M-Bone วัสดุทดแทนกระดูกมนุษย์ ผลงานนักวิจัยไทยสู่การผลิตใช้จริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/414702

M-Bone วัสดุทดแทนกระดูกมนุษย์ ผลงานนักวิจัยไทยสู่การผลิตใช้จริง

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีลงนามในสัญญาอนุญาตให้สิทธิใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย “วัสดุทดแทนกระดูกสำหรับปลูกถ่ายในร่างกายมนุษย์” ให้กับ บริษัท ออส ไฮดรอกซี จำกัด ในการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีและผลิตวัสดุทดแทนกระดูกสำหรับปลูกถ่ายในร่างกายมนุษย์ หรือ “เอ็ม-โบน” (M-Bone) สร้างมิติใหม่ให้กับวงการสาธารณสุขไทย ภายหลังจากนักวิจัยไทยสามารถวิจัยและพัฒนาวัสดุทางการแพทย์ชนิดแรกของไทยที่ได้มาตรฐานระดับสากล

ทั้งนี้ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุลผู้อำนวยการ สวทช., ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาอาวุโส สวทช. นางสาวมนันญา พนอพัฒนาชัย กรรมการผู้จัดการ และเภสัชกรสุรศักดิ์ นันทวิริยกุล ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท ออส ไฮดรอกซีจำกัด, รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.ปฐวี คงขุนเทียน ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางทันตกรรมรากเทียมคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมในพิธีลงนาม

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุลผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. ให้การสนับสนุนและพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและพัฒนาด้านนวัตกรรมการแพทย์ชั้นสูงเพื่อต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์ ด้วยการอนุญาตให้สิทธิใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย “วัสดุทดแทนกระดูกสำหรับปลูกถ่ายในร่างกายมนุษย์” (M-Bone) ให้กับบริษัท ออส ไฮดรอกซี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการแพทย์ เพื่อผลิตและจำหน่ายมีระยะเวลา 5 ปี ซึ่งผลงานวิจัย M-Bone นี้ เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มีความปลอดภัย ได้การรับรองโรงงานผลิตต้นแบบเครื่องมือแพทย์ที่ได้มาตรฐาน กำหนดขอบข่ายของระบบการบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐาน International Standard: ISO 13485:2016 โดยครอบคลุมกระบวนการวิจัยและพัฒนา และการผลิตต้นแบบเชิงอุตสาหกรรม วัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับการทดสอบทางคลินิก ถือเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลให้เกิดการขับเคลื่อนและบูรณาการความร่วมมือ ส่งเสริม ผลักดันเทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืน

