ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/415991

‘พาราไดซ์ พาร์ค’เชิญผู้เชี่ยวชาญเผยเทคนิคดูแลสัตว์เลี้ยงแสนรัก
หลังจากที่ พาราไดซ์ พาร์ค เปิดพื้นที่เอาใจคนรักสัตว์ทั้งน้องหมาและน้องแมวกับแฟชั่นโชว์สุดเก๋ไก๋ และเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่กับเหล่าสัตว์ Exotic Pet แบบใกล้ชิด อาทิ ถ่ายรูปคู่กับงูเหลือมสีเหลืองทอง นกฮูกหลายสายพันธุ์ นกแก้วมาคอว์สีสันสดใส และแมวอังกอร์ รวมทั้งกระทบไหล่สุนัขพุดเดิ้ล “น้องลิ้นจี่” ที่มาโชว์ความสามารถมากมาย จนได้รับเสียงปรบมือ จากผู้ชมรอบเวที ในงาน “Pet Lover” ที่จัดขึ้น ณ ลานรอยัล พาร์ค พลาซา ไปเมื่อวันก่อน ยังมีกิจกรรมให้ความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีความสุขและสุขภาพดี แม้ว่าสภาพอากาศเมืองไทยจะเปลี่ยนแปลงบ่อยอีกด้วย โดยได้รับเกียรติจากสัตวแพทย์ประจำสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์วสุธร ดังวัธนาวณิชย์ (หมอเตเต้) มาแนะวิธีสังเกตสัตว์เลี้ยงแสนรักในงานครั้งนี้ว่า “เมื่อสภาพอากาศร้อน ให้เจ้าของวัดจากความรู้สึกของตัวเองก่อนว่าเมื่ออากาศร้อนขึ้น เราจะรู้สึกอึดอัดและหงุดหงิดง่าย ซึ่งสัตว์เลี้ยงก็มีความรู้สึกแบบนั้นเช่นกัน บางตัวจึงแสดงออกด้วยอาการก้าวร้าว บางตัวมีอาการหอบ หายใจแรง จากปกติ ที่จมูกของสัตว์จะมีความชื้นเล็กๆ แต่ไม่มีน้ำมูก หากผิดปกติจมูกจะแห้งและมีการหลั่งของน้ำลายที่เหนียวยืดออกมา และมีอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้น สูงขึ้น”
“วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนพาไปพบสัตว์แพทย์ เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ เช่น อาการหอบ ขอแนะนำว่า เจ้าของควรจะมีปรอทวัดไข้สัตว์เลี้ยงไว้เก็บสักอัน จะช่วยได้มากโดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน เพราะจะรู้ได้ทันทีว่าอุณหภูมิร่างกายของสัตว์เลี้ยงเพิ่มสูงกว่าปกติ สามารถนำผ้าชุบน้ำเย็นมาเช็ดตัวให้ แต่จะไม่ใช้น้ำแข็งเย็นจัดมาราดตัวเด็ดขาด เพราะจะทำให้เส้นเลือดของสัตว์เลี้ยงจะหดตัว และกักเก็บความร้อนไว้ภายในร่างกาย เมื่อเช็คว่าอุณหภูมิร่างกายลดลงแล้ว ค่อยพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตว์แพทย์เพื่อทำการรักษาที่ถูกต้องต่อไป”
“ซึ่งโรคที่มากับอากาศร้อนมีอยู่4 โรคหลักๆ ดังนี้ โรคพิษสุนัขบ้า,โรคลมแดด หรือ ฮีสโตรก, ไข้หวัด,พยาธิเม็ดเลือด เพราะมีพาหะนำโรคคือยุงซึ่งยุงจะแพร่พันธุ์ได้รวดเร็วมากในช่วงหน้าร้อน ซึ่งโรคเหล่านี้หากสัตว์เลี้ยงไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นสม่ำเสมอ ทุกปีก็จะมีโอกาสเสี่ยงเกิดโรคได้มากถึง80 เปอร์เซ็นต์ เพราะสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส ซึ่งสามารถป้องกันไวรัสในเบื้องต้นด้วยการฉีดวัคซีน”
“ส่วนโรคพบบ่อยในหน้าฝนมีอยู่ 5 โรคหลักๆ ได้แก่ โรคฉี่หนู หรือเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis), โรคพยาธิหนอนหัวใจ, โรคพยาธิเม็ดเลือด ที่มีพาหะมาจากเห็บ, โรคทางระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด หลอดลมอักเสบ, โรคผิวหนังอย่างเชื้อรา โดยมีหลักการดูแลง่ายๆ ดังนี้ ให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อากาศไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัด,ระวังเรื่องการกินน้ำจากแหล่งสะสมเชื้อโรค เช่น แอ่งน้ำที่มีน้ำท่วมขัง, หมั่นกำจัดพาหะนำโรค อย่างพวกยุง หนู และเห็บ, ระวังเรื่องความเปียกชื้น เพราะถ้าขนของสัตว์ไม่แห้งสนิท จะทำให้เกิดเชื้อราที่ผิวหนังได้”
