‘หมอประกิต’แนะแก้ปัญหา’ม็อบยาเส้น’ ส่งเสริมเปลี่ยนอาชีพแทนลดภาษีเพื่อป้องกันคนสูบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446141

news_default

‘หมอประกิต’แนะแก้ปัญหา’ม็อบยาเส้น’ ส่งเสริมเปลี่ยนอาชีพแทนลดภาษีเพื่อป้องกันคนสูบ

วันพุธ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.27 น.

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงกรณีเกษตรกรที่ปลูกยาเส้นและผู้ประกอบการค้าขายยาเส้นชุมนุมประท้วงเพราะได้รับผลกระทบจากนโยบายขึ้นภาษียาเส้นของรัฐบาล ว่า การตัดสินใจแก้ปัญหาเรื่องนี้ของรัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของคนไทย และต่อเนื่องมาถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคคนที่ป่วยจากการสูบบุหรี่

ซึ่งการสูบบุหรี่ยาเส้นเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและเรื้อรังของไทยมาโดยตลอด จากการเก็บภาษีที่ต่ำมาก ส่งผลให้ราคายาเส้นถูกมาก เป็นสาเหตุสำคัญของการทำให้เด็กๆ และเยาวชนเสพติดบุหรี่ และทำให้คนยากจนที่สูบบุหรี่ไม่เลิกสูบ ทั้งที่ยาเส้นก็มีอันตรายเหมือนกับยาสูบชนิดอื่นๆ ตนเห็นว่าวันนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีทางเลือกเพียง 2 ทาง ทางเลือกแรกคือรัฐบาลทำตามที่ชาวไร่ และผู้ค้ายาสูบเรียกร้อง ลดภาษียาเส้นที่ขึ้นไปแล้ว เรื่องก็จะจบ เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายและรวดเร็ว แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด

เพราะจะทำให้วัตถุประสงค์ของการขึ้นภาษี ที่ต้องการจะลดจำนวนคนไทยที่สูบบุหรี่ยาเส้นเกือบ 5 ล้านคนให้น้อยลง ก็เป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้น คนที่จะเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่ก็จะไม่ลดลง รัฐบาลจะต้องรับภาระการรักษาพยาบาลคนที่ป่วยเหล่านี้ ยิ่งเพิ่มภาระแก่โรงพยาบาล และงบประมาณของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือบัตรทอง

“ผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินไว้ว่า การขึ้นภาษียาเส้นของรัฐบาลไทยครั้งนี้ จะลดจำนวนคนที่สูบบุหรี่ยาเส้นลง 240,000 คน และจะทำให้ลดจำนวนคนที่จะป่วยและเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 120,000 คน จากสถิติที่พบว่า ครึ่งหนึ่งของคนที่สูบบุหรี่ จะป่วยและเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่” เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าว

ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อไปว่า ส่วนทางเลือกที่สองคือ รัฐบาลทำตามข้อแนะนำของผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลก และข้อกำหนดของอนุสัญญาควบคุมยาสูบ ที่ให้มีการขึ้นภาษียาสูบ และให้ใช้มาตรการช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบด้วยวิธีอื่น และคงแผนการขึ้นภาษีไว้ เช่น เยียวยาผลกระทบที่เกิดจากการขึ้นภาษี สนับสนุนให้ทำอาชีพอื่น หรือสนับสนุนการปลูกพืชทดแทน โดยอาจจะเอาเงินภาษียาเส้นที่เก็บเพิ่มขึ้นได้มาใช้เป็นงบประมาณในการแก้ปัญหา

วิธีนี้จะส่งผลดีต่อแผนการขึ้นภาษีที่ศึกษาเตรียมการไว้อย่างดีมานานแล้ว ซึ่งจะทำให้คนสูบบุหรี่ลดลง คนเจ็บป่วยลดลง ประหยัดงบประมาณรักษาสุขภาพ และเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ลดข้อครหาที่ว่ารัฐบาลทำอะไรที่ย้อนแย้ง ทางหนึ่งก็จะเอาใจชาวไร่ยาสูบ อีกทางก็ลงแส้หน่วยงานต่างๆ ให้หาทางรณรงค์ลดการบริโภคยาสูบ ที่สำคัญตนเห็นว่าวิธีนี้แม้จะทำยากกว่า แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพราะไม่ช้าก็เร็วรัฐบาลจะต้องเดินทางนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากผู้คนจะปฏิเสธการใช้ยาสูบมากขึ้น ความต้องการใบยาสูบมีแต่จะลดลง

“ถ้ารัฐบาลแก้ปัญหา ด้วยการยอมลดภาษียาเส้นตามที่มีการเรียกร้อง จะเป็นการถอยหลังเข้าคลอง และลบล้างความพยายามควบคุมยาสูบที่หน่วยงานต่าง ๆ พยายามทำอยู่ สุขภาพของคนไทยก็ไม่ต้องหวังว่าจะให้ดีขึ้น เราเข้าใจ เห็นใจเกษตรกรและรัฐบาลต้องช่วยเหลือ เหตุการณ์การประท้วงที่เกิดขึ้นเป็นวิกฤต รัฐบาลต้องแก้ปัญหาโดย แปลงวิกฤตให้เป็นโอกาส ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบเหมือนกับไม่ได้แก้ ขอให้รัฐบาลตัดสินใจ เพื่ออนาคตสุขภาพของลูกหลานไทย ให้เราภูมิใจและศรัทธา” ศ.นพ.ประกิต กล่าวย้ำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เผาหุ่น‘บิ๊กตู่’!ม็อบยาเส้นเพชรบูรณ์ประท้วง ไล่รบ.แก้ปัญหาไม่ได้ก็ออกไป (ชมคลิป)

Leave a comment