เภสัชกรสุรศักดิ์ นันทวิริยกุล ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท ออส ไฮดรอกซี จำกัด ในฐานะผู้รับอนุญาตสิทธิฯในผลงานวิจัยเพื่อนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัทมีความประสงค์ในการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์แคลเซียมฟอสเฟตเซรามิกสังเคราะห์จาก สวทช. เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์วัสดุทดแทนกระดูกสำหรับปลูกถ่ายในร่างกายมนุษย์ หรือ M-Bone ซึ่งในปีแรกนี้ทีมวิจัย สวทช. เป็นผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีและผลิตสินค้าต้นแบบจำนวนหนึ่งที่สามารถนำไปใช้ได้จริง จากสถานที่ผลิตในห้องปฏิบัติการของ สวทช. ที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิต ISO 13485 เพื่อให้บริษัทนำมาทดสอบตลาดฯ ทั้งนี้ ทางบริษัทได้มีแผนการลงทุนในการสร้างโรงงานผลิตวัสดุทดแทนกระดูก ในปีพ.ศ.2563 เพื่อให้เพียงพอต่อการผลิตและจำหน่ายในอนาคต และพัฒนาธุรกิจให้สามารถแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศได้วัสดุทดแทนกระดูกสำหรับปลูกถ่ายในร่างกายมนุษย์ หรือ M-Bone มีจุดเด่นคือ เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มีความปลอดภัย สำหรับการนำไปใช้งานเป็นวัสดุทดแทนกระดูกสำหรับปลูกถ่ายในร่างกายมนุษย์ มีส่วนประกอบหลักคือ ไฮดรอกซีอาปาไทต์ และ ไตรแคลเซียมฟอสเฟต ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกธรรมชาติของมนุษย์ที่สามารถเหนี่ยวนำการเจริญเติบโตของเซลล์กระดูกโดยเฉพาะบริเวณที่มีการปลูกถ่ายหรือทดแทนเกิดขึ้น เนื่องจากรูพรุนที่มีลักษณะต่อเนื่องถึงกันและมีความพรุนตัวที่ประมาณร้อยละ 80 ส่งผลให้ผิวของวัสดุมีความหยาบเพียงพอต่อเซลล์กระดูกให้สามารถเกาะยึดและเข้าไปเจริญเติบโตในรูพรุนของวัสดุได้ดีในระยะเวลาเพียง 16 สัปดาห์ นอกจากนี้ สวทช. ยังได้ขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการเป็นสถานที่ผลิตเครื่องมือแพทย์กับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว โดยการดำเนินการผลิตและส่งมอบตามข้อตกลงการอนุญาตสิทธิฯ ทั้งชนิด จำนวน และขนาด ผู้รับอนุญาตจะดำเนินการผลิตและส่งมอบตามแผนการใช้งานต้นแบบให้ทั้งหมดไม่เกิน 1,000 ชิ้น ภายในระยะเวลา 1 ปี โดยต้นแบบที่ผลิตขึ้นผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อเรียบร้อยและพร้อมใช้ทางการแพทย์กับคนไข้ได้ทันที

ด้าน รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.ปฐวี คงขุนเทียน ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางทันตกรรมรากเทียม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า M-Bone จัดอยู่ในกระดูกที่สังเคราะห์ขึ้นในห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ กระดูกดังกล่าวมีข้อได้เปรียบในกรณีที่ผู้ป่วยมีความกังวลในเรื่องการใช้วัสดุจากบุคคลอื่น หรือสัตว์ ตลอดจนแพทย์สามารถใช้ได้อย่างมั่นใจว่าจะไม่มีการส่งถ่ายเชื้อโรคหรือไวรัสไปหาผู้ป่วย เนื่องจาก M-Bone ได้ผ่านการวิจัยทดสอบและพัฒนาตามมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ชนิดฝังใน ISO 13485 ที่ได้รับการรับรองจาก TÜV เยอรมนี จึงมั่นใจว่ามีความปลอดภัยสูงใช้ได้ในร่างกาย จากการทดสอบในสัตว์ทดลอง (หมู) แสดงให้เห็นว่า M-Bone มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อกระดูกเป็นอย่างดี ไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ หรืออักเสบใด ตลอดจนมีการสร้างกระดูกใหม่แทรกเข้าไปรอบๆ วัสดุ M-Bone ได้ดีด้วย

ปัจจุบันการใช้วัสดุทดแทนกระดูกมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากประชากรในประเทศมีผู้สูงอายุมากขึ้น และดูแลสุขภาพมากขึ้น ซึ่งราคาวัสดุทดแทนกระดูกมีการจำหน่ายในราคาที่สูง เช่น 0.5 ซีซี ราคาประมาณ 3,000 – 4,000 บาท และต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่านำเข้าปีละหลายร้อยล้านบาท ดังนั้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ที่ต้องการศัลยกรรมช่องปาก ฝังรากเทียม หรือผู้ป่วยอื่นที่ต้องการใช้สารทดแทนกระดูก และทดแทนการนำเข้า ทางบริษัทจึงเห็นความสำคัญของงานวิจัยนี้ ที่สำคัญการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีครั้งนี้ถือเป็นการนำเอาผลงานวิจัยของนักวิจัยไทยมาใช้ประโยชน์ช่วยให้คนไทยสามารถนำมาผลิตและจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทย และทำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ ในวงการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทยในการเข้าถึงเทคโนโลยีและวัสดุทางการแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยรักษาการเจ็บป่วยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีทุกช่วงวัย

Leave a comment