‘วรีมน ปุรผาติ’ทิ้งลิปสติก มาสร้างหุ่นยนต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/418296

news_default

‘วรีมน ปุรผาติ’ทิ้งลิปสติก มาสร้างหุ่นยนต์

วันศุกร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ใครจะเชื่อว่าผู้หญิงเก่งในแวดวงเครื่องสำอางอย่าง วรีมน ปุรผาติ ที่ผ่านงานบริษัทเครื่องสำอางแบรนด์ดังอย่าง The Body Shop และ ลอรีอัล มาแล้วจะหันความสนใจมาทางด้านหุ่นยนต์ หรือ AGV อย่างจริงจัง และผันตัวเองมานั่งเก้าอี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ็นเซิฟ จำกัด บริษัทชั้นนำผู้ผลิตหุ่นยนต์ ออโตเมชั่น เพื่อใช้ในคลังสินค้า

วรีมน ปุรผาติ จบปริญญาตรี สาขาการสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา เธอเคยได้รับทุนเล่าเรียนหลวง เมื่อปีพ.ศ.2533 (King’s Scholarship) เป็นทุนที่เริ่มต้นโดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพระราชทานโอกาสแก่คนสามัญธรรมดาทั่วไปได้มีโอกาสไปเรียนยังต่างประเทศ เป็นทุนให้เปล่าที่ไม่มีภาระผูกพันในการทำงานให้กับรัฐบาล เวลานั้นก็จะมีเพื่อนคนไทยที่เรียนในสายวิศวกรรมมากมาย รวมถึงวิศวกรรมหุ่นยนต์ซึ่งพวกเขาจะเรียนและทำวิจัยในมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลกที่เรียนรู้ทางด้านเทคโนโลยีกับอาจารย์และนักวิจัยระดับโลก

“แม้หลังเรียนจบจะเริ่มงานในบริษัทเครื่องสำอาง แต่ตัวเองรู้สึกมาตลอดว่าด้านหุ่นยนต์ ออโตเมชั่น เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกวัน เมื่อเห็นโอกาสทางการตลาดและเราก็มีบุคลากรที่มีศักยภาพทางด้านนี้ที่จะสร้างหุ่นยนต์ขึ้นในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียนี้ จึงตัดสินใจเปิดบริษัท เจ็นเซิฟ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ออโตเมชั่นเพื่อใช้ในคลังสินค้า เมื่อ 6 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน

เจ็นเซิฟ เป็นบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติไทย ที่เป็นการรวมตัวของวิศวกรที่รักการทำหุ่นยนต์ เราเน้นการใช้เทคโนโลยี state of the art ทางด้าน หุ่นยนต์เคลื่อนที่ได้ (Mobile robotics) เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและเพิ่มคุณค่าให้กับงานของลูกค้า ทั้งงานเคลื่อนย้ายสินค้า (material handling), งานสำรวจ (survey) งานเฝ้าระวัง (monitoring) ทำแผนที่ (mapping) ค้นหา (searching) และเราคิดค้นและพัฒนาระบบนำทางอัตโนมัติ (autonomous navigation) localization, mapping, remote diagnostic, และ control algorithms เป็นแบบของเราเองสำหรับใช้กับระบบหุ่นยนต์เคลื่อนที่ที่พัฒนาขึ้น

เราออกแบบและพัฒนาระบบหุ่นยนต์ อัตโนมัติในหลายภารกิจทั้งในงานขนส่งในคลังสินค้า ไลน์การผลิต และในงานสำรวจทางน้ำ ที่สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพกว่า ประหยัดเวลา ปลอดภัย ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ลดปัญหาการทำงานของคนที่เสี่ยงอันตราย เช่น ในสิ่งแวดล้อมมลภาวะสูงและในพื้นที่อันตราย”

เมื่อถามถึงอุปสรรคและปัญหากับงานผลิตหุ่นยนต์ วรีมน ยอมรับว่า มีแน่นอน ข้อแรกคือ ความเข้าใจในเรื่องหุ่นยนต์ของคนทั่วไปที่ยังเป็นเรื่องใหม่ หลายคนยังไม่เข้าใจว่ามันจะทำงานอย่างไรและจะเข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจการงานและชีวิตของเราส่วนไหนได้บ้าง และอาจมีข้อโต้แย้งจากความไม่รู้ ที่ทำให้ต้องใช้เวลาพอควร ซึ่งถือได้ว่าเรายังเป็นแบรนด์ใหม่ที่ต้องอาศัยการพิสูจน์ผลงาน ข้อสองคือ บุคลากร เท่าที่ผ่านมามีวิศวกรคนไทยทางด้านหุ่นยนต์ที่มีฝีมือจำนวนมากต้องไปทำงานยังต่างประเทศ เพราะเนื่องจากในประเทศไทยมีบริษัทที่ผลิตหุ่นยนต์นับรายได้ และไม่มากพอจะให้เขาได้มีที่ยืน ทั้งที่จริงๆ แล้ว คนไทยมีความสามารถมากไม่แพ้ต่างชาติ

