‘มนัญญา’มั่นใจ แบน3สารอันตราย22ตค. มติบอร์ดสารพิษไม่พลิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/447256

news_default

‘มนัญญา’มั่นใจ แบน3สารอันตราย22ตค. มติบอร์ดสารพิษไม่พลิก

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“มนัญญา” มั่นใจส่งวาระแบน 3 สารเข้าคณะกรรมการวัตถุอันตรายทันประชุม 22 ตุลาคมนี้ เชื่อมั่นมติไม่มีพลิก ด้าน“อนุทิน”โวยข่าวบิดเบือนยกคณะลาออก หาก กก.วัตถุอันตรายไม่แบนสารเคมี แจงข้อเท็จจริงหากผู้แทนโหวตสวนนโยบายกระทรวง แค่รมต.ประจำกระทรวงต้องรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตร เปิดเผยก่อนเดินทางไปเป็นตัวแทนรมว.เกษตรฯ ประชุมที่ประเทศบูรไน ว่า ได้รวบรวมเอกสารเพื่อแบน 3 สารเคมี คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต เสร็จสมบูรณ์แล้ว และไปยื่นให้ รมว.เกษตร เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อลงนามตามขั้นตอน ซึ่ง รมว.เกษตร จะรับหนังสือหลังวันที่มาทำงาน แต่ได้แจ้งทุกเรื่องให้ทราบอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ก่อนส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ซึ่งจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบผลวันที่ 17 ตุลาคมนี้ และส่งหนังสือชี้แจงถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ด้วย

ขณะเดียวกันได้ประสานให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ฉบับเดิม พ.ศ. 2535 รับทราบถึงมติที่ประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค (4 ฝ่าย) ต่อการยกเลิก สารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตร 3 สาร ว่า ที่ประชุมมติ 9 ต่อ 0 ให้แบน 3 สารชนิด

ทั้งนี้ วันที่ 22 ตุลาคมนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ฉบับเดิม พ.ศ.2535 จะพิจารณาเรื่องการแบน 3 สารกำจัดวัชพืช ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสที่เป็นอันตรายต่อประชาชน ขณะนี้ค่อนข้างมั่นใจ 90% จะมีมติแบนแน่นอน เชื่อว่าเรื่องต้องจบภายในวันที่ 22 ตุลาคมนี้อย่างแน่นอน

“ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจเรื่องการลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะพลิกโผ เพราะกระทรวงเกษตรฯ มีจุดยืนชัดเจนอยู่แล้ว แม้มีข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนตัวแทนของบางหน่วยงาน หรือไม่มาร่วมประชุม หรืองดออกเสียง ซึ่งเท่ากับศูนย์ หากมีการพลิกโผหรือมีการเปลี่ยนแปลง ฟันธงได้เลยว่าคุณต้องรับอะไรมาแน่ ๆ ถามว่ารับอะไร ก็รับสิ่งที่ทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงได้ แต่บอกไว้เลยว่าคุณจะล็อบบี้อย่างไร ทำแบบไหนวิธีไหน หรือใช้คนมาต่อต้านเวลาเดินทางไปไหนให้เลิกคิดได้เลย เพราะขณะนี้ทราบว่ามีการให้ตรวจสอบว่า รมช.เกษตรฯ ไปไหนจะให้คนไปชูป้ายคัดค้านการยกเลิกใช้ 3 สาร ขอร้องว่าให้หยุดการกระทำเช่นนั้น เพราะดูไม่ดี” รมช.เกษตรฯ กล่าว

ส่วนที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติเปิดเผยนั้น ย้ำว่ากระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยอยู่แล้ว ส่วนกระทรวงอื่นคงต้องแล้วแต่เจ้ากระทรวง ขณะเดียวกันกรณีโลกโซเชียลสนับสนุนคณะกรรมการวัตถุอันตรายใช้สารพิษต่อ เพื่อกดดันให้รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยลาออก ย้ำว่าส่วนตัวจะไม่มีการลาออกอย่างแน่นอน พร้อมจะเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างเต็มที่

