รายงานพิเศษ : เมื่อเกษตรกร-ภาคเกษตรเป็นผู้ร้าย …ทำให้แผ่นดินไทยอาบด้วยสารพิษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/444169

รายงานพิเศษ : เมื่อเกษตรกร-ภาคเกษตรเป็นผู้ร้าย …ทำให้แผ่นดินไทยอาบด้วยสารพิษ

วันอังคาร ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ภายหลังการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้นำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณ ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ท่ามกลางภารกิจที่สำคัญ ที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การช่วยเหลือประชาชน พี่น้องเกษตรกร ที่ประสบกับภัยแล้ง และตามมาด้วยอุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบทุกจังหวัด ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ที่รัฐมนตรีของทุกกระทรวงต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาเพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน กระทบกับประชาชนทุกภาคส่วนของประเทศ

แต่ในสภาวะวิกฤติอย่างนี้กลับปรากฏว่า รัฐมนตรีบางกระทรวงและบางพรรคกลับไปให้ความสำคัญกับเรื่องของการแบนสารเคมี 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซตคลอร์ไพรีฟอส และต้องดำเนินการโดยทันที โดยการสร้างนวัตกรรม เช่น แผ่นดินไทยอาบด้วยสารพิษ จะปล่อยให้มีคนตายทุกวันได้อย่างไร หรือรัฐมนตรีบางคนบุกไปถึงหน่วยงานที่ตัวเองรับผิดชอบ ทวงขอข้อมูลสต๊อกสารเคมี และยังไปตรวจสอบถึงโกดังที่เก็บสารเคมีที่นำเข้าของบริษัทต่างๆรวมทั้ง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 ที่ผ่านมาก็ให้สัมภาษณ์แทบทุกวัน ว่าต้องแบนสารทั้ง 3 ชนิดนี้โดยทันทีโดยอ้างว่าเป็นมติของที่ประชุม ซึ่งสื่อมวลชนได้มีการเสนอข่าว โดยโพสต์คำพูดของบุคคลเหล่านี้ โดยเฉพาะThai PBS ซึ่งเป็นโทรทัศน์ที่จัดตั้งขึ้นมาใช้ภาษีอากรของประชาชน รวมทั้ง เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นหนังสือต่อท่านนายกรัฐมนตรี ขอให้แบนสาร 3 ชนิดนี้ทันที (ท่านถามชาวสวนยางพารา สวนปาล์ม สวนไม้ผลในแถวบ้านท่านบ้างหรือยัง)เสมือนว่าถ้าไม่ดำเนินการทันทีประเทศไทยจะต้องล่มสลายแน่นอน

จากสิ่งที่เสนาบดีของกระทรวงที่สำคัญ สส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน สื่อมวลชน นักวิชาการสายกระทรวงสาธารณสุข และ NGOs ต่างก็ออกมาให้มีการแบนสารทั้ง3 ชนิด โดยอ้างว่าเป็นพิษร้ายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน “แผ่นดินไทยอาบด้วยสารพิษ” ข่าวที่ตอกย้ำออกมาทุกวันจากกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เสมือนว่าเกษตรกรไทยกลายเป็นผู้ร้าย ภาคเกษตรไทยทำให้แผ่นดินไทยอาบด้วยสารพิษโดยที่เกษตรกรผู้ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงไม่เคยมีโอกาสที่จะออกมาพูดให้ข้อมูล หรือช่องทางที่จะสื่อสารข้อเท็จจริงออกไปสู่สังคม เพราะกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหวเหล่านี้มองว่า เกษตรกรเป็นผู้ไม่รู้ เป็นผู้ไม่ตื่นเป็นผู้รับผลประโยชน์จากบริษัท ช่องทางสื่อสารของเกษตรกรยังถูกปิดกั้น ไม่ว่าจะเป็น โดยหน่วยงานภาครัฐ สื่อมวลชน หรือแม้แต่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จำนวน 39 คน ไม่มีใครที่มาจากเกษตรกรหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกสารเคมีทั้ง3 ชนิด แต่กลับมีผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุขBIOTHAI เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thia-PAN)ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องนี้มาโดยตลอดในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แม้แต่ สส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และส่วนใหญ่เป็น สส.ต่างจังหวัดกับไม่เห็นหัวและความสำคัญของเกษตรกร ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ที่เลือกตั้ง สส.เหล่านี้เข้ามา ที่ควรจะเสนอ ให้มีผู้แทนเกษตรกรเข้ามาอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วยแม้แต่คนเดียว

ดังนั้น เครือข่ายเกษตรกรไทยจะเริ่มตีแผ่ความจริงของกระบวนการที่มองเกษตรกร และภาคเกษตรไทยเป็นผู้ร้าย “แผ่นดินของประเทศไทย อาบด้วยสารพิษ” “ภาคเกษตรไทย ไร้ประสิทธิภาพ ผลผลิตคุณภาพต่ำ ต้นทุนสูง”“ผลผลิตมีสารตกค้าง เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค” “หยุดสารเคมี เกษตรสารพิษ ฆ่าทุกชีวิตที่เกี่ยวข้อง เปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ ใช้การผลิตอินทรีย์” หรือ “ยาฆ่าแมลงปนเปื้อนในผัก หนึ่งในสารก่อมะเร็ง ซึ่งมีผู้เสียชีวิตปีละ 45,000 คน”อันเป็นที่มาของการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ตามคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุข ที่ 2383/2559 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ซึ่งที่ปรึกษาของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ผู้แทนจากองค์กร NGOs เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thia-PAN) เป็นเลขานุการร่วม โดยกรรมการทั้งหมด 21 คน ประกอบด้วยบุคลากรของ สธ. เป็นส่วนใหญ่ และมีผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพียง 2 คน แต่ไม่มีผู้แทนเกษตรกร และภาคเอกชนเลย แม้แต่คนเดียว และจากคณะกรรมการชุดนี้จึงเป็นที่มาของการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด คือพาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพรีฟอส ดังจะได้นำมาเสนอเป็นลำดับในโอกาสต่อไป

เครือข่ายเกษตรกรไทย

Leave a comment