามผลการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่โรงพยาบาล ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลจังหวัดในรูปแบบต่างๆ เช่น การประชุมทางไกล (Teleconference)การให้คำปรึกษาผ่านทางออนไลน์ เป็นต้น
ปัจจุบันศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการให้บริการปลูกถ่ายกระจกตาและการใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคกระจกตา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และหน่วยกระจกตา ฝ่ายจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับให้บริการ ได้แก่ การนำเลเซอร์ชนิด Femtosecond มาใช้ผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา, การพัฒนาการผ่าตัดกระจกตาบางชั้นโดยใช้เทคโนโลยี DALK DSAEK และ DMEK, การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของกระจกตาให้กับผู้ป่วยโรคผิวดวงตา, การฉายรังสียูวีที่กระจกตาเพื่อเสริมความแข็งแรงในโรคกระจกตาโก่ง และการผ่าตัดใช้วงแหวนแก้ไขโรคกระจกตาโก่ง
ปัจจุบันศูนย์ฯ มีการตรวจผู้ป่วยกว่า 300 รายต่อเดือน ผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตากว่า 120 รายต่อปี และทำการวิจัยการรักษาด้วยการใช้สเต็มเซลล์ภายใต้ทุนวิจัยแผ่นดินและทุนสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกว่า 30 รายต่อปี