สำหรับคณะกรรมการวัตถุอันตราย 29 คน ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ชุดที่จะประชุมวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ประกอบด้วย ประธาน คือ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และตัวแทนองค์การสาธารณประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธสารสุข ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย inside thailan” กรณีมีรายงานข่าวว่าพร้อมนำรัฐมนตรีสังกัดพรรคภูมิใจไทยลาออกหากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติไม่แบนสารเคมีอันตรายในภาคเกษตร ว่า เรื่องนี้มีการนำเสนอข่าวบิดเบือนไปมาก ข้อเท็จจริงในวันนั้น พรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง และ ก่อนหน้านี้นายธาดา ไทยเศรษฐ์ ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่าถ้าดูแล ข้าราชการไม่ได้รัฐมนตรีก็ควรลาออกไป หลังจากนั้นมีผู้สื่อข่าวมาถามตน ถึงเรื่องนี้ตนก็ได้ตอบว่าใช่ ถ้าข้าราชการในกระทรวงที่รัฐมนตรีแต่ละคนดูแลอยู่ต้องไปโหวตในคณะกรรมการวัตถุอันตราย เช่น กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นกรรมการไปโหวตสนับสนุนทั้งๆ ที่ กระทรวงสาธารณสุขมีมติอย่างชัดเจน ว่าให้มีการแบนสารเคมีเหล่านี้ รมว.ธารณสุขก็ต้องลาออก กรรมการที่มาจากกระทรวงไหน ลงมติสวนกับนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนั้นก็ต้องลาออก อย่างกระทรวงคมนาคมมี 2 คน คือ อธิบดีกรมขนส่งทางบก และอธิบดีกรมเจ้าท่า ซึ่งรมว.คมนาคมเห็นว่าควรแบน แต่ถ้าผู้แทนทั้ง 2 ท่าน โหวตสนับสนุน รมว.คมนาคม ก็ต้องลาออกจากตำแหน่งเพราะถือว่าไม่สามารถกำกับดูแลได้

ต่อข้อถามว่า ตัวแทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหลายคน แต่น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้ดูแลทั้งหมด หากคนใดคนหนึ่ง มีการโหวตสวนนโยบายนางมนัญญาจะต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ได้ให้สัมภาษณ์แล้วว่าพร้อมที่จะแบนและพร้อมที่จะแถลงข่าวร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงสาธารณสุข ถ้า 3 คนแถลงข่าวหรือมีท่าทีไม่สนับสนุนให้มีการใช้สารเคมีชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนน.ส.มนัญญาจะดูแค่กรมวิชาการเกษตร ซึ่งก่อนจะเข้าที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายกรมวิชาการเกษตรจะต้องส่งข้อมูลเข้าไปก่อนอยู่แล้ว ทุกวันนี้ที่ช้าก็ช้าตรงนี้ ซึ่งมองว่าถ้ากรมวิชาการเกษตรบอกว่าเห็นสมควรจะแบนก็จะมีทิศทางที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามตนขออย่าไปกังวลว่าจะออกหรือไม่ออก ให้กังวลว่าจะแบนหรือไม่แบนดีกว่า

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษออกพระราชกำหนดห้ามใช้ สารเคมีในภาคเกษตรไปเลยนั้นตนไม่เห็นด้วย เพราะนายก มีคณะรัฐมนตรี 30 กว่าคนของแค่นี้ทำไม่ได้ต้องส่งให้ท่านทำ ก็นับว่าเราไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ถึงต้องส่งไปให้ท่านทำ เรื่องที่เรามีคณะกรรมการก็มีการกำหนดชัดเจนว่าจะออกนโยบายไหนต้องทำอย่างไร ดังนั้นทางที่ดีต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ ไม่ใช่การมัดมือชกโดยไม่มีมติอะไรคงไม่ใช่วิสัยที่ดี

นายแพทย์บรรเจิด สุขพิพัฒปานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง ให้สัมภาษณ์สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุขเพื่อแบน3สารพิษในขณะนี้ ทั้งยังเผยตัวเลขของจังหวัดตรังตั้งแต่ปี 2560-2562 มีการสุ่มเจาะเลือดตรวจหาสารเคมีปนเปื้อนรวม 13,764 ราย พบมีความเสี่ยง 2,972 ราย หรือประมาณ 1 ใน 5 หรือกว่า 22% มีระดับของสารเคมีอันตรายเหล่านี้สูงจนถึงขั้นความเสี่ยง จึงอยากจะประชาสัมพันธ์ไปยังเกษตรกรต้องมีความระมัดระวังอย่างมากในการใช้สารเคมี นอกจากนั้นในส่วนของผู้ที่มีอาการป่วยจากการใช้สารเคมีแล้วเข้ารับระบบการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐมีจำนวน 47 ราย พบเกิดจากสารพิษฆ่าแมลง 20 ราย พิษจากยาฆ่าหญ้า 11 ราย และสารอื่นๆ เช่น ฆ่าปู ฆ่าหอย 16 ราย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่ใช่เป็นตัวเลขของการฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตายแต่อย่างใด แต่เกิดอาการป่วยจากการใช้สารเคมี

Leave a comment