สทนช.เร่งพัฒนาธนาคารน้ำใต้ดินแก้ท่วม-แล้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/447187

news_default

สทนช.เร่งพัฒนาธนาคารน้ำใต้ดินแก้ท่วม-แล้ง

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ถึงแนวทางขับเคลื่อนแผนพัฒนาน้ำบาดาล ภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ว่า การแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคเป็นนโยบายที่รัฐบาลประกาศชัดเจนว่าต้องให้ทุกชุมชนทุกหมู่บ้านเข้าถึงสถานการณ์น้ำต้นทุนในแหล่งน้ำผิวดินปัจจุบัน พบว่า หลายพื้นที่ไม่สามารถจัดหาน้ำผิวดินได้ ดังนั้น น้ำบาดาลถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาน้ำอุปโภค-บริโภค รวมถึงใช้น้ำบาดาลรองรับน้ำหลากช่วงฤดูฝน โดยให้น้ำซึมลงด้านล่างโดยอาศัยเทคนิควิชาการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่น โดยมอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจัดทำมาตรฐานการจัดทำธนาคารน้ำใต้ดินที่ชัดเจน ทั้งจุดรับน้ำเข้ารวมถึงจุดเชื่อมต่อ

สำหรับเงื่อนไขพิจารณาก่อสร้างธนาคารน้ำใต้ดินแยกเป็น 3 ส่วน คือ 1.มีความชัดเจนเชิงพื้นที่โดยศึกษาความพร้อมตามหลักธรณีวิทยาแล้วว่าพัฒนาได้ โดยเบื้องต้นมี 3 พื้นที่ที่มีความพร้อม ได้แก่ อ.บางระกำจ.พิษณุโลก 500 แห่ง และจ.จันทบุรีและระยอง รวม 30 แห่ง 2.พื้นที่อาจพร้อมแต่ยังต้องศึกษาให้ชัดเจนมากขึ้นตามหลักวิชาการ และ3.มีข้อมูลผลการศึกษาชัดเจนแล้วว่าไม่สามารถพัฒนาธนาคารน้ำใต้ดินได้ก็ต้องเผยแพร่ให้ข้อมูลสร้างความเข้าใจให้หน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ด้วยเช่นกัน

“การพัฒนาธนาคารน้ำใต้ดิน แม้เป็นประโยชน์ แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านมลพิษและคุณภาพน้ำ เนื่องจากบางพื้นที่ทำธนาคารน้ำใต้ดินได้ แต่เพื่อช่วยชะลอหรือรองรับน้ำหลากอย่างเดียว ไม่สามารถนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้น กรมทรัพยากรน้ำบาดาลต้องกำหนดพื้นที่ที่ชัดเจน ทำแผนหลักการพัฒนาธนาคารน้ำใต้ดินทั้งประเทศ และต้องนำผลศึกษาวิจัยรวมทั้งนวัตกรรมเทคโนโลยีมาสำรวจชั้นดิน และจัดหมวดหมู่จัดทำธนาคารน้ำใต้ดินตามหลักวิชาการให้เป็นไปตามเป้าหมายของแผนแม่บทน้ำฯ 20 ปี โดยไม่ก่อให้เกิดมลภาวะในอนาคตด้วย” ดร.สมเกียรติ กล่าว

สำหรับแผนงานของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ภายใต้แผนแม่บทฯน้ำ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ประกอบด้วย 3 ด้านได้แก่ ด้านที่ 1 การจัดการน้ำอุปโภค-บริโภค มีเป้าหมายพัฒนา/ขยายเขตระบบประปา/เพิ่มประสิทธิภาพประปาหมู่บ้าน 614 หมู่บ้าน และพัฒนาน้ำดื่มให้ได้มาตรฐานและราคาเหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดให้โรงเรียน 4,015 แห่ง
ปริมาณน้ำ 88 ล้าน ลบ.ม. ประชาชนได้ประโยชน์ 366,700 ครัวเรือน ด้านที่ 2 สร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต มีเป้าหมายจัดหาน้ำในพื้นที่เกษตรน้ำฝน 31,222 แห่ง ปริมาณน้ำ 858 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ได้รับประโยชน์ 1,555,790 ไร่ และพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำ/ระบบส่งน้ำใหม่ 236 แห่ง ปริมาณน้ำ 196 ล้าน ลบ.ม. และด้านที่ 3 บริหารจัดการ โดยมีแผนปรับปรุงกฎหมายทรัพยากรน้ำบาดาล การจัดทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัติทรัพยากรน้ำบาดาล 20 ปี รวมทั้งสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม การรับรู้และประชาสัมพันธ์ด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลให้ประชาชน

Leave a comment