ส่องเกษตร : สุดท้ายต้องอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/444456

449007

ส่องเกษตร : สุดท้ายต้องอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

วันพุธ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ท่ามกลางสังคมที่ซับซ้อนและสับสน ข้อมูล ข่าวสารไหลเข้ามาจากทุกทาง สร้างการรับรู้หลายรูปแบบ หลายลักษณะยิ่งถ้าเป็นข่าวที่สร้างความตระหนก ตื่นกลัว ยิ่งง่ายต่อการกระจายข่าวออกไป อย่างไร้ขีดจำกัด และผู้รับสารเหล่านี้ มักจะขาดวิจารณญาณในการรับข่าวสาร ทำให้ข่าวลวง ข่าวหลอก ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว

ภาคการเกษตรนับว่าเป็นภาคการผลิตที่มุ่งผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงประชากรโลก โดยเฉพาะตำแหน่งของประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในเขตศูนย์สูตร ภูมิอากาศจึงเป็นแบบร้อนชื้น มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นชนิดของพืช สัตว์ จุลินทรีย์ ตลอดจนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในบางครั้งที่เมื่อเราเร่งผลิตพืชบางชนิด เพื่อต้องการผลผลิตนำมาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้การเร่งการออกดอกติดผล เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ทำให้ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตชของพืชเหล่านั้น และส่งผลต่อความอ่อนแอในการต่อสู้กับศัตรูธรรมชาติต่างๆ พร้อมกันไปด้วย ในบางครั้งที่ธรรมชาติขาดความสมดุล จึงมักจะเกิดการระบาดของโรคแมลงศัตรูพืชอย่างรุนแรงอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อโรคแมลงศัตรูพืชระบาด มนุษย์ซึ่งต้องการผลผลิตจากพืชเหล่านั้น จึงต้องปกป้องพืชที่ต้องเผชิญกับการทำลายของโรคแมลงด้วยวิธีการต่างๆ หากพื้นที่ไม่มากอาจใช้การไล่ การจับทำลาย หรือกำจัดต้นพืชที่ถูกโรคแมลงทำลายทิ้งไป เหลือไว้เท่าที่สามารถอยู่รอดให้ผลผลิตได้ แต่หากพื้นที่การผลิตมากขึ้น ความต้องการผลผลิตจากพืชมาบริโภคมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากประชากรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น จึงมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ได้มาจากการวิจัยและพัฒนาอย่างยาวนาน หนึ่งในนั้นคือ สารเคมีทางการเกษตร ด้วยเป้าหมายที่ต้องการกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชได้เด็ดขาด รวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และคุ้มค่าต่อการนำไปใช้ สารเคมีในทางการเกษตร จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมและมีการใช้อย่างกว้างขวาง

สารเคมีทางการเกษตรเหล่านี้ ไม่ใช่จะใช้กำจัดศัตรูพืชเพียงอย่างเดียว ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกด้วย โดยเฉพาะมนุษย์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคด้วย ตลอดจนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบจากการใช้สารเคมีในระบบการผลิตทั้งพืชและสัตว์ด้วยและหากไม่ใช้สารเคมีทางการเกษตร แล้วใช้วิธีการอื่นๆ ทดแทน ก็สามารถทำได้ แต่ต้องพิจารณาผลกระทบ ต้นทุน ผลตอบแทน ให้ชัดเจน

การใช้สารเคมีทางการเกษตร มีโอกาสที่สารเคมีเหล่านี้จะตกค้างอยู่ในผลผลิตหรือสิ่งแวดล้อม หรืออาจสะสมในห่วงโซ่การผลิตได้เช่นกัน โดยเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกันแต่สาเหตุที่สำคัญคือการใช้ผิดประเภท ผิดเวลา ผิดวิธี ผิดอัตรา นั่นหมายถึงผู้ใช้สารเคมีทางการเกษตรไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผลกระทบจึงส่งถึงสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภคโดยตรง รวมถึงตัวของผู้ผลิตเองก็ไม่รอดจากผลกระทบเหล่านี้

ดังนั้น จะเห็นได้ถึงความจำเป็นทั้งสองด้าน ทั้งความจำเป็นที่ต้องใช้สารเคมีเข้ามาในระบบการผลิต แต่ในขณะเดียวกันก็เห็นความจำเป็นที่ต้องดูแลผู้นำผลผลิตเหล่านั้นไปบริโภค ทุกฝ่ายต้องพึ่งพาอาศัยกัน ถ้าทุกคนเห็นความจำเป็น มีความรับผิดชอบ ต่อทั้งตนเองและสังคม ปัญหาจะบรรเทาลงไปได้ ไม่ต้องปล่อยข่าว สร้างข่าว ทำลายล้างซึ่งกันและกัน โดยส่วนตัวผมเห็นด้วยกับบทความของ ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ประเด็นที่ว่า หากไม่ใช้สารเคมีเลยจะได้ไหม เปลี่ยนโลก เปลี่ยนประเทศ ให้ทำการเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมีอันตรายไปเลย จะได้ปลอดภัยไร้กังวล เรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการปนเปื้อนในวัตถุดิบที่จะนำมาประกอบอาหารเพื่อบริโภค แต่คำถามที่คนเขาคิดและหาคำตอบกันคือ แล้วเกษตรปลอดสารเคมี จะเลี้ยงคงทั้งโลกได้จริงไหม

ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ามีความจำเป็นทั้ง 2 ด้าน หรือทุกด้านที่เกี่ยวข้อง จะต้องทำให้ผู้คนในสังคมต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ เกิดผลดีกับทุกฝ่าย คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก โดยไม่มีประโยชน์ส่วนตน กลุ่มผลประโยชน์แอบแฝง เป็นเป้าหมายหลักของการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด หรือจะมีผมเองก็ไม่อาจจะทราบได้

สมชาย ชาญณรงค์กุล

Leave a comment