กิจกรรม ‘ตะโกน โยน ยื่น’ เสริมสร้างทักษะชีวิต ให้ความรู้การเอาตัวรอดจากการจมน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/423484

กิจกรรม ‘ตะโกน โยน ยื่น’ เสริมสร้างทักษะชีวิต ให้ความรู้การเอาตัวรอดจากการจมน้ำ

วันอังคาร ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ด้วยสถานการณ์เด็กจมน้ำในประเทศไทยมีเพิ่มขึ้นทุกปี สำนักโรคไม่ติดต่อกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1ของเด็กไทย อายุต่ำกว่า 15 ปี กลุ่มเด็กอายุระหว่าง 5-9 ปี มีสถิติเสียชีวิตสูงสุดคิดเป็นร้อยละ 40.5 และเป็นกลุ่มเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง 2 เท่า โดยอุบัติเหตุจะเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ทั้งนี้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานการพัฒนาเยาวชน การศึกษาและวัฒนธรรม ในโครงการ “OUR Khung Bang Kachao” ร่วมกับ ชมรมกู้ชีพทางน้ำประเทศไทย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติจัดกิจกรรม “ตะโกน โยน ยื่น” เด็กไทยไม่จมน้ำขึ้นเพื่อให้ความรู้และวิธีการเอาตัวรอดเมื่อประสบอุบัติเหตุทางน้ำ รวมถึงสอนหลักการช่วยเหลือคนตกน้ำอย่างปลอดภัย ล่าสุดได้ทำกิจกรรมให้ความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติขึ้นที่โรงเรียนวัดกองแก้ว (ผาดกาบแก้ว) ต.บางยออ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งพื้นที่บริเวณคุ้งบางกะเจ้ามีลักษณะเป็นเกาะ และมีแม่น้ำเจ้าพระยาล้อมรอบ นอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ำสาธารณะ ก่อให้เกิดภาวะเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ

กมลนัย ชัยเฉนียน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจจำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานการพัฒนาเยาวชนและการศึกษา กล่าวว่า ไทยเบฟได้เข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการคุ้งบางกะเจ้าซึ่งเข้าไปดูแลเรื่องเยาวชนและการศึกษามีโรงเรียนทั้งหมด 11 โรงเรียน โดยเรามองว่าเด็กนักเรียนเหล่านี้จะเป็นอนาคตของคุ้งบางกะเจ้ามีความตั้งใจที่จะให้เยาวชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในทุกๆ กิจกรรม และสำหรับวันนี้เป็นการเสริมทักษะชีวิตเรื่องการป้องกัน

กมลนัย ชัยเฉนียน ผช.กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ

ความเสี่ยงการเกิดอุบัติทางน้ำเนื่องด้วยพื้นที่บางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการมีลักษณะเป็นเกาะที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาล้อมรอบประกอบกับมีแหล่งน้ำสาธารณะตัดผ่านค่อนข้างเยอะ ก่อให้เกิดภาวะเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะกับเด็กเยาวชน ดังนั้นจึงได้เกิดเป็นกิจกรรมที่เรียกว่า “ตะโกน โยน ยื่น”ขึ้นเพื่อให้ความรู้และวิธีการที่ถูกต้องเมื่อเห็นคนตกน้ำ กิจกรรมในวันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคุณครูและนักเรียน”

แตงโม-เกวลี อินสุวรรณ์ เลขาฯชมรมกู้ชีพทางน้ำประเทศไทย เผยว่า ชมรมฯ ได้ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2557 มีประธานชมรมชื่อ ครูเปา-เรือเอกสมัคร ใจแสน มีวัตถุประสงค์ของชมรมเกิดจากการที่ครูเปามองเห็นถึงปัญหาการสูญเสียจากการที่มีเด็กจมน้ำเพิ่มขึ้นทุกปี เลยจัดตั้งหลักสูตร Floating and Swimming Survival Instructor Training Course คือหลักสูตรสอนลอยตัวและว่ายน้ำ เพื่อเอาชีวิตรอดวันนี้เป็นการเรียนรู้ หลักของ “ตะโกน โยน ยื่น”คือ ตะโกน ขอความช่วยเหลือ โยนอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อช่วยคนตกน้ำเกาะจับพยุงตัวเช่น เชือก ถัง แกลลอน พลาสติกเปล่าที่ลอยน้ำได้ โยนครั้งละหลายๆ ชิ้น และยื่นสิ่งของยาวๆ ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ท่อนไม้เข็มขัด ผ้าขาวม้า ยื่นอุปกรณ์ไปข้างใดข้างหนึ่งแล้วจึงกวาดเข้าหาตัวคนที่อยู่ในน้ำ และดึงตัวเข้าหาฝั่งขึ้นมาจากน้ำ โดยแบ่งภาคเช้าเป็นการบรรยายวิธีการช่วยเหลือคนตกน้ำเบื้องต้น การทำ CPR การใช้เครื่อง AED ซึ่งเป็นเครื่องช่วยชีวิตผู้ป่วยจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน และภาคบ่ายจะเป็นภาคปฏิบัติที่ทางชมรมฯ ได้เตรียมอุปกรณ์เพื่อจำลองสถานการณ์จริง โดยจะมีการสอนการลอยตัว และการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ทางชมรมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมในวันนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อตัวผู้เข้ารับการอบรม และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้”

เกวลี อินทสุวรรณ์ เลขาฯ ชมรมกู้ชีพทางน้ำประเทศไทย

คุณครูศิริวรรณ จำเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดกองแก้ว (ผาดกาบแก้ว) กล่าวว่า “ขอบคุณไทยเบฟที่เลือกโรงเรียนวัดกองแก้ว เข้าเป็นส่วนหนึ่งในโครงการคุ้งบางกะเจ้า เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์และสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง เนื่องจากว่าพื้นที่โดยรอบของโรงเรียนรวมไปถึงแหล่งพักอาศัยของนักเรียนอยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ เรียกว่ามีความเสี่ยงต่อเกิดอุบัติเหตุตกน้ำอยู่แล้ว กิจกรรมที่จัดไว้สำหรับเด็กๆ นักเรียนในวันนี้ จะทำให้เขาได้เรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดเมื่อประสบอุบัติเหตุทางน้ำ จะเห็นได้ว่าตลอดทั้งวันเด็กๆ ทุกคนมีความตั้งใจและกระตือรือร้นที่จะทำกิจกรรมมาก”

นับเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ช่วยเสริมสร้างทักษะชีวิต เรียนรู้วิธีการป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ การดูแลตัวเองและดูแลผู้อื่นไม่ให้เกิดความเสี่ยง

Leave a comment