ครูรัก-ศรัทธา ผู้กำกับชื่อดังเผย ชีวิตเคยเป็นโรคซึมเศร้า กลับสู่ชีวิตปกติได้เพราะเด็กไร้โอกาส!! กับการตั้งคณะละครจิตอาสา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/433769

ครูรัก-ศรัทธา ผู้กำกับชื่อดังเผย ชีวิตเคยเป็นโรคซึมเศร้า กลับสู่ชีวิตปกติได้เพราะเด็กไร้โอกาส!! กับการตั้งคณะละครจิตอาสา

ครูรัก-ศรัทธา ผู้กำกับชื่อดังเผย ชีวิตเคยเป็นโรคซึมเศร้า กลับสู่ชีวิตปกติได้เพราะเด็กไร้โอกาส!! กับการตั้งคณะละครจิตอาสา

วันเสาร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หากยังจำกันได้ เมื่อประมาณปลายปี 2561 ครูรัก-ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ ผู้กำกับอารมณ์ดีแห่งวงการบันเทิง เคยมีข่าวว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เนื่องจากพบกับปัญหาหลายสิ่งเข้ามาในชีวิตพร้อมๆ กัน ซึ่งครั้งนั้น ทำให้ ครูรัก ของเราจากคนที่เคยสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้าง กลับกลายเป็นคนที่ไม่มีรอยยิ้มและมองตัวเองไม่มีค่า จนถึงขนาดเคยคิดฆ่าตัวตาย แต่แน่นอน ด้วยจิตใจที่ยังเข้มแข็ง บวกกับคนที่มองโลกกว้าง และรู้จักคำว่าให้ มาตลอด ทำให้ครูรัก รู้จักกับเด็กไร้โอกาส มูลนิธิบ้านพระพร-คริสเตียนเรือนจำพันธกิจและเด็กไร้โอกาสกลุ่มนี้ คือ คนที่คืนชีวิตปกติให้ครูรักของเรากลับมาสร้างความสุขและเห็นคุณค่าในตนเองอีกครั้งจนเกิดคณะละครจิตอาสาในชื่อ “คณะละครนกกระจิบของพ่อ”

จุดเริ่มต้นของการทำคณะละคร

จิตอาสา คืออะไร?

เปิดคำถามแรกแบบตรงไหนตรงมากับ ครูรัก-ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ จนได้คำตอบว่า จุดเริ่มต้นของการทำคณะละครจิตอาสาคือครูรักได้นำเงินไปบริจาคที่มูลนิธิบ้านพระพรซึ่งเป็นมูลนิธิเลี้ยงดูเด็กที่เกิดจากแม่ซึ่งถูกจำขังในเรือนจำ โดยมูลนิธิแห่งนี้ได้ดูแลเด็กกลุ่มนี้เป็นอย่างดี ทั้งการศึกษา ความเป็นอยู่ และจากที่ตนเองไปสัมผัส พบว่า เด็กกลุ่มนี้ยังขาดความรัก ความผูกพัน และพวกเค้าจะรอคอยให้ทุกคนกลับมาหา

“เด็กบ้านพระพร แม้จะได้รับการดูแลอย่างดี แต่ลึกๆ เราสัมผัสได้ว่าพวกเค้ารู้สึกว่าตนเองไม่เคยได้รับความรักเต็มที่ เพราะเวลาเราไปหาเด็กเหล่านี้มักจะถามว่า เมื่อไรจะมาอีกและคำว่าเมื่อไรจะมาอีก จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เราคิดว่า ถ้ามาที่นี่จะมาทำอะไรทุกอาทิตย์ เพราะถ้าให้นำเงินหรือซื้อขนม ซื้อของมาแจก เราก็คงไม่มีกำลังทรัพย์พอขนาดนั้น จึงเกิดไอเดียในการนำความสามารถและสิ่งที่เรามีอยู่ในตัวเอง คือ การแสดง มาตั้งคณะละครจิตอาสา โดยประกาศหาคนร่วมคณะละครผ่านทางโซเชียลมีเดีย”

