ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/444166

คิกออฟโครงการพัฒนาโคนมไทย เพิ่มทางเลือกสร้างรายได้ให้เกษตรกร
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวหลังเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาโคนมไทยภายใต้กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเลี้ยงสัตว์ เป็นทางเลือกให้เกษตรกรอ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า กระทรวงเกษตรฯมีนโยบายส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรอยู่ดี กินดี ยึดหลัก “ตลาดนำการผลิต” ทำให้ราคาสินค้าแน่นอน แข่งขันเปิดเสรีทางการค้าได้ ทำให้อาชีพการเลี้ยงปศุสัตว์มั่นคง เกิดการรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ให้เข้มแข็งประกอบอาชีพให้มั่นคงมีอำนาจต่อรองทางการตลาดได้
จากข้อมูลของกรมปศุสัตว์ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั้งประเทศมี 18,301 ราย โคนม 661,741 ตัว สำหรับจ.ประจวบคีรีขันธ์มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม 958 ราย โคนม 35,774 ตัว ปริมาณน้ำนมดิบ 195 ตัน/วัน และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ 10,612 ราย โคเนื้อ 134,460 ตัว จากจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของจ.ประจวบฯ ทำให้มั่นใจว่า ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนหนึ่งมีรายได้หลักการประกอบอาชีพปศุสัตว์ จึงขอให้ใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ จากฐานเรียนรู้ทั้ง 5 ฐานที่จัดเตรียมไว้ และประเมินศักยภาพว่าอาชีพใดเหมาะสมเป็นอาชีพใหม่หรืออาชีพเสริม ปรับเปลี่ยนอาชีพให้เหมาะกับตนเอง หรือนำไปปรับปรุงอาชีพที่ทำอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น
ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโตอธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า โครงการส่งเสริมและพัฒนาโคนมไทย กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรที่สนใจเลี้ยงโคนมและปศุสัตว์ชนิดอื่น เช่น โคขุน แพะเนื้อ เป็นอาชีพทางเลือกในการเพิ่มรายได้ และแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โคเนื้อ แพะเนื้อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรทั่วไปจากทุกอำเภอของจ.ประจวบฯ 1,000 คนเข้ามาศึกษาสร้างความรู้ความเข้าใจ ผ่านฐานการเรียนรู้ 5 ฐานตามลำดับ ดังนี้ ฐานเรียนรู้ที่ 1 การจัดการฟาร์ม ฐานที่ 2 การปรับปรุงพันธุ์ และพันธุ์สัตว์ที่ตลาดต้องการ ฐานที่ 3 เรื่อง การจัดการอาหารสัตว์และพืชอาหารสัตว์ที่สำคัญ ฐานที่ 4 เรื่องการจัดการสุขภาพ มาตรฐานฟาร์ม และการเคลื่อนย้ายสัตว์ และฐานเรียนรู้ที่ 5 เรื่องการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ผลิตภัณฑ์และการตลาด เพื่อเป็นแนวทางการเลือกอาชีพมั่นคง เกิดการรวมของเครือข่ายอาชีพเลี้ยงสัตว์ สร้างความเข้มแข็งเกษตรกรอย่างยั่งยืนต่อไป