ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/421408
.jpg)
โครงการ Don’t Tell Me How to Dress × Varasarn
คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ ซินดี้ สิรินยาบิชอพ ผู้ก่อตั้งโครงการ Don’ t Tell Me How to dress จัดโครงการ Don’t Tell Me How to Dress × Varasarn พร้อมทั้งเสวนา “WHY ME?” หรือว่าเราที่ผิด ! ร่วมเปิดประเด็นสร้างพลังการขับเคลื่อนทางสังคมเพื่อเปิดประสบการณ์และสร้างความตระหนักในประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศ ความเท่าเทียมทางเพศ สิทธิการแต่งกายของผู้หญิง รวมไปถึงการรับมือคดีล่วงละเมิดทางเพศแก่คนรุ่นใหม่ผ่านกรณีศึกษาภายใต้แนวคิด การใส่เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่มิดชิดไม่ใช่แนวทางในการแก้ปัญหา รวมไปถึงบทบาทของผู้หญิงทำงานกับแนวทางแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศในสถานที่ทำงาน
ซินดี้ สิรินยา บิชอพ ผู้ก่อตั้งโครงการ Don’t Tell Me How to dress กล่าวว่า “แนวคิดเรื่องความเป็นลูกผู้ชาย หรือความคิดชายเป็นใหญ่มีส่วนสำคัญมากในการสนับสนุนมายาคติให้เกิดการคุกคามทางเพศเป็นอย่างมาก ซึ่งสังคมไทยและสังคมในเอเชียถูกปลูกฝังมาในลักษณะแบบนี้ ส่วนตัวมองว่าไม่ได้มีแค่ในภูมิภาคเอเชียเท่านั้น แต่เป็นปัญหาทุกภูมิภาคของโลก”
.jpg)
จะเด็ด เชาว์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่าปัญหาการคุกคามทางเพศในสังคมไทย เกิดจากการสอนเพศศึกษายังไม่ชัดเจน จึงอยากให้สถาบันการศึกษาให้ความสำคัญในการให้การตั้งคำถาม นอกจากนี้ปัญหาของในภาคส่วนการทำงานลูกจ้างผู้หญิงยังมีแนวคิดกดทับมองเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ไม่เท่าเทียมกัน ถูกกดทับเรื่องสิทธิจากนายจ้างเป็นสำคัญ เช่น คำพูดจากนายจ้างที่มองลูกจ้างว่า “คนอย่างคุณผมให้ทำงานก็เป็นบุญคุณแล้ว ถ้าคุณไม่ได้ทำงานกับผมอย่างมากก็เป็นได้แค่ผู้หญิงบริการ” ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ็บปวดเป็นอย่างมาก
ด้าน ชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ มองปัญหาในเรื่องนี้ว่า “วาทกรรมที่มีส่วนส่งเสริมให้เกิดประเด็นคุกคามทางเพศอย่างมากคือคำว่า “ก็อย่าแต่งตัวแบบนี้สิ”ตนคิดว่าเป็นการส่งเสริมให้ผู้กระทำความผิดลอยนวลในสังคมมากยิ่งขึ้น สนับสนุนผู้กระทำความผิดให้ไม่มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองกระทำเป็นอย่างมากและการให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิส่วนบุคคลน้อยมากกลับกลายเป็นการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันกันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากการที่ระบบการศึกษาไทยไม่ได้สอนหรืออบรมเด็กไทยตั้งแต่เล็กๆ”
นอกจากนี้ ในวงเสวนา “WHY ME?” หรือว่าเราที่ผิด ! มองว่าชุดความคิดชายเป็นใหญ่ ทำให้ปัญหาการคุกคามทางเพศในสังคมไทยเกิดขึ้นได้ง่าย เป็นการโยนความผิดให้ผู้ถูกกระทำมากกว่าผู้กระทำความผิด มายาคติในเรื่องอำนาจสร้างความไม่เท่าเทียมกันในสังคมเป็นอย่างมาก เพราะผู้กระทำผิดรอดพ้นจากการถูกลงโทษ หลักสูตรการศึกษายังวนเวียนอยู่กับผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง นอกจากนี้ละครไทยยังฉายภาพเรื่องการข่มขืนซ้ำมาก เช่น พระเอกข่มขืนนางเอกแล้วกลับมารักกันเป็นชุดความคิดหรือมายาคติที่ผิดซึ่งต้องทำความเข้าใจในประเด็นนี้แก่สังคมโดยด่วน
โครงการ Don’t Tell Me How to Dress × Varasarn ยังจัดแสดงนิทรรศการ Respect Me! โดยนักศึกษาหลักสูตรนานาชาติ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ในรายวิชา Creative Writingซึ่งสะท้อนภาพปัญหาการคุกคามทางเพศ โดยหยิบยกประเด็นการแต่งตัวมาเป็นข้ออ้างในการถูกลวนลามทางเพศทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและกลุ่ม LGBT โดยสะท้อนแนวคิดที่ว่าทุกคนมีสิทธิในการแต่งตัวคนในสังคมต้องเคารพซึ่งกันและกัน ปฏิบัติอย่างให้เกียรติกัน