หลังจากประกาศหาทีมทำคณะละครอาสาก็มีคนสมัครเข้ามาจำนวนมากทั้งคนในวงการบันเทิง, ลูกศิษย์บ้าน AF, ผู้ปกครอง และเพื่อนๆ ในโซเชียล ครูรักเองบอกต่อว่าเมื่อทุกคนเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตนเองทำ มันทำให้เรามีกำลังใจดี โดยละครเรื่องแรกที่เราไปแสดงให้เด็กในบ้านพระพรรับชม คือเรื่องเด็กเลี้ยงแกะ โดยทุกคนในคณะละครตั้งใจซ้อมกันมาก ส่วนตนเอง เขียนบท แต่งเพลง เพื่อให้เด็กๆบ้านพระพร เค้ามีความสุข และได้ข้อคิดดีๆ แฝงไปด้วยเมื่อชมละครเวทีจบ

ทำไมต้องชื่อว่า ‘คณะละครนกกระจิบของพ่อ’

ครูรักบอกว่าคำว่า “นกกระจิบ” คือ นกตัวเล็กๆ ที่สร้างรังแต่พอตัว แต่ถ้านกมันมาอยู่รวมกันหลายตัวก็กลายเป็นรังที่ใหญ่ขึ้นมาได้ ซึ่งก็เหมือนกับ คณะละครตนเอง ที่ตนเองและทุกคน เป็นกลุ่มเล็กๆ ในสังคม ที่เมื่อมารวมตัวกันเพื่อสร้างสิ่งดีๆ ที่เชื่อว่าจะต่อยอดให้เกิดประโยชน์อันยิ่งใหญ่ได้ ส่วนคำว่า “ของพ่อ” มาจากที่ตนเองต้องการระลึกถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เคยให้แนวทางของการทำความดี จิตอาสา และความพอเพียง ดังนั้น คำว่านกกระจิบของพ่อ คือ การรวมตัวพลังเล็กๆ เพื่อสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมตามความถนัดของตนเองโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองนั่นเอง

คิดว่าคณะละครนกกระจิบของพ่อ

ให้อะไรกับผู้ให้ และผู้รับบ้าง?

คำถามนี้ ครูรัก ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า การทำคณะละครอาสานี้ แน่นอนว่า ผู้ให้ จะได้รับความสุขของการเป็นผู้ให้ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มาร่วมแสดงละคร พวกเค้าจะรู้จักการมีน้ำใจ ที่สำคัญมองเห็นค่าของคนที่ขาดโอกาสกว่าตนเอง และยังได้พัฒนาศักยภาพความสามารถด้านการแสดงควบคู่ไปด้วยในขณะเดียวกันด้านเด็กในบ้านพระพร หรือเด็กในมูลนิธิที่ตนเองไปแสดง ในฐานะผู้รับ พวกเค้าได้รับความสุข ความรัก และทำให้เกิดรอยยิ้ม ที่สำคัญพวกเค้ามีความหวังในการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในสังคม”

หากพูดว่า เด็กไร้โอกาส เป็นวัคซีนให้ครูรักหายจากโรคซึมเศร้าได้หรือไม่?

ครูรัก บอกว่า “หากจะพูดแบบนั้นก็ได้ เพราะเมื่อตนเองได้มาทำคณะละครนกกระจิบของพ่อ ที่แม้ใน 1 เดือน จะแสดงเพียงแค่ 2 ครั้ง คือ ที่บ้านพระพร และบ้านทานตะวัน ทำให้ตนเองได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะการเห็นรอยยิ้ม และความหวังของเด็กที่รอคอยตนเองและกลุ่มคณะละคร ที่สำคัญ ตนเองเชื่อว่าเด็กในมูลนิธิมองว่า พวกเราคือ เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นไอดอลและแรงบันดาลใจให้พวกเค้า ดังนั้นการใช้ศิลปะจึงถือเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการกล่อมเกลาจิตใจเด็กไร้โอกาส ที่จะเติบโตไปสู่สังคมข้างหน้า

ทั้งนี้ ครูรัก ได้บอกทิ้งท้ายว่า ตอนนี้แม้ตนเองจะหายหน้าหายตาไปจากหน้าจอบ้าง แต่ยังมีผลงานกำกับการแสดงละครเวที “สูตรเสน่หา เดอะมิวสิคัล” นำแสดงโดย เชียร์-ฑิฆัมพร และ เก้ง-เขมวัฒน์ พร้อมเปิดม่านการแสดงในวันที่ 27 กันยายนนี้ และเร็วๆ นี้ จะมีผลงานละครมาให้แฟนๆ ได้ชม แต่สุดท้ายสำหรับคณะละครนกกระจิบของพ่อ คุณรักได้บอกว่า “ต่อให้ผมตายไปแต่อย่าให้คณะละครนี้ตายไปนะ”

Leave a comment