เมื่อมองสภาพการณ์สังคมไทยในยุคปัจจุบันที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น วรีมน ให้ข้อคิดว่า “ตรงนี้เองที่ขอถือโอกาสแนะนำน้องๆ ในเรื่องอาชีพอีกสาขาหนึ่งอยากให้นักศึกษารุ่นหลังๆ ได้หันมาให้ความสนใจศึกษาในสาขาโรโบติค (Robotics) บ้าง เพราะมีโอกาสการทำงานในอนาคตข้างหน้าสูง ซึ่งวิศวกรรมด้านหุ่นยนต์นั้นประกอบด้วยความรู้จากหลายๆ ด้าน เพราะหุ่นยนต์ 1 ตัว ต้องการสนธิความรู้ด้านต่างๆ หลายๆ ด้านมาเป็นระบบตั้งแต่การสร้างหุ่น ต้องออกแบบตามโจทย์ว่าควรทำอะไรได้ วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า โปรแกรมมิ่งซอฟต์แวร์การขับเคลื่อน คอนโทรล วิศวกรรมที่ต้องออกแบบการใช้งานเชื่อมต่อกันทั้งระบบ ที่ต้องการซอฟต์แวร์ มาช่วยในการบริหารจัดการกลุ่มหุ่นยนต์หรือกลุ่มเครื่องจักร ความรู้ด้านเทคโนโลยีเชื่อมต่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการผู้เชี่ยวชาญประมวลและจัดการข้อมูลที่เก็บมาได้ เพราะการใช้หุ่นยนต์เราสามารถดึง data ได้จำนวนมากเพื่อนำมาใช้งานเพื่อพัฒนาต่อไปได้อีก ส่วนด้านสายงานธุรกิจ ก็ต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจเรื่องหุ่นยนต์ในเบื้องต้นก่อน เด็กรุ่นใหม่น่าจะเรียนเรื่อง Coding เหมือนกับการเรียนภาษาให้เป็น skill อย่างหนึ่งและอยากให้เด็กๆ เรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีเหล่านี้ เหมือนกับที่โรงเรียนมีวิชาเรียนศิลปหัตถกรรม พลศึกษา เพื่อขยายทักษะอีกด้านของนักเรียนรุ่นใหม่ทุกคน

ถ้าเราสังเกตให้ดี จะเห็นว่าพวกเขาเห็นเทคโนโลยีเหล่านี้ผ่านเกม เครื่องใช้ต่างๆ ดังนั้น การที่เราเห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เวลาไปเดินตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ หมั่นสังเกตดูว่ามันมีการทำงานอย่างไร ฝึกให้เป็นนิสัย ใฝ่รู้และซักถาม ซึ่งเปิ้ลมองว่า นักเรียน นักศึกษา ควรมีการเรียนรู้โดยรวมให้มาก ไม่เรียนหรือเชี่ยวชาญเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เรียนวิศวะเครื่องกล ก็ควรเรียนรู้เรื่องการสื่อสารให้ได้ดีด้วย บางคนจะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทำงานเป็นทีมลำบากหรือเข้ากับคนยาก ตรงนี้ก็ต้องปรับทัศนคติเหมือนกัน เพราะงานด้านการพัฒนาหุ่นยนต์เป็นงานที่ทำกันเป็นทีม ไม่ใช่งานหัตถกรรมถักทอที่สามารถทำด้วยตนเองโดยลำพังได้ เข้าใจเรื่องธุรกิจที่ตนเองมีอยู่ ศึกษาว่าเราจะก้าวหน้าไปกับมันได้อย่างไร มี mindset ที่ชอบเรียนรู้ศึกษาเพิ่มเติมหมั่นพัฒนาทักษะอยู่ตลอดเวลา ตรงนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะคนรุ่นใหม่ควรมีความรู้ความสามารถครบวงจร อยู่ได้กับทุกสถานการณ์”

นอกจากงานบริหารที่ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีแต่ทีมงานผู้ชายและรายล้อมด้วยวัสดุที่มีความแข็งแกร่งและหนักหน่วงอย่างเหล็ก ซึ่งต่างจากงานด้านเครื่องสำอางที่เคยทำแบบคนละขั้ว ซึ่งจะมีทั้งสีสันและกลิ่นหอมแล้ว วรีมน ยังต้องรับบทบาทคุณแม่ลูก 1 ที่ต้องดูแลและให้ความใส่ใจพอๆ กับธุรกิจของตัวเอง น้องพอ(พอ ปุรผาติ) อายุได้ 12 ปี เรียนอยู่ที่ โรงเรียน รุ่งอรุณ ซึ่งน้องพอมีความสดใสน่ารักไม่แพ้ดาราวัยเด็กเลยก็ว่าได้ เมื่อถามถึงบทบาทของแม่และอนาคตของลูกสาวคนเดียวนี้เธอบอกว่า “สำหรับลูก เราสนับสนุนให้เขาทำความเข้าใจและชอบในสิ่งที่เขาทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมหรือธุรกิจที่ทำอยู่ เพราะทุกธุรกิจเป็นฟันเฟืองที่สำคัญของสังคม อย่างแรกต้องเข้าใจว่าสิ่งต่างๆ รอบตัวมีการทำงานอย่างไร เป็นเรื่องที่เราต้องเรียนรู้ แยกแยะ วิเคราะห์ ลูกสาวก็ชอบธุรกิจเหมือนกัน เมื่อแม่ต้องไปประชุม เดินทางไปดูงาน หรือไปอบรม ก็จะพาลูกไปด้วยตลอด อย่างล่าสุด ตอนนี้น้องพอสนใจการทำวีดีโอในช่องยูทูบ เพิ่งเริ่มทำ เราก็จะคอยให้คำแนะนำและคำปรึกษาอยู่เสมอ”

Leave a comment